แชร์

ทีเส็บ เปิดตัว 6 พื้นที่ใหม่ “ไมซ์ซิตี้” ดันยอดทั่วไทยทะลุ 16 เมือง กระบี่-เชียงราย-นครศรีฯ-ระยอง-อุบลฯ และหัวหิน-ชะอำ ตั้งเป้า 6 พื้นที่ต่อยอดกระจายจัดงานไมซ์ทุกภูมิภาคทั่วไทย

อัพเดทล่าสุด: 22 ก.ย. 2026
120 ผู้เข้าชม

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เดินหน้าปักหมุดประเทศไทยสู่ศูนย์กลางไมซ์แห่งอาเซียน ประกาศรับรองความพร้อม 6 พื้นที่ใหม่ ยกระดับเป็นเมืองไมซ์ หรือ “ไมซ์ซิตี้” (MICE City) ส่งผลให้จำนวนเมืองไมซ์ทั่วประเทศเพิ่มเป็น 16 แห่ง (2026 MICE CITY: 16 Destinations) รองรับการกระจายการจัดงานให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วไทยได้มากขึ้น

ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า การประเมินเมืองไมซ์ในปี 2569 ได้รับการดำเนินการผ่านการพิจารณาอย่างเข้มข้นจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตามมาตรฐาน 8 ด้าน 32 ตัวชี้วัด ได้แก่ ความสะดวกในการเข้าสู่เมืองและสถานที่จัดงาน การสนับสนุนการจัดงาน กิจกรรมเพิ่มเติมนอกเหนือการประชุม ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก มาตรฐานสถานที่จัดงาน ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของเมือง ความปลอดภัย และการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยปีนี้ทีเส็บและคณะกรรมการประกาศรับรองพื้นที่ใหม่เป็นเมืองไมซ์รวม 6 แห่ง ดังนี้ 1. กระบี่ (ไมซ์ชายทะเลอันดามัน) 2. เชียงราย (เมืองไมซ์สร้างสรรค์และวัฒนธรรม) 3. นครศรีธรรมราช (ศูนย์กลางไมซ์เชิงวัฒนธรรมและศาสนา) 4. ระยอง (ศูนย์กลางไมซ์ภาคอุตสาหกรรมต่อยอด Eastern Economic Corridor หรือ EEC)  5. อุบลราชธานี (ประตูไมซ์อีสานใต้สู่ลุ่มน้ำโขง) และ 6. หัวหิน-ชะอำ (เมืองไมซ์ที่ผนึกจุดแข็งของรีสอร์ตชายทะเลและสถานที่จัดงานของสองพื้นที่เข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการจัดงานบิ๊ก อีเวนต์ ขนาดใหญ่แบบไร้รอยต่อ) พร้อมกันนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้พิจารณาต่ออายุเมืองไมซ์ให้กับเมืองไมซ์เดิมจำนวน 3 เมืองอีกด้วย เนื่องจากมีอายุครบรอบการประเมิน ประกอบด้วย สุราษฎร์ธานี พิษณุโลก และอุดรธานี

ดร. ศุภวรรณ กล่าวว่า การยกระดับเป็นเมืองไมซ์ (MICE City) ไม่ใช่เพียงแค่การรับรองสถานะ แต่คือการนำอุตสาหกรรมไมซ์ไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจของแต่ละเมืองตามจุดแข็งเฉพาะตัว หรือที่เรียกว่า "Destination DNA" เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเมือง โดยการรับรอง 6 พื้นที่ใหม่เป็นเมืองไมซ์ส่งผลให้เมืองไมซ์ทั่วประเทศไทยมีจำนวนรวม 16 เมือง โดย 10 เมืองไมซ์เดิมประกอบด้วย 1.กรุงเทพมหานคร (ศูนย์กลางหลักของประเทศ) 2. เชียงใหม่ (ศูนย์กลางภาคเหนือ และเจ้าภาพจัดงาน MICE City Summit 2027) 3. ขอนแก่น (ศูนย์กลางหลักภาคอีสาน) 4. ภูเก็ต (ศูนย์กลางท่องเที่ยวและ Incentive ระดับโลกภาคใต้) 5.พัทยา (ชลบุรี) (เมืองไมซ์หลักในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก - EEC) 6.นครราชสีมา (เมืองไมซ์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชื่อมต่อภาคอีสาน) 7. อุดรธานี (เมืองไมซ์เชื่อมโยงภูมิภาคอินโดจีน) 8.สงขลา (เมืองต้นแบบไมซ์ยั่งยืน) 9.สุราษฎร์ธานี (เมืองไมซ์เกาะท่องเที่ยวศักยภาพสูงที่เพิ่งผ่านการต่ออายุรับรอง) 10.พิษณุโลก (ศูนย์กลางไมซ์และการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภาคเหนือตอนล่าง)

ภายหลังการรับรองทั้ง 6 พื้นที่ ทีเส็บได้เตรียมแผนพัฒนาเมืองร่วมกับแต่ละจังหวัดผ่าน 3 กลไกสำคัญ เพื่อผลักดันให้เป้าหมายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่:

  • การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure & Connectivity): ผลักดันผ่านต้นแบบที่เคยดำเนินการคือ “EEC MICE Sandbox” และจัดทำ Area-based MICE Development Playbook เพื่อขยายผลสู่เมืองไมซ์ทั่วประเทศ
  • การชูอัตลักษณ์พื้นที่ (City-as-content & Destination DNA): ออกแบบงานไมซ์ให้สอดคล้องกับจุดแข็งเฉพาะตัวของแต่ละเมือง พร้อมส่งเสริมมาตรฐานการจัดงานอย่างยั่งยืน (Thailand Sustainable Event Management Standard: TSEMs)
  • การพัฒนาบุคลากรและห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่น (Local Ecosystem): สร้างเครือข่ายผู้ประกอบการไมซ์ในพื้นที่ และเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ภาษี หักลดหย่อนได้สูงสุด 200% (Tax Deduction)เพื่อจูงใจให้องค์กรต่างๆ เลือกจัดงานประชุมและสัมมนาในเมืองไมซ์มากขึ้น

ทั้งนี้ ในปี 2570 ทีเส็บมีแผนเตรียมประเมินเพื่อต่ออายุเมืองไมซ์ซิตี้หลักอีก 4 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต และขอนแก่น ควบคู่กับการพัฒนาเกณฑ์การประเมินเมืองรูปแบบเฉพาะ     (By Type) เพื่อรองรับความหลากหลายของแต่ละพื้นที่ และตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทยก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางไมซ์ของภูมิภาคอาเซียน” (MICE Hub of ASEAN) ต่อไป

โครงการเมืองไมซ์ของทีเส็บเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 ภายใต้ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 ของ ทีเส็บ คือ การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไมซ์ ซึ่งเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ    20 ปี ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (2566–2570) ที่มุ่งให้ไทยเป็นจุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพและยั่งยืน แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (2566–2570) ที่ให้ความสำคัญกับ Business Tourism เป้าหมายคือยกระดับเมืองศักยภาพให้เป็น Preferred MICE Destination


บทความที่เกี่ยวข้อง
ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง NTF ขายไอพีโอ 60 ล้านหุ้น  บริษัทส่งออกผลไม้สดรายแรกที่จะเข้าตลาด mai  ยกระดับผลไม้ไทยเกรดพรีเมี่ยมจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ
ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง บมจ.เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) หรือ NTF เตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 60 ล้านหุ้น บริษัทส่งออกผลไม้สดรายแรกที่จะเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ
8 ต.ค. 2025
กทพ. แจ้งปิดเบี่ยงจราจรชั่วคราว บริเวณก่อนเข้าด่านจตุโชติ ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ บนทางพิเศษฉลองรัช วันที่ 23–26 มีนาคม 2569
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ได้ว่าจ้างบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินการก่อสร้าง โครงการทางพิเศษฉลองรัชส่วนต่อขยาย (ช่วงจตุโชติ–ลำลูกกา) (งานโยธา)
18 มี.ค. 2026
AIA ONE BILLION DAY 2025 รวมพลังคนรักสุขภาพกว่า 10,000 ชีวิต ร่วมสร้างสุขภาพที่ดีและสังคมที่ยั่งยืน ณ โบนันซ่า เขาใหญ่
เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมกับ กลุ่มบริษัทพราว จังหวัดนครราชสีมา และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จัดกิจกรรมยิ่งใหญ่แห่งปี AIA ONE BILLION DAY 2025 งานที่รวมกิจกรรมสำหรับคนรักสุขภาพตัวจริง ภายใต้คอนเซ็ปต์ Run Fun Share
26 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy