แชร์

Krungthai CIO ชี้หุ้นโลกพักฐาน รับแรงกดดันบอนด์ยีลด์–น้ำมันปรับขึ้น แนะลงทุนอย่างมีวินัย ทยอยสะสมหุ้นเทคฯ เซมิคอนดักเตอร์ และทองคำ

อัพเดทล่าสุด: 25 ส.ค. 2026
242 ผู้เข้าชม

Krungthai CIO มองหุ้นโลกอยู่ในช่วงพักฐาน หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและราคาน้ำมันปรับขึ้นกดดันตลาด ขณะที่ผลประกอบการบริษัทยังแข็งแกร่ง แนะลงทุนต่อเนื่องอย่างมีวินัย ทยอยสะสมหุ้นเทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ พร้อมถือทองคำ เพื่อกระจายความเสี่ยง

ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ วันที่ 24-28  สิงหาคม 2569 ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เข้าสู่ช่วงพักฐานหลังปรับขึ้นต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ โดยดัชนี S&P 500 ลดลง 1.4% และ Nasdaq ลดลง 2.1% ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและยุโรปอ่อนตัวลง ส่วนตลาดหุ้น Asia ex-Japan ยังปิดบวก โดยภาพรวมการปรับฐานของตลาดมีแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยและมูลค่าหุ้นเป็นหลัก มากกว่าการชะลอตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียน ซึ่งยังมีแนวโน้มแข็งแกร่ง ขณะที่ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยในระยะสั้นยังอยู่ในระดับต่ำ

ด้านตลาดตราสารหนี้และสินค้าโภคภัณฑ์ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้น 4.2 bps สู่ระดับ 4.73% และ Bond Yield ไทยอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 5.3 bps สู่ระดับ 2.10% หลังโครงการซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังไม่สามารถคลายความกังวลด้านภาระการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ และปริมาณพันธบัตรที่มีอยู่ในตลาด ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 6.6% สู่ระดับ 94.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความเสี่ยงด้านอุปทานและแรงกดดันต่ออิหร่าน ส่วนราคาทองคำเพิ่มขึ้นกว่า 5% จากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าและความต้องการถือครองเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และการคลัง

Krungthai CIO แนะนำกลยุทธ์ Stay Invested หรือลงทุนต่อเนื่องอย่างมีวินัย โดยใช้ Core Portfolio เป็นแกนหลักในการจัดสรรเงินลงทุนใหม่ ขณะที่ Satellite Portfolio แนะทยอยสะสมหุ้นกลุ่ม Technology และ Semiconductor ในช่วงที่ราคาปรับตัวลง จากความต้องการของตลาดและแนวโน้มการเติบโตของกำไรในกลุ่ม AI Infrastructure, Cloud, Software และ Platform ที่ยังแข็งแกร่ง ด้าน China A-shares ยังเป็นโอกาสลงทุนเชิงกลยุทธ์ โดยเน้นเลือกลงทุนในอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงหนุนจากนโยบายภาครัฐ เช่น AI และ Technology ขณะที่ Healthcare ช่วยกระจายความเสี่ยงด้านกำไรผ่านนวัตกรรมที่ไม่ขึ้นกับวัฏจักร AI สำหรับกองทุนอสังหาริมทรัพย์และ REITs ไทย แนะนำปรับมุมมองเป็น Neutral หลัง Dividend Yield Gap กลับมาใกล้ค่าเฉลี่ยระยะยาว ทำให้ Upside เริ่มจำกัด ด้านทองคำ คงเป้าหมายระยะ 6–12 เดือนที่ 4,915 และ 5,315 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้  ได้แก่ การแถลงรายละเอียดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯ รายงานผลประกอบการของ NVIDIA ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ  การประมาณการ GDP ไตรมาส 2 ครั้งที่ 2 ของสหรัฐฯ รวมถึงการประชุม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 26 สิงหาคม ซึ่งคาดว่า จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% และการประชุมธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ในวันที่ 27 สิงหาคม ซึ่งคาดว่า จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตลอดจนการประชุมสัมมนาประจำปีของ Fed ที่ Jackson Hole ระหว่างวันที่ 27–29 ส.ค. เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินและความแตกต่างของนโยบายธนาคารกลางทั่วโลก


บทความที่เกี่ยวข้อง
SME D Bank ผนึกกำลัง ก.พาณิชย์ เสริมแกร่งสร้างมาตรฐานธุรกิจแฟรนไชส์  ติดปีกพาเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank  พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าร่วมงาน Success Beyond Standard
23 ต.ค. 2025
กลุ่มเจนเนอราลี่ เผยผลงานครึ่งปีแรก 2026 สร้างการเติบโตอย่างโดดเด่น  จากความแข็งแกร่งของทุกกลุ่มธุรกิจ
เจนเนอราลี่ กรุ๊ป เผยความสำเร็จครึ่งปีแรก 2026 เติบโตอย่างมั่นคงในทุกกลุ่มธุรกิจ ทำยอดเบี้ยประกันภัยรับรวมทะลุ 2.04 ล้านล้านบาท สะท้อนศักยภาพการดำเนินงานที่โดดเด่นทั้งในกลุ่มประกันภัยและประกันชีวิต
14 ส.ค. 2026
ธอส. ตอกย้ำพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” คว้า 2 รางวัลเกียรติยศระดับประเทศ พร้อมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ตอกย้ำบทบาทสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ยืนเคียงข้างคนไทย ด้านที่อยู่อาศัย คว้า 2 รางวัลเกียรติยศ
25 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy