แชร์

ทีทีบี รายงานกำไรสุทธิ 5,457 ล้านบาท ในไตรมาส 3 รวม 9 เดือน ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 16,139 ล้านบาท ด้านอัตราส่วนหนี้เสียลดลงมาอยู่ที่ 2.88% ขณะที่ Coverage Ratio เพิ่มเป็น 159%

อัพเดทล่าสุด: 20 ต.ค. 2026
83 ผู้เข้าชม

159% สะท้อนความแข็งแกร่งในด้านคุณภาพสินทรัพย์และการรองรับความเสี่ยง พร้อมเดินหน้าให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยผ่านโครงการ ‘ตั้งหลัก’

กรุงเทพฯ, 20 ตุลาคม 2569 – ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีบี และบริษัทย่อย รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3 ที่ 5,457 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 16,139 ล้านบาท ด้านคุณภาพสินทรัพย์ควบคุมได้ดี อัตราส่วนหนี้เสียลดลงมาอยู่ที่ 2.88% ทั้งนี้ แม้ประเมินว่าผลกระทบจากอุทกภัยครั้งล่าสุดจะอยู่ในระดับจำกัด แต่เพื่อความรอบคอบจึงยังคงตั้งสำรองฯ เพิ่มเติม หนุนให้ Coverage Ratio เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 159% พร้อมเดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบผ่านโครงการ ‘ตั้งหลัก’

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2569 ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย โดยผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ได้สะท้อนให้เห็นถึงความคืบหน้าใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การรักษาแนวโน้มผลประกอบการ การดูแลคุณภาพสินทรัพย์และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม และการสร้างการเติบโตด้านรายได้ในระยะยาว

‘รักษาแนวโน้มผลประกอบการได้ตามเป้าหมาย’ ธนาคารยังคงเน้นย้ำการเติบโตสินเชื่อที่มีคุณภาพ และลดผลกระทบจากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำโดยเน้นขยายสินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูง พร้อมกับบริหารต้นทุนทางการเงินให้สอดคล้องกัน ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยในไตรมาส 3 ค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 2 ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ รอบ 9 เดือน ปี 2569 อยู่ที่ 27,524 ล้านบาท ใกล้เคียงกับ 27,476 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

‘คุณภาพสินทรัพย์มีเสถียรภาพ’ สะท้อนได้จากหนี้เสียซึ่งทรงตัวในระดับ 39,000 ล้านบาท ต่อเนื่องตลอด 8 ไตรมาส ด้านอัตราส่วนหนี้เสียลดลงมาอยู่ที่ 2.88% เทียบกับกรอบเป้าหมายที่ 3.2% และสำหรับเหตุการณ์อุทกภัยในช่วงปลายไตรมาส 3 ธนาคารได้เร่งให้ความช่วยเหลือลูกค้าผ่านโครงการ ‘ตั้งหลัก’ ซึ่งได้เปิดให้ลูกค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ครอบคลุมทั้งสินเชื่อลูกค้าธุรกิจ สินเชื่อเอสเอ็มอี และสินเชื่อลูกค้ารายย่อย โดยจากการประเมินของธนาคาร คาดว่ายอดสินเชื่อที่เข้าร่วมโครงการจะมีสัดส่วนไม่เกิน 1% ของพอร์ตสินเชื่อรวม ดังนั้น ในด้านผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์จึงคาดว่าจะอยู่ในระดับจำกัดและบริหารจัดการได้ อย่างไรก็ดี เพื่อความรอบคอบ ธนาคารได้ตั้งสำรองฯ Management Overlay เพิ่มเติมสำหรับรองรับความเสี่ยงทั้งเรื่องของอุทกภัยและปัจจัยไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ ส่งผล Coverage Ratio เพิ่มขึ้นเป็น 159% จาก 152% ณ สิ้นปี 2568 สะท้อนความแข็งแกร่งในการรองรับความเสี่ยง

‘เดินหน้าสร้างการเติบโตในอนาคตผ่านการเสริมศักยภาพ Wealth Ecosystem’ ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมาทีทีบีได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ DBS Bank และ Schroders ผ่านบริษัท ttb wealth securities บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่มทีทีบี เพื่อยกระดับธุรกิจการบริหารความมั่งคั่ง นอกจากนั้นยังได้เปิดตัวฟีเจอร์ My Wealth และร่วมมือกับ Webull เพื่อเพิ่มช่องทางการลงทุนและ Digital Wealth Advisory สำหรับลูกค้ากลุ่ม Mass Affluent ซึ่งจะช่วยขยายแหล่งรายได้ค่าธรรมเนียมและรองรับความต้องการด้านการลงทุนของลูกค้าทุกกลุ่มที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน

สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบและรักษาแนวโน้มผลการดำเนินงานผ่านการบริหารเชิงรุกในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรายได้ การควบคุมต้นทุน และการบริหารความเสี่ยง รวมถึงบริหารการใช้เงินทุนและโครงการซื้อหุ้นคืนซึ่งยังคงเหลือวงเงินอีก 14,000 ล้านบาทอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น

ในประการสำคัญ ทีทีบียังคงเดินหน้าสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและการผลักดันแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) โดยในเดือนสิงหาคม 2569 ธนาคารได้เปิดตัว ‘สินเชื่อคนผ่อนดี’ ซึ่งต่อยอดมาจากโครงการ ‘ผ่อนดีมีรางวัล’ โดยได้นำหลักการ Risk-based Pricing มาใช้กำหนดอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับความเสี่ยง เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าที่มีวินัยทางการเงินได้รับเงื่อนไขที่เหมาะสมมากขึ้นครอบคลุม 4 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ สินเชื่อรถแลกเงิน แบบไม่โอนเล่ม, สินเชื่อบุคคล ทีทีบี แคชทูโก, สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ และสินเชื่อบ้านแลกเงินรีไฟแนนซ์

ทั้งนี้ เมื่อรวบรวมข้อมูลจากทั้ง 2 โครงการเข้าด้วยกัน พบว่ามีลูกค้าเข้าร่วมแล้วกว่า 58,600 ราย คิดเป็นยอดสินเชื่อประมาณ 15,000 ล้านบาท เทียบเท่ากับการแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยให้กับลูกค้าได้กว่า 1,800 ล้านบาท ด้านโครงการ ‘รวบหนี้’ มีลูกค้าเข้าร่วมกว่า 86,200 ราย และช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยได้ราว 3,400 ล้านบาท ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนให้คนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

รายละเอียดผลการดำเนินงานรายการหลักๆ ในไตรมาส 3 และ 9 เดือน ปี 2569 มีดังนี้

สินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2569 อยู่ที่ 1,187 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% จากไตรมาส 2 ปี 2569 (QoQ) หนุนโดยสินเชื่อกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ สินเชื่อบ้านแลกเงิน, สินเชื่อรถแลกเงิน แบบไม่โอนเล่ม, สินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรเครดิต ด้านสินเชื่อรถจักรยานยนต์ภายใต้บริษัท ttb leasing บริษัทในกลุ่มทีทีบี ซึ่งเติบโตได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน อย่างไรก็ดี ภาพรวมสินเชื่อยังคงชะลอลง 1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2568 (YTD) สะท้อนแนวทางการเติบโตสินเชื่ออย่างรอบคอบภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเติบโตในอัตราต่ำและมีความไม่แน่นอนสูง

ด้านเงินฝากอยู่ที่ 1,282 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% QoQ และ 1.0% YTD หนุนโดยการเพิ่มขึ้นของเงินฝากเพื่อการออม นำโดยเงินฝากดิจิทัล ttb ME save และเงินฝากไม่ประจำ ttb no fixed รวมทั้งกลุ่มเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์

(CASA) ขณะที่เงินฝากประจำลดลงตามการครบกำหนด เป็นไปตามกลยุทธ์การบริหารต้นทุนเงินฝากและสภาพคล่องของธนาคาร

สำหรับรายได้จากการดำเนินงานรวม อยู่ที่ 16,786 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ลดลง 3.2% QoQ สาเหตุหลักจากการลดลงของกำไรที่เกี่ยวกับการลงทุนและเงินปันผล ด้านรายได้ค่าธรรมเนียมหลักแม้ลดลงแต่ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ดี ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป หนุนโดยการควบคุมต้นทุนทางการเงินและการเติบโตสินเชื่อกลุ่มเป้าหมาย ในภาพรวมรายได้จากการดำเนินงานรอบ 9 เดือน ปี 2569 ยังคงเพิ่มขึ้น 3.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) มาอยู่ที่ 50,862 ล้านบาท เนื่องจากได้แรงหนุนจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ลดลง 5.1% QoQ มาอยู่ในระดับปกติที่ 7,644 ล้านบาท ในไตรมาส 3 หลังจากไตรมาสก่อนหน้ามีค่าใช้จ่าย One-time เกี่ยวกับการ Write-off ระบบไอที และการบันทึกการด้อยค่าแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ยุติการใช้งาน รวม 9 เดือน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 23,338 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% YoY สำหรับอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้รอบ 9 เดือน ปี 2569 ทรงตัวอยู่ที่ 46% เป็นไปตามเป้าหมาย สะท้อนการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย

ค่าใช้จ่ายตั้งสำรองฯ ในไตรมาส 3 อยู่ที่ 4,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% QoQ โดยธนาคารยังคงตั้งสำรองฯ Management Overlay ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน เพื่อรองรับผลกระทบทั้งจากเหตุการณ์น้ำท่วมและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีอยู่ รวม 9 เดือน ปี 2569 ตั้งสำรองฯ ทั้งสิ้น 12,113 ล้านบาท ลดลง 5.8% YoY หลังจากหักค่าใช้จ่ายตั้งสำรองฯ และผลทางภาษี ธนาคารมีกำไรสุทธิที่ 5,457 ล้านบาท และ 16,139 ล้านบาท ในไตรมาส 3 และรอบ 9 เดือน ปี 2569 ตามลำดับ ยังคงรักษาแนวโน้มผลการดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย

ภายหลังการซื้อหุ้นคืนรวมสะสม 21,000 ล้านบาท และการจ่ายปันผลระหว่างกาลเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ธนาคารยังคงมีฐานะเงินกองทุนในระดับสูงและมีเสถียรภาพ โดยอัตราส่วนเงินกองทุนรวม (CAR) และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier 1) ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2569 อยู่ในระดับสูงที่ 18.8% และ 16.8% ตามลำดับ ยังคงสูงเป็นลำดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรม และสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารกลุ่ม D-SIBs ที่ธปท.กำหนดไว้ที่ 12.0% สำหรับ CAR และ 9.5% สำหรับ Tier 1

#ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต

#เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange


บทความที่เกี่ยวข้อง
เบทาโกร นำทัพด้าน Food Solutions Provider สุดล้ำ ขยายพอร์ตโฟลิโอนวัตกรรมใหม่ พร้อม ‘Serving Better Food to The World’
บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย โชว์ศักยภาพการบริหารและจัดการห่วงโซ่อุปทานอาหารแบบครบวงจร (Whole Supply Chain Management) ด้วยมาตรฐานสากลระดับโลก ในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026
26 พ.ค. 2026
กรุงเทพประกันชีวิต ผนึก NIDA ยกระดับศักยภาพบุคลากร  เดินหน้าความร่วมมือทางวิชาการ ผ่านหลักสูตร “MFE Online ภาคพิเศษ”
บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) โดยคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ เพื่อร่วมพัฒนาและสนับสนุนการเรียนรู้ผ่าน หลักสูตรเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การเงินและการลงทุน ภาคพิเศษ
17 ส.ค. 2026
MTL Click Application จากเมืองไทยประกันชีวิต  คว้ารางวัล BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2026  ที่โดดเด่นด้านนวัตกรรมชีวิตไลฟ์สไตล์ ต่อเนื่องปีที่ 7
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัล “BUSINESS+ PRODUCT INNOVATION AWARDS 2026”  ด้านนวัตกรรมชีวิตไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Innovation) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 นับตั้งแต่ปี 2020–2026
30 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy