แชร์

จับตาการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-จีน ฮั่วเซ่งเฮงชี้ผลเจรจาอาจกำหนดทิศทางทองคำระยะสั้น

อัพเดทล่าสุด: 23 ก.ย. 2026
130 ผู้เข้าชม

การประชุมสุดยอดระหว่างสหรัฐฯ และจีนกำลังเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตา หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง มีกำหนดพบกันในวันที่ 24 กันยายน ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังครอบคลุมทั้งการค้า เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์

ฮั่วเซ่งเฮง ประเมินว่า ตลาดอาจไม่ได้คาดหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะนำไปสู่ “ข้อตกลงครั้งใหญ่” ที่สามารถยุติความขัดแย้งระหว่างสองประเทศได้ทันที แต่ให้น้ำหนักกับความสามารถของทั้งสองฝ่ายในการรักษาเสถียรภาพของความสัมพันธ์ และลดความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะยกระดับขึ้น

สำหรับตลาดทองคำ ผลการประชุมจึงมีความสำคัญต่อ ระดับการยอมรับความเสี่ยงของนักลงทุนและทิศทางกระแสเงินทุน โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดยังต้องประเมินทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ควบคู่กับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก

4 ประเด็นสำคัญบนโต๊ะเจรจา

•         ประเด็นแรก “การค้าและภาษี” ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเจรจา

ตลาดจับตาว่าสหรัฐฯ และจีนจะสามารถรักษาหรือขยายช่วงพักรบทางการค้าได้หรือไม่ รวมถึงการนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ ของจีน และการผ่อนคลายข้อจำกัดทางการค้าและเทคโนโลยี หากการเจรจามีความคืบหน้า จะช่วยลดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก แต่หากกลับมาใช้มาตรการตอบโต้ อาจเพิ่มความกังวลด้านเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ

•         ประเด็นที่สอง “เทคโนโลยีและ AI”

โดยเฉพาะการแข่งขันด้านเซมิคอนดักเตอร์ AI และเทคโนโลยีขั้นสูงยังเป็นประเด็นสำคัญ แม้โอกาสยุติการแข่งขันมีจำกัด แต่หากทั้งสองฝ่ายสามารถสร้างกรอบความร่วมมือหรือกลไกลดความเสี่ยงได้ อาจช่วยลดความตึงเครียดและสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาด

•         ประเด็นที่สาม “อิหร่านและสถานการณ์ตะวันออกกลาง”

สหรัฐฯ ต้องการให้จีนมีบทบาทมากขึ้นในการช่วยลดความตึงเครียดกับอิหร่าน เนื่องจากจีนมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับอิหร่าน โดยเฉพาะการนำเข้าน้ำมันดิบ และยังเป็นสมาชิกในกลุ่ม BRICS+ ด้วยกัน

•         ประเด็นที่สี่ “ไต้หวัน”

หนึ่งในประเด็นที่ “เปราะบางที่สุด” ของความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีน หากถ้อยแถลงหลังการประชุมสะท้อนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น อาจกระทบความเชื่อมั่นของตลาด ทำให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงและเพิ่มน้ำหนักในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ

หากเจรจาราบรื่น ทองคำอาจเผชิญแรงพักฐานระยะสั้น

ฮั่วเซ่งเฮงมองว่า หากผลการประชุมออกมาในเชิงบวก เช่น มีความคืบหน้าด้านการค้า สามารถรักษาหรือขยายช่วงพักรบทางภาษี และไม่มีการยกระดับความขัดแย้งด้านเทคโนโลยีหรือภูมิรัฐศาสตร์ จะช่วยลดความกังวลของตลาดและทำให้นักลงทุนเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว เงินทุนบางส่วนอาจกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ความต้องการถือครองทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงอาจลดลง ส่งผลให้ราคาทองคำมีโอกาสเผชิญแรงขายทำกำไรหรือพักฐานในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตาม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ ควบคู่กัน เนื่องจากทั้งสองปัจจัยมีอิทธิพลสำคัญต่อราคาทองคำ หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและดอลลาร์ปรับขึ้นพร้อมกัน อาจเพิ่มแรงกดดันต่อทองคำ แต่หากทั้งสองปัจจัยอ่อนตัวลง ก็อาจช่วยจำกัดแรงขาย แม้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยจะลดลงก็ตาม

หากการเจรจาสะดุด ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอาจกลับมา

ในทางกลับกัน หากการประชุมไม่มีความคืบหน้า หรือมีสัญญาณว่าสหรัฐฯ และจีนอาจกลับมาใช้มาตรการกดดันด้านภาษี การค้า หรือเทคโนโลยีเพิ่มเติม รวมถึงความตึงเครียดในประเด็นอิหร่านและไต้หวันที่เพิ่มขึ้น นักลงทุนอาจลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงและเพิ่มน้ำหนักในสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งมีโอกาสเป็นแรงสนับสนุนราคาทองคำ

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้ส่งผลบวกต่อทองคำในทุกกรณี หากความขัดแย้งส่งผลให้ราคาพลังงานและเงินเฟ้อสูงขึ้น จนตลาดประเมินว่าเฟดจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์อาจปรับตัวขึ้น และจำกัดการปรับขึ้นของราคาทองคำได้เช่นกัน

ฮั่วเซ่งเฮงชี้ “ความไม่แน่นอนลดลงหรือเพิ่มขึ้น” คือประเด็นสำคัญ

ฮั่วเซ่งเฮงประเมินว่า การแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีลักษณะเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านการค้า เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ จึงเป็นเรื่องยากที่การประชุมเพียงครั้งเดียวจะสามารถคลี่คลายความขัดแย้งทั้งหมดได้

สำหรับนักลงทุนทองคำ ประเด็นสำคัญหลังการประชุมวันที่ 24 กันยายนจึงไม่ใช่เพียงว่า “สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงอะไรได้บ้าง” แต่คือ “ผลการเจรจาทำให้ระดับความไม่แน่นอนของตลาดโลกลดลงหรือเพิ่มขึ้น”

หากการเจรจาช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้น ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอาจลดลง และราคามีโอกาสพักฐานในระยะสั้น แต่หากผลการประชุมเพิ่มความเสี่ยงด้านการค้า เทคโนโลยี หรือภูมิรัฐศาสตร์ เงินทุนอาจกลับเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยและสนับสนุนราคาทองคำในระยะต่อไป

ดังนั้น นักลงทุนควรติดตามทั้ง ผลการเจรจาสหรัฐฯ–จีน ระดับการยอมรับความเสี่ยงของตลาด ทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ ควบคู่กับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ เพื่อประเมินว่าตลาดให้น้ำหนักกับผลการประชุมในทิศทางใด

ท้ายที่สุด สิ่งที่มีความสำคัญต่อทองคำอาจไม่ใช่เพียงว่า “การเจรจาสำเร็จหรือล้มเหลว” แต่คือหลังการประชุมครั้งนี้ “ความเสี่ยงที่ตลาดรับรู้ลดลง หรือเพิ่มขึ้นจากเดิมมากเพียงใด”


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทิพยประกันภัย สานต่อแนวคิด การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน เขื่อนรัชชประภา
นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี (กลาง) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 62 โดยมีคณะครู อาจารย์ และผู้บริหาร สถานศึกษา
28 มี.ค. 2026
กทพ. แจ้งปิดเบี่ยงจราจรชั่วคราว บนทางพิเศษฉลองรัช  บริเวณก่อนทางเข้าด่านฯ จตุโชติ ฝั่งขาเข้ากรุงเทพ ด้านขวาทาง จำนวน 1 ช่องจราจร
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ได้ว่าจ้าง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นต์ จำกัด มหาชน เป็นผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้าง
10 ก.พ. 2026
SME D Bank จับมือพันธมิตร สนับสนุน SMEs ก้าวสู่ธุรกิจสีเขียว  จัดงาน "วันสิ่งแวดล้อมไทย" มุ่งเป้าหมาย Net Zero ตอกย้ำธนาคารเพื่อความยั่งยืน
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย" (ธพว.) หรือ SME D Bank     ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ด้านการสนับสนุนเชิงธุรกิจและการตลาดให้กับผู้ประกอบการ G Green
4 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy