แชร์

ไอแบงก์พบเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ชูยุทธศาสตร์ “การเงินอิสลาม–เศรษฐกิจฮาลาล” คู่ขนานเวที  การประชุม The 2026 Annual Meetings of the IMF and the World Bank Group

อัพเดทล่าสุด: 3 ก.ย. 2026
185 ผู้เข้าชม

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) นำโดย ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าพบ นายฮารี ปราโบโว เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสในการต่อยอดยุทธศาสตร์ความร่วมมือด้านการเงินอิสลาม เศรษฐกิจ  ฮาลาล และการเชื่อมโยงภาคธุรกิจระหว่างไทยและอินโดนีเซีย พร้อมเรียนเชิญเอกอัครราชทูตและผู้แทนจากอินโดนีเซียเข้าร่วม กิจกรรมคู่ขนาน (Affiliated Programs) ภายใต้การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในเดือนตุลาคมนี้

ในการพบปะ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับพัฒนาการด้านการเงินอิสลามของอินโดนีเซีย โดยเฉพาะการใช้ ศุกูก (Sukuk) ตราสารทางการเงินตามหลักชะรีอะฮ์ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือระดมทุนและเชื่อมโยงการลงทุนจากประเทศที่มีศักยภาพและให้ความสนใจในด้านการเงินอิสลาม รวมถึงการนำประสบการณ์และองค์ความรู้ของอินโดนีเซีย ซึ่งมีระบบนิเวศด้านการเงินอิสลามและเศรษฐกิจฮาลาลที่สำคัญของภูมิภาค มาต่อยอดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจร่วมกัน

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญในการแลกเปลี่ยน คือ เศรษฐกิจฮาลาล (Halal Economy) และโอกาสในการเชื่อมโยงการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะการขยายโอกาสของสินค้าและบริการฮาลาลไทยสู่ตลาดต่างประเทศ ดร.ทวีลาภ ได้กล่าวถึงบทบาทของไอแบงก์ในการสนับสนุนระบบนิเวศฮาลาลของประเทศไทย รวมถึงความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (CICOT) ในการสนับสนุนและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ ขณะเดียวกัน ไอแบงก์ยังมุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการที่สนใจเข้าสู่ตลาดฮาลาล แต่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นหรือเตรียมความพร้อม ให้สามารถเริ่มต้นจากการพัฒนาสินค้า บริการ และกิจกรรมทางธุรกิจที่ตอบโจทย์ตลาดที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภคมุสลิม (Muslim-friendly Market) เพื่อเปิดโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมุสลิมที่กว้างขึ้น และต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจในตลาดฮาลาลที่มีศักยภาพเติบโตอย่างต่อเนื่อง 

การแลกเปลี่ยนดังกล่าวยังสอดรับกับพัฒนาการด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและอินโดนีเซีย โดยเฉพาะการเชื่อมโยงภาคธุรกิจผ่าน เวทีความร่วมมือทางธรุกิจ (Business Forum) และความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงโอกาสในการต่อยอดในสาขาที่ไทยและอินโดนีเซียต่างมีศักยภาพ โดยเฉพาะอาหารและผลิตภัณฑ์ฮาลาล การค้า การลงทุน และบริการที่เกี่ยวข้อง

ในโอกาสนี้ ดร.ทวีลาภได้เสริมแนวคิดเกี่ยวกับ การเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการและภาคธุรกิจในระบบนิเวศฮาลาล (Halal Ecosystem) ของไทย เพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสที่ประเทศไทยจะต้อนรับผู้แทนจากนานาประเทศในช่วงการประชุม The 2026 Annual Meetings of the IMF and the World Bank Group ทั้งในด้านการนำเสนอศักยภาพของสินค้าและบริการฮาลาลของไทย การรองรับตลาด Muslim-Friendly ตลอดจนการสร้างเครือข่ายเพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับนักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจจากต่างประเทศ และต่อยอดสู่โอกาสทางการค้าและการลงทุนในอนาคต

การเข้าพบครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมของไอแบงก์สำหรับการจัด กิจกรรมคู่ขนาน (Affiliated Program) ภายใต้หัวข้อ “การเงินอิสลาม: จากความเข้มแข็งในยามวิกฤตสู่การเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Islamic Finance: From Crisis Resilience to Transition Finance)” ในวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร โดยมุ่งให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของการเงินอิสลามในการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์จากประเทศที่มีบทบาทสำคัญด้านการเงินอิสลาม ทั้งในอาเซียน ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอื่น ๆ

ดร.ทวีลาภ เปิดเผยว่า “อินโดนีเซียมีประสบการณ์และความเข้มแข็งทั้งด้านการเงินอิสลามและเศรษฐกิจฮาลาล ขณะที่ประเทศไทยเองมีศักยภาพด้านสินค้าและบริการฮาลาลที่สามารถต่อยอดได้อีกมาก การพบปะครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีในการแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ว่า ทั้งสองประเทศจะสามารถนำจุดแข็งที่มีอยู่มาต่อยอดให้เกิดโอกาสด้านการเงิน การค้า และการลงทุนได้อย่างไร และเราหวังว่าเวทีในเดือนตุลาคมจะเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญในการเปิดมุมมอง เชื่อมโยงเครือข่าย และนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในอนาคต”

การพบปะครั้งนี้สะท้อนความมุ่งหมายของไอแบงก์ในการสนับสนุนการเชื่อมโยง การเงินอิสลาม (Islamic Finance) เข้ากับ เศรษฐกิจฮาลาล (Halal Economy) และเครือข่ายพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการไทย และมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศฮาลาลของประเทศไทยให้สามารถเชื่อมโยงกับตลาดและเครือข่ายในระดับนานาชาติได้มากยิ่งขึ้น


บทความที่เกี่ยวข้อง
วิริยะประกันภัย มอบสินไหมทดแทน อุบัติเหตุหินขนาดใหญ่ร่วงใส่รถกระบะ บริเวณถนนสายเถิน-ลี้
นายอนุสรณ์ สารีบุตร รักษาการผู้จัดการศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนอาวุโสเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายคมกริต สุดทรัพย์ ผู้จัดการศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนลำพูน บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมมอบสินไหมทดแทน จำนวน 235,000 บาท
11 ก.ย. 2026
PROUD เดินหน้าอัพฐานะการเงินแกร่ง  เตรียมปันผลยีลด์ 9% พร้อมขยายธุรกิจโตยั่งยืน
PROUD มั่นใจฐานะการเงินปี 2569 แข็งแกร่งต่อเนื่อง รับแรงหนุนโอนโครงการพร้อมอยู่ VEHHA Hua Hin, NUE District R9, ROMM Convent, VI Ari, VARUNN โชว์ Backlog 6,131 ล้านบาท รองรับรายได้ในอนาคต
26 มี.ค. 2026
“พันธุ์ไทย” จุดกระแส “ไทยเทรนด์”  เขย่าวงการกาแฟไทย! ปักหมุดวัตถุดิบท้องถิ่นสู่เทรนด์โลก  คว้ารางวัล “The Most Trend Setter Product” จากเวที Future Trends Awards 2026
บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด คว้ารางวัล “The Future Corporate Awards” สาขา “The Most Trend Setter Product” สุดยอดองค์กรผู้นำเทรนด์ด้านผลิตภัณฑ์
2 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy