แชร์

ธนาคารไทยเครดิต โชว์โมเดลความสำเร็จบนเวทีโลก 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ชูยุทธศาสตร์ผสานคนและเทคโนโลยี ขับเคลื่อนผู้ประกอบการรายย่อยและ Micro SMEs สู่ความยั่งยืน

อัพเดทล่าสุด: 19 ต.ค. 2026
84 ผู้เข้าชม

ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) โดย นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้รับเกียรติร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีเสวนาระดับสากล ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา เผยโมเดลความสำเร็จของธนาคารไทยเครดิต ในฐานะธนาคารพาณิชย์แห่งเดียวในประเทศไทยที่มุ่งเน้นการให้บริการรายย่อยและผู้ประกอบการ Micro SMEs อย่างจริงจัง จนสามารถครอบคลุมส่วนแบ่งทางการตลาดได้ถึง 30 – 40% พร้อมตอกย้ำพันธกิจในการปลดล็อกข้อจำกัดทางการเงิน เพื่อสร้างการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบการฐานรากทั่วประเทศ

นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารไทยเครดิตเริ่มต้นจากการเป็นธนาคารขนาดเล็กที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดรวมเพียงประมาณ 1% แต่มุ่งมั่นที่จะเติมเต็มช่องว่างทางการเงินให้กับกลุ่มคนที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในระบบ (Underserved) ซึ่งในอดีตต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบเป็นหลัก ด้วยธุรกิจโมเดลที่เป็นเอกลักษณ์ ไทยเครดิตได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ธุรกิจ Micro Finance และ Micro SMEs  สามารถดำเนินงานได้อย่างยั่งยืน สร้างผลกำไร และเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับหลักการ ‘การปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending)’ และปรัชญาที่ยึดมั่นว่า ‘เป้าหมายของธนาคารต้องควบคู่ไปกับความสำเร็จของลูกค้า’

ภายในงาน ธนาคารไทยเครดิตได้นำเสนอ 4 เสาหลักสำคัญ ที่เป็นหัวใจในการขับเคลื่อน Micro Finance และ Micro SMEs ผ่านเวทีเสวนา ได้แก่

1.     ผสานจุดแข็ง Human Touch ร่วมกับ Digital Technology: แม้เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภาครัฐจะช่วยให้เห็นกระแสเงินสดของการดำเนินธุรกรรมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่หัวใจสำคัญของ Micro SMEs คือ ‘ความสัมพันธ์และการเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง’ ธนาคารจึงวางโครงสร้างให้พนักงานลงพื้นที่พบปะลูกค้าโดยตรงผ่านเครือข่ายสาขาเพื่อการให้สินเชื่อโดยเฉพาะ ขณะเดียวกันได้นำเทคโนโลยีมาใช้บริหารจัดการระบบหลังบ้าน เพื่อลดต้นทุนและยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

2.     เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินผ่าน Financial Edutainment: ปัญหาสำคัญของกลุ่มผู้ค้ารายย่อยอย่างพ่อค้าแม่ค้าไม่ใช่เรื่องความขยันหรือทักษะการค้าขาย แต่เป็นเรื่องความเข้าใจเรื่องการบริหารจัดการเงินอย่างถูกวิธี ธนาคารจึงได้ริเริ่มโครงการ “ตังค์โต Know-how” ถ่ายทอดความรู้ทางการเงินรูปแบบที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน ปัจจุบันมีผู้ผ่านการอบรมแล้วกว่า 380,000 คน ทั้งกลุ่มลูกค้าและประชาชนทั่วไป ครอบคลุมหลักสูตรการจัดการบัญชี การรู้ทันภัยไซเบอร์และมิจฉาชีพสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ ตลอดจนการนำ AI มาประยุกต์ใช้ทำสื่อประชาสัมพันธ์ร้านค้าด้วยตนเอง

3.       มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงและผู้ไร้ประวัติเครดิต: ปัจจุบัน พอร์ตสินเชื่อของธนาคารเป็นกลุ่มผู้ประกอบการสตรีสูงถึง 70% โดยธรรมชาติ สะท้อนถึงกลุ่มที่มีวินัยทางการเงินและความยืดหยุ่นในการชำระหนี้ในเกณฑ์สูง นอกจากนี้ ธนาคารยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างโอกาสทางการเงินให้แก่ผู้ที่ไม่เคยมีประวัติในเครดิตบูโร ซึ่งในอดีตมีสัดส่วนสูงถึง 70 – 80% ในช่วงเริ่มต้นโครงการ และปัจจุบันยังคงมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 27% ของผู้ขอสินเชื่อทั้งหมด

4.       พลังขับเคลื่อนจากความร่วมมือและนโยบายสนับสนุนของภาครัฐ: ปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้ธนาคารสามารถขยายการให้บริการสินเชื่อได้อย่างครอบคลุม คือเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ (Nano Finance) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ควบคู่กับกลไกค้ำประกันสินเชื่อของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันสามารถเข้าถึงเงินทุนในระบบได้อย่างเท่าเทียม

ด้านผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มธนาคารโลกและวิทยากรจาก IMF ได้กล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทของประเทศไทยและธนาคารไทยเครดิต ในฐานะตัวอย่างความสำเร็จของการปิดช่องว่างทางการเงินให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและ Micro SMEs โดยชี้ว่า การผสานเทคโนโลยีดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน ตลอดจนความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและเอกชนที่นำข้อมูลมาประยุกต์ควบคู่กับความเข้าใจบริบทของพื้นที่อย่างแท้จริง จะเป็นโมเดลสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและสร้างการเติบโตอย่างทั่วถึง ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกต่อไป

ธนาคารไทยเครดิตยังคงยึดมั่นในวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นการ 'ช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน' พร้อมเดินหน้าส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างเท่าเทียม เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน สอดคล้องกับปรัชญาการดำเนินธุรกิจของธนาคารที่ว่า 'ทุกคนคือคนสำคัญ' นายรอยย์ กล่าวสรุป


บทความที่เกี่ยวข้อง
SME D Bank ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร ครบ 100 วัน  ถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank  โดย นายเดชา จาตุธนานันท์ ประธานกรรมการ นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ  พร้อมด้วยผู้บริหารธนาคาร ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน)
2 ก.พ. 2026
แรบบิท ประกันชีวิต ผนึก ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ เดินหน้าโครงการ Life X Mastery ยกระดับศักยภาพคนรุ่นใหม่ สู่อาชีพนักออกแบบความมั่งคั่ง
กรุงเทพฯ 26 มกราคม 2569 – นายกรณ์ ชินสวนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แรบบิท ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (ที่ 3 จากซ้าย) และ อาจารย์วสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (ที่ 2 จากซ้าย)
26 ม.ค. 2026
OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต คว้ารางวัล Prime Minister Awards : Best Performance Awards   ประเภทหน่วยงานความพร้อมในการปฏิบัติตามมาตรฐานผู้ใช้บริการคลาวด์  พร้อมยกระดับการบริหารจัดการด้านไซเบอร์ตามมาตรฐานสากล
บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) ได้รับรางวัล
23 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy