แชร์

“กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เริ่มทำงาน! คปภ. รุดลงพื้นที่เชียงใหม่–ลำพูนเร่งด่วน เดินหน้าความคุ้มครองทันที หลังน้ำป่าไหลหลากกระทบบ้านเรือนกว่า 200 หลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2026
98 ผู้เข้าชม

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดลำพูนและสถานการณ์วาตภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างใกล้ชิด ภายหลังเกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ ทำให้บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรของประชาชนได้รับความเสียหายในวงกว้าง รวมทั้งมีรายงานผู้เสียชีวิต โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลัง “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ภายใต้ “โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน” ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล เริ่มให้ความคุ้มครองบ้านเรือนประชาชนทั่วประเทศ 30 ล้าน   หลังคาเรือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา



นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) พร้อมด้วย นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย เดินทางลงพื้นที่ในวันที่ 7 ตุลาคม 2569  เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัยแก่ประชาชนในจังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่  พร้อมประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้การจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ประชาชนผู้ประสบภัยโดยเร็ว

ในการนี้ เวลา 10.00 น. เลขาธิการ คปภ. ได้เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ณ ห้องพิธีการ ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมผ่านระบบทางไกลจากส่วนกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ พร้อมกันนี้ เลขาธิการ คปภ. ได้แถลงข่าวเปิดตัว “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ร่วมกับ นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และ ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย

นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน รายงานภาพรวมความเสียหายและการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติว่า จากเหตุน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 3 บ้านห้วยหละ หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งม่าน หมู่ที่ 13 บ้านใหม่พัฒนา และหมู่ที่ 14 บ้านใหม่ศรีบุญเรือง โดยบางจุดระดับน้ำสูงถึงระดับเอว จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายประมาณ 225 หลังคาเรือน ซึ่งภายหลังเกิดเหตุจังหวัดลำพูนได้รับการประสานจากรัฐบาลและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในการขอรับค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงานตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จังหวัดลำพูนจึงได้ประสาน สำนักงาน คปภ. เชียงใหม่ เพื่อร่วมวางแนวทางอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยเจ้าหน้าที่ สำนักงาน คปภ. ได้เข้าพื้นที่ช่วยเหลือทันที และเห็นว่าหากให้ประชาชนดำเนินการลงทะเบียนด้วยตนเองทั้งหมด อาจประสบปัญหาในบางขั้นตอน  จึงกำหนดแนวทางนำร่องด้วยการรวบรวมรายชื่อผู้ประสบภัยเบื้องต้นจำนวน 225 หลังคาเรือน พร้อมให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานที่จำเป็น อาทิ ภาพถ่ายความเสียหาย หลักฐานเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ตลอดจนแนะนำขั้นตอนการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้การยื่นขอรับค่าสินไหมทดแทนเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ จังหวัดลำพูนได้นำตัวแทนประชาชนผู้ประสบภัยเข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ เพื่อรับทราบขั้นตอนการดำเนินงาน รวมทั้งสะท้อนปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นเพื่อนำข้อมูลมาประกอบการปรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนต่อไป



นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. ได้รับข้อสั่งการจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ลงพื้นที่จังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบสิทธิ ความคุ้มครองและกระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนโดยเร็วที่สุด เนื่องจากขณะนี้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติเริ่มทยอยแจ้งเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนผ่านระบบแล้ว โดยขอเน้นย้ำว่า กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป สำหรับภัยใหม่ที่เกิดขึ้น ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

โดยกรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน โดยกรณีอุทกภัยจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้ง ต่อหลังคาเรือน ส่วนกรณีวาตภัยและแผ่นดินไหวจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาทต่อครั้งต่อ หลังคาเรือน ขณะที่กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติให้ความคุ้มครอง 2,000,000 บาทต่อราย และ กรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติให้ความคุ้มครอง 200,000 บาทต่อราย

ทั้งนี้ ในส่วนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน กรณีจังหวัดลำพูนซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ส่วนความเสียหายที่เกินกว่าค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น จะพิจารณาจ่ายเพิ่มเติมตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในวงเงินไม่เกิน 90,000 บาท โดยสมาคมประกันวินาศภัยไทยจะนำระบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สนับสนุนกระบวนการตรวจสอบและประเมินความเสียหาย เพื่อช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของระบบประกันภัยในการช่วยรองรับและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติให้แก่ประชาชน โดยสำนักงาน คปภ. จะบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ พร้อมกำชับสำนักงาน คปภ. ทั่วประเทศให้ติดตามสถานการณ์และ  เข้าดูแลช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการประกันภัย และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็ว นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. จะตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยประเภทอื่นที่ผู้ประสบภัยอาจมีความคุ้มครองเพิ่มเติม เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างครบถ้วน “สำนักงาน คปภ. จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้ประชาชนผู้ประสบภัยได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์อย่างครบถ้วนและรวดเร็ว โดยจะเร่งกระบวนการพิจารณาและ จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่บริษัทได้รับหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด” เลขาธิการ คปภ. กล่าว



ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับความคุ้มครองตามโครงการดังกล่าว ซึ่งมีบริษัทประกันภัยเข้าร่วมรับประกันภัยจำนวน 11 บริษัท โดยให้ความคุ้มครองภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และสำหรับเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูนได้มีการประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว ทั้งนี้ สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการสินไหมทดแทนเฉพาะกิจ พร้อมวางระบบการรับแจ้งเหตุและกระบวนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนทั้งส่วนความเสียหายเบื้องต้นและส่วนความเสียหายเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้โดยสะดวก

สำหรับที่อยู่อาศัยที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง จะต้องเป็นบ้านที่มีทะเบียนบ้านและมีข้อมูลขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย โดยกรมธรรม์ให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งปลูกสร้าง ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งประชาชนเจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหายในจังหวัดลำพูนประมาณ 225 หลังคาเรือน สามารถแจ้งความเสียหายผ่านระบบที่สมาคมประกันวินาศภัยไทยจัดเตรียมไว้ได้ทันที ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ 1. เว็บไซต์ www.thaiNATCAT.org 2. LINE Official Account @ThaiNATCAT 3. ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-012-5555 และ 4. จุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่เกิดเหตุ โดยกรณีประชาชนไม่มี   สมาร์ตโฟน เจ้าหน้าที่สามารถให้ความช่วยเหลือในการกรอกข้อมูลและดำเนินการแจ้งเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้

ในส่วนขั้นตอนการแจ้งความเสียหายสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ ผู้ประสบภัยยืนยันตัวตนผ่าน ThaID ระบุข้อมูลพร้อมเพย์สำหรับรับค่าสินไหมทดแทน จากนั้นกรอกข้อมูลเกี่ยวกับเหตุภัยพิบัติ บ้านเลขที่ และข้อมูลผู้ขอรับ  ค่าสินไหมทดแทน พร้อมแนบภาพถ่ายความเสียหาย โดยกรณีไม่ได้อยู่ ณ จุดเกิดเหตุ สามารถอัปโหลดภาพถ่ายความเสียหายเข้าสู่ระบบได้ เมื่อบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ระบบจะจัดเก็บข้อมูลและตรวจสอบว่าที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศ เขตภัยพิบัติ ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุหรือไม่ ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน

สำหรับกรณีอุทกภัย เมื่อผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแล้ว จะดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ให้แก่เจ้าของบ้านผ่านระบบพร้อมเพย์ โดยหากเจ้าของบ้านไม่มีพร้อมเพย์ สามารถแจ้งเลขที่บัญชีธนาคารพร้อมเอกสารประกอบเพื่อรับเงินผ่านบัญชีธนาคารได้ ซึ่งสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้ประสานความร่วมมือกับธนาคารออมสินเพื่อสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว

ภายหลังสถานการณ์คลี่คลายและสามารถประเมินความเสียหายได้ สมาคมประกันวินาศภัยไทยจะนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สนับสนุนการประเมินมูลค่าความเสียหายสำหรับการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนในส่วนความเสียหายเพิ่มเติม หากผู้ประสบภัยยอมรับผลการประเมิน จะเข้าสู่กระบวนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่หากไม่ยอมรับผลการประเมิน จะมีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงอีกครั้ง โดยค่าสินไหมทดแทนรวมทั้งสองส่วนจะไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน

และต่อมา เวลา 14.00 น. นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. พร้อมด้วย ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย และนายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมแถลงข่าว “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับเกียรติจากนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้าร่วมรับฟังผ่านการประชุมผ่านระบบทางไกล

ในการนี้ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้รายงานสถานการณ์ความเสียหายและการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติว่า จากเหตุวาตภัยเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 มีประชาชนถูกกระแสน้ำพัดเสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงอายุ 54 ปี ซึ่งนับเป็นกรณีแรกที่เข้าหลักเกณฑ์การได้รับค่าสินไหมทดแทนภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังพบความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรบริเวณบ้านวัดจันทร์ ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ และมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวน 2 หลังคาเรือน

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ สาขาสะเมิง ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลผู้ประสบภัย พร้อมตรวจสอบสิทธิความคุ้มครองของผู้เสียชีวิต เพื่อดำเนินการตามเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลด้านการประกันภัยอื่นของผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

เลขาธิการ คปภ. กล่าวย้ำว่า สำนักงาน คปภ. จะติดตามสถานการณ์ในจังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่และภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัยแก่ประชาชน และผลักดันให้ผู้ประสบภัยได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็ว โดยสำนักงาน คปภ. จะติดตามการดำเนินการด้านค่าสินไหมทดแทนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระบบประกันภัยเป็นกลไกสำคัญในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนจากเหตุภัยพิบัติ ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิและความคุ้มครองด้านการประกันภัยได้ที่สำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้”


บทความที่เกี่ยวข้อง
เอไอเอ ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จ เปิดตัว ‘AIA Connect’  อาคารสำนักงานระดับพรีเมียม ที่สุดแห่งนิยามใหม่ ‘Home-Inspired Workplace’  เติมเต็มระบบนิเวศการทำงานแห่งอนาคตใจกลางศูนย์กลางธุรกิจที่เชื่อมต่อทุกความเป็นไปได้
เอไอเอ ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จจัดงานเปิดตัว “AIA Connect” (เอไอเอ คอนเนคท์) อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมแห่งใหม่อย่างเป็นทางการ บนถนนรัชดาภิเษก - พระราม 9 ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจและการเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่
13 ก.ค. 2026
SAM นำทรัพย์ NPA ทำเลทองทั้งเพื่ออยู่อาศัย-ลงทุน มูลค่ารวมกว่า 451 ลบ. ออกประมูล ส.ค.-ก.ย.นี้
บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เพิ่มโอกาสการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยบนทำเลมีศักยภาพ อาทิ ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์
14 ส.ค. 2026
เอดิสัน อีวี จัดโปรเดือด DFSK E5 Plus ซื้อรถแถมรถ จำนวนจำกัด
บริษัท เอดิสัน อีวี จำกัด (Edison EV) สร้างปรากฏการณ์ "ซื้อรถแถมรถ" ในงาน Motor Expo เปิดตัว "DFSK E5 PLUS" SUV ปลั๊กอินไฮบริด 5 - 7 ที่นั่ง ชูสมรรถนะวิ่งไกล 1,200 กม. พร้อมอัดโปรโมชั่นแรงที่สุดส่งท้ายปี
2 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy