แชร์

คปภ. เรียกประชุมภาคธุรกิจประกันภัย กำหนดแนวทางช่วยเหลือเร่งด่วน–เตรียมพร้อมหลังน้ำลด มุ่งบรรเทาความเดือดร้อนผู้เอาประกันภัย

อัพเดทล่าสุด: 28 ก.ย. 2026
44 ผู้เข้าชม

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) มอบหมายให้ นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ เป็นประธานการประชุมติดตามและเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจประกันภัยเพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัย ร่วมกับ สมาคมประกันวินาศภัยไทยและภาคธุรกิจประกันภัย ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อร่วมกันติดตามสถานการณ์ความเสียหาย ด้านการประกันภัยและเตรียมมาตรการรองรับการให้ความช่วยเหลือประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบ จากอุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ผู้สำรวจภัย ช่องทางรับแจ้งเหตุ เครือข่ายอู่ซ่อมรถ การสำรวจและประเมินความเสียหาย ตลอดจนการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้สามารถรองรับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำนักงาน คปภ. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจัดการประชุมครั้งนี้ขึ้นเพื่อรับฟังสถานการณ์ ปัญหาและอุปสรรคจากภาคธุรกิจประกันภัย ตลอดจนสะท้อนการเตรียมความพร้อมและร่วมกันกำหนดแนวทางในการให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบ โดยได้หารือถึงการสำรวจข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยในพื้นที่ประสบอุทกภัย ผ่านระบบฐานข้อมูลกลางประกันภัย (Insurance Bureau System : IBS) เพื่อประเมินขอบเขตความเสียหายและจำนวน ผู้เอาประกันภัยที่อาจได้รับผลกระทบ รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยในการจัดเตรียมรถยกและรถลากสำหรับช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและกีดขวางการจราจร ตลอดจนประสานหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดเตรียมพื้นที่รองรับการเคลื่อนย้ายรถยนต์

สำหรับแนวทางดำเนินการ สำนักงาน คปภ. ได้กำชับให้บริษัทประกันภัย เตรียมความพร้อมและกำหนดมาตรการรองรับ ทั้งด้านบุคลากร ผู้สำรวจภัย ช่องทางรับแจ้งเหตุ และเครือข่ายอู่ซ่อมรถให้เพียงพอ รวมถึงเตรียมรองรับกรณีมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ขณะเดียวกันให้เร่งสำรวจและประเมินความเสียหายทั้งรถยนต์ บ้านเรือน และทรัพย์สิน โดยจากการรายงานของภาคธุรกิจพบว่า ผู้สำรวจภัยและบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ได้เริ่มดำเนินการเชิงรุก ไม่รอให้ ผู้เอาประกันภัยติดต่อเข้ามาเพียงฝ่ายเดียว แต่มีการแยกทีมสำหรับติดต่อประสานลูกค้าในพื้นที่ประสบภัยผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งโทรศัพท์ LINE และช่องทางออนไลน์ เพื่อคัดแยกผู้ที่ได้รับผลกระทบและนัดหมายการสำรวจความเสียหายล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ที่ระดับน้ำยังสูงและไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ เพื่อให้สามารถเข้าดำเนินการได้ทันทีเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย ทั้งนี้ ภาคธุรกิจประกันภัยยืนยันความพร้อมในการเพิ่มช่องทางการติดต่อเพื่อให้ผู้เอาประกันภัยสามารถแจ้งเหตุและประสานขอรับความช่วยเหลือได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่กำหนดให้บริษัทติดตามกรณีที่ยังไม่สามารถเข้าสำรวจได้และดำเนินการทันทีเมื่อสามารถเข้าพื้นที่ได้

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงข้อจำกัดสำคัญในการวางแผนเข้าพื้นที่ คือ ข้อมูลระดับน้ำในแต่ละพื้นที่ที่เป็นปัจจุบัน เนื่องจากบางพื้นที่ยังไม่สามารถส่งผู้สำรวจภัยเข้าไปดำเนินการได้ ภาคธุรกิจจึงเสนอให้สำนักงาน คปภ. ประสานหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสถานการณ์ ระดับน้ำ และการเข้าถึงพื้นที่ เพื่อใช้ประกอบการวางแผนจัดส่งผู้สำรวจภัยและทีมช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม และเมื่อได้รับข้อมูลแล้วให้ส่งต่อไปยังสมาคมประกันวินาศภัยไทย เพื่อกระจายข้อมูลไปยังบริษัทสมาชิกและใช้ประกอบการเตรียมความพร้อมในการเข้าพื้นที่ต่อไป

ในด้านการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน สำนักงาน คปภ. เน้นย้ำให้ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับ ความรวดเร็วในการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทน เพื่อให้การประกันภัยสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เอาประกันภัยจากสถานการณ์อุทกภัยได้อย่างทันท่วงที โดยที่ประชุมได้รับรายงานว่า สำหรับกรณีที่สามารถตรวจสอบและพิสูจน์ความเสียหายได้อย่างชัดเจน บริษัทประกันภัยมีความพร้อมดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายในระยะเวลา ไม่เกิน 7 วัน รวมถึงกรณีความเสียหายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะที่กรณีที่ตรวจสอบแล้วเข้าหลักเกณฑ์ความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) บริษัทประกันภัยจะดำเนินการจัดเตรียมและรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องควบคู่กับกระบวนการประเมินความเสียหาย เพื่อให้เอกสารครบถ้วนและสามารถยืนยันความเสียหายได้ชัดเจน สามารถดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้โดยเร็ว ทั้งนี้ แนวทางตามวาระกำหนดให้บริษัทพิจารณาความคุ้มครองและจ่ายค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่สามารถประเมิน ความเสียหายได้แล้ว โดยเฉพาะกรณีความเสียหายรุนแรงและรถยนต์ที่อาจเข้าข่าย Total Loss ให้ดำเนินการตามเงื่อนไขกรมธรรม์อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

สำหรับกรณีรถยนต์ที่อยู่ระหว่างการเช่าซื้อหรือมีภาระกับสถาบันการเงิน ที่ประชุมได้หารือถึงปัญหาความล่าช้าในการรวบรวมเอกสารจากผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดต่อกระบวนการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในกรณี Total Loss โดยสำนักงาน คปภ. จะประสานความร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวก ในการจัดเตรียมและส่งต่อเอกสาร ลดระยะเวลาและขั้นตอนในการดำเนินการ เพื่อให้การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสามารถดำเนินการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ในประเด็นการประเมินความเสียหายของรถยนต์จากน้ำท่วม ที่ประชุมได้หารือให้แยกแนวทางการพิจารณาระหว่างรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยกรณีรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป ให้ใช้แนวทางการประเมินความเสียหาย 5 ระดับ ตั้งแต่ระดับ A–E ของสำนักงาน คปภ. เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา โดยการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนให้เป็นไปตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงและเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย

ในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ประชุมยังได้หารือถึงการประเมินความเสียหายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยใช้แนวทางในลักษณะเดียวกับการดำเนินการกรณีอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งต้องพิจารณามูลค่าความเสียหายของแบตเตอรี่ประกอบกับความเสียหายของตัวรถ โดยเฉพาะกรณีแบตเตอรี่ถูกน้ำท่วมขัง ต้องตรวจสอบว่าสามารถฟื้นฟูหรือซ่อมแซมกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยเพียงใด หากไม่สามารถฟื้นฟูได้ จึงนำมาประกอบการพิจารณาว่าเข้าข่ายความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) หรือไม่ รวมทั้งต้องพิจารณาข้อกำหนดและแนวทางทางของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นประกอบด้วย

นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ได้หารือกับภาคธุรกิจถึงการจัดทำและรายงานข้อมูลความเสียหายจากอุทกภัย โดยให้บริษัทประกันภัยรวบรวมข้อมูลจำนวนการแจ้งเคลม ประเภทความเสียหาย มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น ความคืบหน้าการสำรวจและประเมินความเสียหาย การจ่ายค่าสินไหมทดแทน รวมถึงปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน ตามแบบฟอร์มที่สำนักงาน คปภ. จะจัดส่งให้ เพื่อใช้ติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ในส่วนของสำนักงาน คปภ. ได้ออกมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้ผู้เอาประกันภัยสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยได้อย่างรวดเร็ว โดยในส่วนของ การประกันชีวิต บริษัทประกันภัยอาจขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันครบระยะเวลาผ่อนผันเดิม รวมถึงผ่อนผันมาตรการบางประการกรณีกรมธรรม์สิ้นผลบังคับจากการขาดชำระเบี้ยประกันภัย การนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยประกันภัยโดยอัตโนมัติ ตลอดจนกรณีมีการเปลี่ยนแปลงงวดการชำระเบี้ยประกันภัย เพื่อช่วยลดภาระของผู้เอาประกันภัยในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สำหรับการประกันวินาศภัย สำนักงาน คปภ. ได้กำหนดมาตรการผ่อนผันเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย โดยกรณีประกันภัยรถยนต์ บริษัทประกันภัยอาจผ่อนผันการเก็บเบี้ยประกันภัยและรับเบี้ยประกันภัยได้จนถึง 180 วัน นับแต่วันที่สัญญาประกันภัย มีผลใช้บังคับ หรือวันที่สัญญาประกันภัยเริ่มต้นมีผลคุ้มครอง สำหรับรถยนต์ทุกประเภท ยกเว้นรถยนต์กลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 ส่วนการประกันภัยอื่น บริษัทอาจขยายระยะเวลาการเก็บเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามที่กรมธรรม์ประกันภัยกำหนดออกไปได้ 90 วัน นับแต่วันแรกที่บริษัทต้องเก็บเบี้ยประกันภัย นอกจากนี้ กรณีกรมธรรม์ประกันสุขภาพ กรมธรรม์ประกันโรคร้ายแรง หรือกรมธรรม์ประกันภัยที่มีความคุ้มครองในลักษณะเดียวกันสิ้นผลบังคับเนื่องจากการขาดชำระเบี้ยประกันภัย บริษัทอาจงดการตรวจสุขภาพในการขอต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยได้

นอกจากนี้ สำหรับกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัดสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) ให้พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติเต็มวงเงินเอาประกันภัย จำนวน 10,000 บาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้เอาประกันภัยที่บ้านอยู่อาศัยได้รับความเสียหายจากอุทกภัย โดยผู้เอาประกันภัย นำส่งเอกสารยืนยันตัวตนและหลักฐานความเสียหาย เช่น ภาพถ่ายน้ำท่วม หรือรายการทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นไปตามจำนวนเงินความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย

ขณะเดียวกัน ยังได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือด้านการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน สำหรับบ้านอยู่อาศัยและร้านค้า ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยกรณี กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ให้พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติเต็มวงเงินเอาประกันภัย จำนวน 20,000 บาท และกรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้ ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม ให้พิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นเพิ่ม จำนวน 10,000 บาท หากมีความเสียหายเกินกว่า 10,000 บาท ให้ผู้เอาประกันภัยนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม

สำหรับร้านค้าที่ทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย หรือกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (Industrial All Risks : IAR) และได้ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม ให้พิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น จำนวน 30,000 บาท โดยหากมีความเสียหายเกินกว่า 30,000 บาท ให้ผู้เอาประกันภัยนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม ทั้งนี้ ผู้เอาประกันภัยสามารถใช้เอกสารยืนยันตัวตนและหลักฐานความเสียหาย เช่น ภาพถ่ายน้ำท่วม หรือรายการทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย เพื่อประกอบการพิจารณา โดยการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นไปตามจำนวนเงิน ความคุ้มครองที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย

ในส่วนของ คนกลางประกันภัย สำนักงาน คปภ. ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยขยายระยะเวลาผ่อนผันการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตัวแทนประกันภัยและนายหน้าประกันภัยประเภท บุคคลธรรมดา สำหรับผู้ที่ใบอนุญาตสิ้นอายุตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยอาจส่งผลให้ไม่สามารถเข้ารับการอบรมหรือดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อบรรเทาผลกระทบ

แก่คนกลางประกันภัย รวมทั้งให้ประชาชนยังคงได้รับบริการด้านประกันภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยสามารถยื่นคำขอขยายระยะเวลาการดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตได้ภายใน 15 วันนับแต่วันที่เหตุอุทกภัยสิ้นสุดลง แต่ต้องไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2569 โดยต้องมีหนังสือชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณา และเป็นผู้ที่ผ่านการอบรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว แต่ไม่สามารถยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตได้ภายในกำหนดเวลา หรือเป็นผู้ที่ยังไม่ผ่านการอบรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และไม่สามารถเข้ารับการอบรมให้ครบถ้วนได้เนื่องจากได้รับผลกระทบจากอุทกภัย อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ใบอนุญาตสิ้นอายุและยังไม่ได้รับการต่ออายุ ผู้ถือใบอนุญาตจะไม่สามารถเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยหรือดำเนินกิจกรรมในฐานะคนกลางประกันภัยได้จนกว่าจะได้รับการต่ออายุใบอนุญาตเรียบร้อยแล้ว

สำนักงาน คปภ. ฝากถึงภาคธุรกิจประกันภัยให้เตรียมความพร้อมรองรับการให้ความช่วยเหลือภายหลังระดับน้ำลดลง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายสูง ซึ่งประชาชนอาจไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถยนต์และทรัพย์สินออกจากพื้นที่ได้ทัน จึงขอให้เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร ผู้สำรวจภัย ช่องทางรับแจ้งเหตุ เครือข่ายอู่ซ่อมรถ และการประเมินความเสียหายให้เพียงพอ เพื่อให้สามารถเข้าดูแลผู้เอาประกันภัยได้ทันทีเมื่อสถานการณ์คลี่คลายและสามารถเข้าพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย พร้อมกำชับให้ภาคธุรกิจประกันภัย เร่งดำเนินการตามประเด็นที่ได้หารือร่วมกันในการประชุมครั้งนี้ โดยให้ความสำคัญกับ การสำรวจความเสียหาย การอำนวยความสะดวกแก่ผู้เอาประกันภัย และการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนอย่างรวดเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากอุทกภัย ตลอดจนรายงานความคืบหน้า ปัญหา และอุปสรรคให้สำนักงาน คปภ. ทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการประกันภัย การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน หรือสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ.รอบรู้”


บทความที่เกี่ยวข้อง
BAM คว้ารางวัลระดับสากล “Outstanding Brands” แบรนด์ที่โดดเด่นสูงสุดประจำปี 2568 ตอกย้ำพลังแบรนด์ที่สร้างอิทธิพลและความเชื่อมั่นในตลาดอย่างแท้จริง
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM รับรางวัล “Outstanding Brands” แบรนด์ที่โดดเด่นสูงสุดประจำปี 2568 ในงาน 2025
26 มี.ค. 2026
แม็คโคร ชวนร่วมงาน HoReCa 2025  เวทีธุรกิจอาหารระดับประเทศ ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี  30 ต.ค.-2 พ.ย. 68 ที่อิมแพค เมืองทองธานี
แม็คโคร ผู้นำธุรกิจค้าส่ง ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ HoReCa และคนรักการทำอาหาร ร่วมงาน แม็คโคร มหกรรมธุรกิจอาหารประเทศไทย ครั้งที่ 18 (makro HoReCa 2025)
22 ต.ค. 2025
กรุงไทยเปิดตัว “Krungthai VIRTUAL ACCOUNT” บริหารเงินเป็นระบบ แยกตามวัตถุประสงค์ธุรกิจ ภายใต้บัญชีหลักเพียงบัญชีเดียว ผ่าน Krungthai BUSINESS
ธนาคารกรุงไทยเปิดตัวบริการ “Krungthai VIRTUAL ACCOUNT” สำหรับลูกค้าธุรกิจ จากแนวคิดสากลสู่การใช้งานที่ตอบโจทย์องค์กรไทย ด้วยบริการบัญชีเสมือน (Virtual Account) ที่ช่วยให้องค์กรสามารถแยกเงินตามวัตถุประสงค์ทางธุรกิจได้
11 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy