แชร์

เมื่อ “คาดการณ์ตลาด” ยากขึ้น: ถอดวิธีคิด Fenghe Asia Fund กับการหา Alpha จากหุ้น มากกว่าการเดิมพันทิศทางตลาด

อัพเดทล่าสุด: 11 ก.ย. 2026
200 ผู้เข้าชม

ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่รุมล้อมตลาดการเงินในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นทิศทางดอกเบี้ย ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจเอเชีย คำถามที่นักลงทุนเผชิญอาจไม่ใช่แค่ “ตลาดจะขึ้นหรือลง” อีกต่อไป แต่กลายเป็น “จะลงทุนอย่างไร ในวันที่การคาดการณ์ทิศทางตลาดทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ”

แนวคิดหนึ่งที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในกลุ่มนักลงทุนสถาบันคือ การลดการพึ่งพาการคาดการณ์ภาพเศรษฐกิจมหภาค แล้วหันมาให้น้ำหนักกับ “กระบวนการ” คัดเลือกหุ้นรายตัวที่มีวินัย ควบคู่ไปกับระบบบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม - และนี่คือแกนความคิดที่อยู่เบื้องหลังการบริหารของ Fenghe Asia Fund กองทุน Long-Short Equity ซึ่งทางบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) ได้นำมาเป็นหนึ่งในทางเลือกให้นักลงทุนเข้าถึงแนวทางการลงทุนระดับสถาบัน

จาก “ลงทุนในเอเชีย” สู่การมองหา “ผู้ชนะจากการเติบโตของเอเชีย”

สิ่งที่ทำให้แนวทางของ Fenghe แตกต่างจากกองทุนธีมเอเชียทั่วไป คือแนวคิดที่เรียกว่า “Global Proxy for Asia” กล่าวคือ กองทุนไม่ได้จำกัดกรอบการลงทุนไว้เฉพาะบริษัทที่จดทะเบียนในภูมิภาคเอเชียเท่านั้น แต่พิจารณาไปถึงบริษัทใดก็ตามทั่วโลกที่กำลังได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจและผู้บริโภคเอเชีย

พูดอีกแบบคือ เป็นการเปลี่ยนมุมมองจาก “Geographic Exposure” ไปสู่ “Economic Exposure” - หากบริษัทที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ หรือยุโรปมีรายได้และการเติบโตเชื่อมโยงกับเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทนั้นก็อาจถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของโอกาสการลงทุนในธีมนี้ได้เช่นกัน เป็นมุมมองที่ขยายกรอบการมองโอกาสให้กว้างกว่าการดูแค่ตลาดหุ้นในภูมิภาค

หัวใจของกระบวนการ: ไม่ใช่แค่หาบริษัทที่ดี แต่ต้องหา “สิ่งที่ตลาดยังมองต่าง”

จุดที่น่าสนใจที่สุดของ Fenghe อาจไม่ใช่ผลตอบแทน แต่คือ “ระบบ” ที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจ ซึ่งกองทุนเรียกว่ากรอบวิเคราะห์ “5M3T3D” ใช้คัดกรอง Universe หุ้นราว 500 บริษัท

ส่วนแรกคือ 5M ประเมินคุณภาพธุรกิจใน 5 มิติ ได้แก่ ขนาดตลาด (Market Size) ส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ความสามารถในการทำกำไร (Operating Margins) ความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจ (Business Model) และศักยภาพของทีมผู้บริหาร (Management Team)

แต่การเป็นบริษัทพื้นฐานดีอย่างเดียวยังไม่พอสำหรับการสร้าง Alpha หากคุณภาพนั้นถูกสะท้อนอยู่ในราคาหุ้นไปแล้ว จึงนำมาสู่ส่วนที่สองคือ 3T การมองข้อมูลใน 3 กรอบเวลา แยกสิ่งที่ตลาดรับรู้ไปแล้วในระยะสั้น ออกจากปัจจัยระยะกลางช่วง 2–6 ไตรมาส ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมพยายามหามุมมองที่ต่างจาก Consensus รวมถึงประเมินความเสี่ยงเชิงโครงสร้างในระยะยาว

และส่วนสุดท้ายคือ 3D พิจารณาว่าหุ้นมีแรงขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรหรือไม่ ประมาณการของทีมต่างจากตลาดมากน้อยเพียงใด และราคาปัจจุบันมี Upside เทียบกับมูลค่าที่เหมาะสมหรือไม่ โดยหุ้นที่จะเข้าพอร์ตต้องผ่านอย่างน้อย 2 ใน 3 เงื่อนไขนี้

พูดให้ชัดขึ้น คำถามสำคัญของทีมลงทุนจึงไม่ใช่แค่ “บริษัทนี้ดีหรือไม่” แต่คือ “ตลาดรับรู้ความดีนั้นไปมากแค่ไหนแล้ว” และ “มีอะไรที่ทีมมองเห็นต่างจากตลาด”

เมื่อเลือกหุ้นผิด: วินัยในการจัดการความผิดพลาดคือส่วนที่มักถูกมองข้าม

หากกระบวนการคัดหุ้นคือด้านหนึ่งของ Fenghe อีกด้านที่สำคัญไม่แพ้กันคือแนวทางควบคุมความเสี่ยง พอร์ตลงทุนกระจายไปในหุ้นราว 100 บริษัท เริ่มต้นด้วยน้ำหนักตำแหน่งทั่วไปประมาณ 0.5–1% และมีเพดานจำกัดขนาดการลงทุนสูงสุดต่อสถานะ

กองทุนยังใช้ระบบ Stop-Loss 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับหุ้นรายตัว ระดับภาพรวมพอร์ต ไปจนถึงระดับผู้จัดการกองทุนหรือ Trader โดยมีการติดตามและกำหนดเกณฑ์ตัดขาดทุนอย่างเป็นระบบ

หลักคิดเบื้องหลังเรื่องนี้ตรงไปตรงมา: ไม่มีผู้จัดการกองทุนคนใดเลือกหุ้นถูกได้ทุกครั้ง สิ่งที่แยกกองทุนที่มีวินัยออกจากกองทุนทั่วไปจึงไม่ใช่แค่ความสามารถในการหาโอกาส แต่คือการมี “ระบบรองรับ” เมื่อสมมติฐานการลงทุนไม่เป็นไปตามคาด โดยเฉพาะในภาวะตลาดผันผวน กระบวนการที่ช่วยลดการตัดสินใจด้วยอารมณ์มักมีผลต่อวินัยของพอร์ตในระยะยาวมากกว่าที่คิด

ตัวเลขผลตอบแทน: ควรอ่านคู่กับคำถามเรื่อง “คุณภาพ” ของผลตอบแทนนั้น

จากข้อมูลย้อนหลังถึงเดือนมิถุนายน 2026 Fenghe Asia Fund มีผลตอบแทนสะสม 612.9% นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน เทียบกับ MSCI World ที่ 266.9% ในช่วงเวลาเดียวกัน และมี Annualized Return เฉลี่ยราว 15.6% ต่อปี ขณะที่ Sharpe Ratio อยู่ที่ 1.40 เทียบกับ MSCI World ที่ 0.72 Average Drawdown อยู่ที่ราว -6.0% และ Net Exposure เฉลี่ยประมาณ 40%

ตัวเลขเหล่านี้ชวนให้ตั้งคำถามมากกว่าแค่ “ผลตอบแทนสูงแค่ไหน” แต่รวมถึง “ผลตอบแทนนั้นถูกสร้างขึ้นด้วยความเสี่ยงระดับใด” ซึ่งสำหรับกลยุทธ์ Long-Short Equity การบริหาร Net Exposure ให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และการพึ่งพา Alpha จากการเลือกหุ้นรายตัวมากกว่าทิศทางตลาดโดยรวม คือปัจจัยที่ควรพิจารณาควบคู่ไปกับตัวเลขผลตอบแทนในอดีตเสมอ

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ใช่เครื่องยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต และผู้ลงทุนควรศึกษาลักษณะผลิตภัณฑ์ ความเสี่ยง เงื่อนไข ตลอดจนความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์การลงทุนของตนเองอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ

ประตูสู่แนวทางการลงทุนแบบสถาบัน

การที่เอเซีย พลัส นำ Fenghe Asia Fund มาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักลงทุนไทย ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มผลิตภัณฑ์การลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในพอร์ตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวทางในการเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงกลยุทธ์การลงทุนที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์และการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในกลุ่มนักลงทุนสถาบัน

คุณอาวิน โซนี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดสถาบัน และหัวหน้าฝ่ายการตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า “ในภาวะที่ตลาดการเงินมีความผันผวนและการคาดการณ์ทิศทางตลาดทำได้ยากขึ้น นักลงทุนอาจต้องมองหาแนวทางการลงทุนที่ไม่ได้พึ่งพาทิศทางของตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์และการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ การนำ Fenghe Asia Fund มาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการคัดสรรโอกาสการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงกลยุทธ์การลงทุนที่มีความหลากหลายและใช้กระบวนการลงทุนในระดับสถาบันมากขึ้น”

ในวันที่นักลงทุนต้องเผชิญกับข้อมูลจำนวนมากและทิศทางตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กรณีของ Fenghe จึงชวนให้มองอีกมุมหนึ่งว่า นักลงทุนอาจไม่จำเป็นต้องคาดการณ์เศรษฐกิจหรือทิศทางตลาดให้ถูกต้องทุกครั้ง หากมีกระบวนการคัดเลือกหุ้นที่มีวินัย พยายามค้นหามุมมองที่ตลาดยังไม่ได้สะท้อน และมีระบบบริหารความเสี่ยงรองรับเมื่อสมมติฐานการลงทุนไม่เป็นไปตามคาด


บทความที่เกี่ยวข้อง
SME D Bank ผนึกกำลัง ก.พาณิชย์ เสริมแกร่งสร้างมาตรฐานธุรกิจแฟรนไชส์  ติดปีกพาเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank  พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าร่วมงาน Success Beyond Standard
23 ต.ค. 2025
กทพ. แจ้งปิดเบี่ยงการจราจรบนทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) บริเวณไหล่ทางซ้าย 1 ช่องทาง ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค 2569 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2569 เพื่อดำเนินงานปรับปรุงรอยต่อผิวจราจรทางพิเศษ
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ได้ว่าจ้าง กิจการร่วมค้า DW เพื่อดำเนินงานปรับปรุงรอยต่อผิวจราจรทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ช่วง กม.19+520 ถึง กม.19+820
19 พ.ค. 2026
เพาเวอร์บาย จัดมหกรรม "POWER BUY MEGA EXPO" ช้อปใหญ่แห่งปี ยกทัพเทคโนโลยีและเครื่องใช้ไฟฟ้า ลดสูงสุด 60% พร้อมดีลสุดคุ้ม 23 ก.ค. – 5 ส.ค. 69
เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ชวนสายเทคและนักช้อปสัมผัสมหกรรมช้อปครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี "POWER BUY MEGA EXPO" รวบรวมนวัตกรรมล่าสุดและเครื่องใช้ไฟฟ้าครบทุกหมวดจากแบรนด์ชั้นนำมาไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นทีวี
27 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy