แชร์

บลจ.อีสท์สปริง โชว์จ่ายปันผลกองทุนอสังหาฯ และโครงสร้างพื้นฐาน 2 กองทุน รวม 187 ล้านบาท

อัพเดทล่าสุด: 17 ก.ย. 2026
108 ผู้เข้าชม

นายยิ่งยง เจียรวุฑฒิ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยว่า บลจ.อีสท์สปริง เตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ และโครงสร้างพื้นฐานภายใต้การบริหารจัดการจำนวน 2 กองทุน สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ประกอบด้วย กองทุนเปิดอีสท์สปริง Property and Infrastructure Income Plus Flexible (ES-PIPF) ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย  กำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 17 กันยายน 2569 และกองทุนเปิดอีสท์สปริง Property and Infrastructure Flexible (ES-PROPINFRAFLEX) ในอัตรา 0.14 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 22 กันยายน 2569 รวมมูลค่าจ่ายปันผล  187,453,820.44 บาท

กองทุนเปิดอีสท์สปริง Property and Infrastructure Income Plus Flexible (ES-PIPF) มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารที่อยู่ในหมวดอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector) และ/หรือ หน่วยโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงอยู่ระหว่างการดำเนินการกระจายการถือหน่วยลงทุน หรือเปิดเสนอขายครั้งแรก โดยเฉลี่ยในรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยมีการจ่ายเงินปันผลต่อหน่วยลงทุนย้อนหลัง 5 ปี คือปี ปี 2564 อยู่ที่ 0.4013 บาทต่อหน่วย ปี 2565 อยู่ที่ 0.10 บาทต่อหน่วย ปี 2566 อยู่ที่ 0.15 บาทต่อหน่วย ปี 2567 อยู่ที่ 0.20 บาทต่อหน่วย ปี 2568 อยู่ที่ 0.65 บาทต่อหน่วย ซึ่งปี 2569 ได้มีการจ่ายปันผลไปแล้ว 0.20 บาทต่อหน่วย เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เมื่อรวมกับการจ่ายปันผลงวดนี้อีก 0.20 บาทต่อหน่วย รวมเป็นยอดจ่ายเงินปันผลทั้งสิ้น 1.9013 บาทต่อหน่วย (ที่มา: บลจ.อีสท์สปริง ณ วันที่ 16 กันยายน 2569)

กองทุนเปิดอีสท์สปริง Property and Infrastructure Flexible (ES-PROPINFRAFLEX) มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์/ตราสารที่จดทะเบียนทั้งในและต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉลี่ยในรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยมีการจ่ายเงินปันผลต่อหน่วยลงทุนย้อนหลัง 5 ปี คือ ปี 2564 อยู่ที่ 0.225 บาทต่อหน่วย ปี 2566 อยู่ที่ 0.1772 บาทต่อหน่วย ปี 2567 อยู่ที่ 0.46 บาทต่อหน่วย ปี 2568 อยู่ที่ 0.30 บาทต่อหน่วย ซึ่งปี 2569 ได้มีการจ่ายปันผลไปแล้ว 0.20 บาทต่อหน่วย เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 เมื่อรวมกับการจ่ายปันผลงวดนี้อีก 0.14 บาทต่อหน่วย รวมเป็นยอดจ่ายเงินปันผลทั้งสิ้น 1.5022 บาทต่อหน่วย (ที่มา: บลจ.อีสท์สปริง ณ วันที่ 16 กันยายน 2569)

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนมิใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงของการลงทุน ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินลงทุนคืนมากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกก็ได้ ความเสี่ยงของกองทุนเปิดอีสท์สปริง Property and Infrastructure Income Plus Flexible และกองทุนเปิดอีสท์สปริง Property and Infrastructure Flexible ได้แก่ ความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินจำนวนมาก และความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น ซึ่งทั้ง 2 กองทุนนี้ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.eastspring.co.th หรือโทร 1725 ในวันและเวลาทำการ หรือผ่านช่องทางการขายของบลจ.อีสท์สปริง หรือผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนที่ได้รับการแต่งตั้ง โฆษณานี้ถูกว่าจ้างและได้รับการสนับสนุนโดย บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด


บทความที่เกี่ยวข้อง
ไทยพาณิชย์ - FWD ประกันชีวิต ชูความสำเร็จเทคโนโลยีการตลาดเฉพาะบุคคล  ส่ง “ประกันทรัพย์พอร์ตทุกวัย*” คว้ารางวัล MarTech Award 2026
ธนาคารไทยพาณิชย์ และ บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) พันธมิตรทางธุรกิจประกันชีวิต นำ “ประกันทรัพย์พอร์ตทุกวัย*” กวาดรางวัลต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้รับรางวัลจากเวทีระดับประเทศ Thailand’s MarTech Award 2026
23 มี.ค. 2026
ธ.ก.ส. จัดพิธีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นำคณะผู้บริหารและพนักงานร่วมกิจกรรมถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
23 ก.ค. 2026
กกร. ชี้ต่างชาติยังเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย สนับสนุนรัฐใช้นโยบายแบบ “Targeted Policy” เพิ่มประสิทธิภาพการคลัง พร้อมเร่งลงทุนเศรษฐกิจใหม่
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่าจากที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Moody’s ได้ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) เป็นระดับ
22 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy