อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค.69 อยู่ที่ 2.53% คาดแรงขับเคลื่อนเงินเฟ้อเริ่มกระจายไปสู่ด้านอุปสงค์ ท่ามกลางความเสี่ยงเอลนีโญ

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ส.ค. 69 อยู่ที่ 2.53% (YoY) เร่งขึ้นจาก 1.95% ในเดือนก่อน และสูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 2.37%1 ปัจจัยหลักยังคงมาจากราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานซึ่งเพิ่มขึ้น 8.59% โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (+14.12%) จากผลของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ รวมไปถึงหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น 2.99%YoY จากราคาอาหารสำเร็จรูปและอาหารสดที่ปรับสูงขึ้น
เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเทียบกับเดือนก่อน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 0.56% (MoM) จากหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น 0.78% ตามราคาไข่ไก่ เนื้อสุกร ไก่สด และอาหารบางรายการ รวมถึงหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มซึ่งเพิ่มขึ้น 0.43% จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ (+2.98%)
ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน อยู่ที่ 1.44% (YoY) แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี และสูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 1.39%1 จากการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาอาหารสำเร็จรูปและสินค้าอุปโภคบริโภค และหากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเทียบรายเดือน พบว่าดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.08%MoM
ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและพื้นฐานเฉลี่ย 8 เดือนแรกของปี 69 อยู่ที่ 1.37% และ 0.94% ตามลำดับ

Implication:
Krungthai COMPASS ประเมินเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดยตัวขับเคลื่อนเงินเฟ้อกำลังเคลื่อนไปสู่แรงผลักดันด้านอุปสงค์ภายในประเทศมากขึ้น รวมไปถึงมีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะปรับตัวขึ้นจากผลของเอลนีโญ ล่าสุดในเดือน ส.ค. อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจาก 1) พลังงาน ซึ่งมีสัดส่วนต่อเงินเฟ้อทั่วไปสูงถึง 41.5% (+1.05 p.p.) เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 2) เงินเฟ้อพื้นฐาน สะท้อนแรงส่งด้านอุปสงค์คิดเป็น 39.9% (+1.01 p.p.) โดยเฉพาะราคาอาหารสำเร็จรูปที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 และ 3) ราคาอาหารสดที่ปรับตัวสูงขึ้น จากภูมิอากาศแปรปรวน (+0.47 p.p.) ซึ่งกระทบอุปทานการผลิต บ่งชี้ว่า หากผลกระทบจากเอลนีโญ2 ในช่วงปลายปีนี้สูง จะยิ่งส่งผลให้ราคาในหมวดดังกล่าวสูงขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านพลังงาน หลังความตึงเคลียดในตะวันออกกลางยังผันผวนสูง โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบดูไบปรับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ สูงกว่าค่าเฉลี่ยในเดือนก่อนที่ 79.7 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล3 ซึ่งจะทำให้แรงกดดันด้านพลังงานกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังประเมินว่าแรงกดดันด้านต้นทุนยังทยอยส่งผ่านและกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ (BSI) ที่มีต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน ณ เดือน ส.ค. ต่ำกว่า 50 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 ปัจจัยหลักจากความกังวลที่มีต่อต้นทุนการผลิต รวมถึง มุมมองของผู้ประกอบการที่มีต่อต้นทุนในระยะ 3 เดือนข้างหน้า ยังอยู่ในระดับไม่เชื่อมั่นติดต่อกันต่อเนื่อง บ่งชี้ถึงความจำเป็นของผู้ประกอบการที่จะต้องส่งผ่านทุนในระยะถัดไป
มองไปข้างหน้า ยังต้องติดตามแรงขับเคลื่อนเงินเฟ้อจากทั้งสามปัจจัยข้างต้น โดยเฉพาะแรงกดดันจากปัจจัยอื่นนอกเหนือจากราคาพลังงานซึ่งเริ่มมีบทบาทมากขึ้น แรงกดดันด้านอุปสงค์อาจทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด ขณะเดียวกันราคาอาหารสดบางรายการกำลังปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ข้าวและผลิตภัณฑ์จากแป้ง ไข่และผลิตภัณฑ์นม อีกทั้งความเสี่ยงด้านอุปทานในช่วงปลายปีอาจซ้ำเติมแรงกดดันเงินเฟ้อ นอกจากนี้ เริ่มเห็นการเร่งขึ้นของราคาสินค้าบางหมวดที่อ่อนไหวต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่ง อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องเรือน และอุปกรณ์ซักล้าง สะท้อนการส่งผ่านต้นทุนพลังงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงที่เหลือของปี 69 มีแนวโน้มอยู่สูงกว่าค่ากลางของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2%



