แชร์

วิจัยกรุงศรีปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 สู่ 2.1% จากแรงส่งด้านการลงทุนและมาตรการภาครัฐ แต่ยังเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและภาวะเอลนีโญ

อัพเดทล่าสุด: 31 ส.ค. 2026
102 ผู้เข้าชม

วิจัยกรุงศรีคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเติบโต 2.1% ปรับขึ้นจาก 1.9% ในการคาดการณ์ครั้งก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนภาคเอกชน การส่งออก และมาตรการภาครัฐซึ่งจะช่วยประคองการเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปี แต่แรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนของมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และความเสี่ยงจากภาวะเอลนีโญ (El Niño) ตลอดจนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศ คาดว่าจะทำให้แรงส่งของเศรษฐกิจโดยรวมยังอ่อนแอ

โดยแม้ว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ขยายตัวชะลอลงสู่ 1.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กดดันเศรษฐกิจไทย ทั้งการบริโภคภาคเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐ และการท่องเที่ยว อีกทั้งการนำเข้าที่เร่งตัวยังส่งผลให้ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไตรมาส 2 เติบโตดีกว่าคาด โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการขยายตัวของการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงการสะสมสินค้าคงคลัง

สำหรับในช่วงครึ่งปีหลัง วิจัยกรุงศรีคาดว่าการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มได้รับแรงส่งต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากมูลค่าขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ประกอบกับความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ อาทิ โครงการ Thailand FastPass ที่จะช่วยเร่งให้เกิดการลงทุนจริง ด้านการส่งออก คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้าน AI และวัฏจักรขาขึ้นของอิเล็กทรอนิกส์ แต่การส่งออกในภาพรวมมีแนวโน้มชะลอตัวจากอุปสงค์โลกที่อ่อนแรงลง ประกอบกับมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการภาษีนำเข้า ทั้งในมิติของอัตราภาษีและความครอบคลุมของสินค้า สำหรับภาคท่องเที่ยว คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ต้นทุนการเดินทางจะยังอยู่ในระดับสูง แต่จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนและตะวันออกกลางเริ่มทยอยปรับตัวดีขึ้น อันเป็นสัญญาณเบื้องต้นของการฟื้นตัว ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอลงในไตรมาสสุดท้ายของปี แม้ในช่วงปลายปีจะมีมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส แต่มีวงเงินเพียง 3.50 พันล้านบาท ซึ่งแตกต่างจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัสในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายนที่มีวงเงินสูงถึง 1.20 แสนล้านบาท นอกจากนี้ ค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง และรายได้ภาคเกษตรที่อาจได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ประกอบกับหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ยังคงกดดันกำลังซื้อโดยรวม

ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบาย คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% ต่อปี ตลอดช่วงที่เหลือของปี แม้อัตราเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นสูงกว่ากรอบเป้าหมายของทางการในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ แต่คาดว่าจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายภายในครึ่งแรกของปี 2570 ขณะที่การเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังอยู่ต่ำกว่าระดับศักยภาพ และอุปสงค์ในประเทศยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งจะทำให้การส่งผ่านต้นทุนไปสู่เงินเฟ้อรอบถัดๆ ไป (Second-round effects) ยังคงอยู่ในวงจำกัด นอกจากนี้ การเติบโตของสินเชื่อโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ยังคงอ่อนแอ ดังนั้น นโยบายการเงินจึงมีแนวโน้มที่จะเอื้อต่อภาวะการเงินและช่วยประคองการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจต่อไป

ดร.พิมพ์นารา หิรัญกสิ หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ และผู้บริหารสายงานวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า “วิจัยกรุงศรีได้ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 สู่ระดับ 2.1% จากเดิมคาดไว้ที่ 1.9% โดยสะท้อนผลของปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1) เศรษฐกิจไทยในไตรมาสสองที่ขยายตัวดีกว่าคาด ประกอบกับแรงส่งจากการลงทุนภาคเอกชนและ การส่งออก ซึ่งส่งผลบวกต่อการประมาณการ 2) แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ และการส่งเสริมการลงทุนผ่านโครงการ Thailand FastPass อย่างไรก็ดี ผลบวกต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอาจจำกัด เนื่องจากโดยทั่วไปแล้ว โครงการด้านพลังงาน (เช่น โซลาร์เซลล์ และส่วนประกอบรถ EV) มักมีสัดส่วนการนำเข้าค่อนข้างสูง อีกทั้งอัตราการเบิกจ่ายงบลงทุนในแต่ละปีงบประมาณมักอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก[PH1] นัก และ 3) ภาวะเอลนีโญ ที่อาจกระทบผลผลิตและรายได้ของภาคเกษตร ซึ่งส่งผลเชิงลบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ”

ในระยะข้างหน้า เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความท้าทายหลายปัจจัย อาทิ 1) ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้ออาจทำให้ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งยังคงอยู่ในระดับสูง 2) ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ตามมาตรา 301 ในประเด็นการใช้กำลังการผลิตส่วนเกิน นอกจากนี้ ในรายงาน “The Great Transshipment Scam” ของสหรัฐฯ​ ยังระบุว่า ไทยอยู่ในกลุ่ม Tier 2 หรือประเทศที่มีการส่งผ่านสินค้าปริมาณสูงและเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานจีน ซึ่งเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะตรวจสอบการส่งออกสินค้าของไทยเข้มงวดขึ้น และอาจเสี่ยงต่อการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม 3) ข้อจำกัดด้านการคลัง และความเสี่ยงจากการชะลอลงของการใช้จ่าย (Payback effect) ภายหลังมาตรการกระตุ้นสิ้นสุดลง และ 4) ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตที่ลดลง หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์และกำลังแรงงานที่หดตัว ทั้งนี้ แม้ปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกจะส่งผลกระทบต่อหลายประเทศ แต่ภาวะเอลนีโญและข้อจำกัดเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจอาจทำให้ไทยเผชิญความเสี่ยงและความท้าทายที่ค่อนข้างมาก ดังนั้น การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ ตรงจุด และมุ่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ควบคู่กับการรักษาพื้นที่ทางนโยบาย (Policy space) เพื่อรองรับความไม่แน่นอน จึงมีความสำคัญต่อการรักษาแรงส่งของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

 [PH1]ตอนแรกใส่ 60-70% ลงไป แต่คิดว่าเอาออกดีกว่าค่ะ อาจจะเรียกทัวร์

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ธ.ก.ส. เปิดตัวสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดขุนแผนมรกต หน่วยละ 2,000 บาท ลุ้นโชคใหญ่ 40 ล้านทุกเดือน
ธ.ก.ส. เปิดตัว สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดขุนแผนมรกต หน่วยละ 2,000 บาท ลุ้นโชคใหญ่ทุกเดือน มูลค่า 40 ล้านบาท และรางวัลอื่น ๆ จำนวน 1 แสนรางวัล รวมมูลค่ากว่า 72 ล้านบาท
15 ต.ค. 2025
EXIM BANK แต่งตั้งรองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารฝ่ายจัดซื้อและธุรการ ผู้บริหารฝ่ายวิเคราะห์และปฏิบัติการรับประกัน ผู้บริหารฝ่ายธุรกิจธนาคาร และผู้บริหารฝ่ายกิจการสาขา
EXIM BANK แต่งตั้งนางสาวดรัสวันต์ ชูวงษ์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการ นายเดชา ปริญญาสุข เป็นผู้บริหารฝ่ายจัดซื้อและธุรการ นายอภินัทธ์ จาตุศรีพิทักษ์ เป็นผู้บริหารฝ่ายวิเคราะห์และปฏิบัติการรับประกัน
14 พ.ย. 2025
ออมสินออกมาตรการเร่งด่วน 4 ด้าน ช่วยประหยัดพลังงานตามนโยบายรัฐ
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้เร่งออกมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงานในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายสั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจลดการใช้พลังงาน
11 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy