แชร์

อายุ 100 ปีไม่ใช่เรื่องไกลตัว โลกกำลังปรับตัวสู่เศรษฐกิจสำหรับชีวิตที่ยาวขึ้น

อัพเดทล่าสุด: 3 พ.ย. 2026
79 ผู้เข้าชม
Key Takeaways:
  • ญี่ปุ่นมีประชากรอายุ 100 ปีขึ้นไปกว่า 100,000 คนเป็นครั้งแรกในปี 2026 ขณะที่หลายประเทศกำลังเตรียมระบบเศรษฐกิจและสังคมให้รองรับชีวิตที่ยืนยาวขึ้น
  • โลกมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปราว 1.2 พันล้านคนในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 2.1 พันล้านคนในปี 2050
  • ไทยกำลังเผชิญทั้งอัตราการเกิดต่ำ ประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น และครอบครัวที่มีขนาดเล็กลง ทำให้ความต้องการด้านการดูแลและการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป
  • ผู้สูงอายุยังสามารถทำงาน สร้างรายได้ เรียนรู้ และมีส่วนร่วมกับสังคมได้ หากมีสุขภาพและโอกาสที่เหมาะสม
  • Silver Economy กำลังสร้างโอกาสทางธุรกิจ ตั้งแต่สุขภาพ ที่อยู่อาศัย เทคโนโลยี การท่องเที่ยว ไปจนถึงบริการที่ช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและมีคุณภาพ

หากเป็นในอดีต เมื่อพูดถึงคนอายุ 60 ปีขึ้นไป เราอาจนึกถึงช่วงเวลาหลังเกษียณ การพักผ่อนหลังจากทำงานหนักมาครึ่งชีวิต หรือการใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว
แต่วันนี้ เมื่อคนจำนวนมากอาจมีชีวิตหลังอายุ 60 ปีต่อไปอีก 20–30 ปี บางคนยังทำงาน บางคนเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ขณะที่อีกหลายคนต้องการใช้ชีวิตด้วยตัวเองให้นานที่สุด
การมีอายุยืนขึ้นจึงทำให้สังคมต้องคิดใหม่ ตั้งแต่การวางแผนเกษียณ การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการออกแบบสินค้าและบริการ เพราะช่วงชีวิตที่เพิ่มขึ้นกำลังเปลี่ยนทั้งตลาดแรงงาน พฤติกรรมผู้บริโภค และโอกาสทางเศรษฐกิจ
ญี่ปุ่นกำลังบอกเราว่า “100 ปี” อาจไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ชัดเจนที่สุด
ข้อมูล ณ วันที่ 1 กันยายน 2026 ระบุว่า ญี่ปุ่นมีประชากรอายุ 100 ปีขึ้นไปถึง 107,677 คน เพิ่มขึ้น 7,914 คนจากปีก่อน และเป็นครั้งแรกที่จำนวนผู้มีอายุถึง 100 ปีทะลุหลักแสนคน โดยเกือบ 88% เป็นผู้หญิง
ย้อนกลับไปในปี 1963 ญี่ปุ่นมีประชากรอายุ 100 ปีขึ้นไปเพียง 153 คน การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษทำให้ญี่ปุ่นต้องปรับทั้งระบบสุขภาพ การดูแลระยะยาว และตลาดแรงงานให้รองรับประชากรที่มีอายุยืนขึ้น
อีกแนวทางหนึ่งคือการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุทำงานต่อ โดยข้อมูลรัฐบาลญี่ปุ่นปี 2024 พบว่า ประชากรอายุ 65–69 ปีประมาณ 55% ยังอยู่ในกำลังแรงงาน ขณะที่กลุ่มอายุ 70–74 ปี มีสัดส่วนประมาณ 36%
การทำงานหลังเกษียณจึงมีความสำคัญทั้งในแง่รายได้ การรักษาความเป็นอิสระ และการนำประสบการณ์ที่สั่งสมมาสร้างประโยชน์ให้กับสังคม ขณะเดียวกันก็ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานในประเทศที่มีประชากรวัยทำงานลดลง
ไม่ใช่แค่ญี่ปุ่น แต่ทั้งโลกกำลังอายุยืนขึ้น
ข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติระบุว่า ในปี 2025 โลกมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณ 1.2 พันล้านคน หรือ 15% ของประชากรโลก และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 2.1 พันล้านคนในปี 2050 หรือมากกว่าหนึ่งในห้าของประชากรโลก
ขณะเดียวกัน หลายประเทศกำลังเผชิญอัตราการเกิดที่ลดลง ทำให้สัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับประชากรวัยทำงาน
ความเปลี่ยนแปลงนี้กำลังสร้างตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ ข้อมูลจาก World Economic Forum ที่อ้างอิงการศึกษาของ World Data Lab ประเมินว่า ในปี 2026 ผู้บริโภคอายุ 60 ปีขึ้นไปมีการใช้จ่ายทั่วโลกราว 19 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 27% ของการใช้จ่ายผู้บริโภคทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 34 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2036
ขณะที่ตลาดสินค้าและบริการที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของประชากรสูงวัยโดยเฉพาะ มีมูลค่าประมาณ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เห็นว่า ผู้สูงอายุมีบทบาททางเศรษฐกิจมากกว่าการเป็นผู้รับสวัสดิการ เพราะยังเป็นทั้งผู้บริโภค ผู้ทำงาน และผู้สร้างรายได้ ซึ่งนำไปสู่การเติบโตของ Silver Economy หรือเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับความต้องการและศักยภาพของประชากรสูงวัย
ประเทศไทยกำลังเผชิญทั้ง “เกิดน้อย–อายุยืน–อยู่คนเดียว”
ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 14 ล้านคน หรือประมาณหนึ่งในห้าของประชากรทั้งหมด
ขณะที่จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง และอัตราเจริญพันธุ์ของไทยอยู่ต่ำกว่าระดับทดแทนประชากรที่ประมาณ 2.1 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคนมาก ทำให้ประชากรวัยทำงานมีแนวโน้มลดลงในระยะยาว
การเปลี่ยนแปลงนี้เพิ่มภาระด้านสุขภาพ บำนาญ และสวัสดิการของภาครัฐ ขณะเดียวกันก็ส่งผลต่อตลาดแรงงานและกำลังซื้อของประเทศ
อีกประเด็นที่สำคัญคือครอบครัวไทยมีขนาดเล็กลง ลูกหลานจำนวนมากย้ายไปทำงานต่างพื้นที่ และผู้สูงอายุบางส่วนต้องใช้ชีวิตตามลำพัง
ข้อมูลการสำรวจผู้สูงอายุไทยปี 2024 พบว่า ผู้สูงอายุประมาณ 12.9% อาศัยอยู่คนเดียว หรือคิดเป็นเกือบ 1 ใน 8 ของผู้สูงอายุทั้งหมด
การอยู่คนเดียวไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะโดดเดี่ยวหรือดูแลตัวเองไม่ได้ แต่กิจกรรมบางอย่างอาจกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น ตั้งแต่การเดินทางไปโรงพยาบาล การซื้อของ การซ่อมแซมบ้าน ไปจนถึงการขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ความต้องการเหล่านี้กำลังเปิดโอกาสให้ธุรกิจพัฒนาสินค้าและบริการที่ช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย สะดวก และเป็นอิสระมากขึ้น
สูงอายุไม่ได้แปลว่าหมดคุณค่า
เมื่อพูดถึงผู้สูงอายุ เรามักนึกถึงคนที่ต้องได้รับการดูแล แต่ในความเป็นจริง ผู้สูงอายุมีความแตกต่างกันมาก ทั้งด้านสุขภาพ รายได้ ทักษะ และความต้องการใช้ชีวิต
บางคนยังทำงานเต็มเวลา บางคนทำธุรกิจเล็ก ๆ หลังเกษียณ บางคนเป็นที่ปรึกษา ถ่ายทอดความรู้ หรือช่วยดูแลครอบครัวและชุมชน
แนวคิด Productive Aging จึงให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสให้ผู้สูงอายุได้ใช้ความสามารถและประสบการณ์ของตนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียนรู้ หรือการมีส่วนร่วมกับสังคม
สำหรับเศรษฐกิจไทย การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุที่มีความพร้อมทำงานต่อยังช่วยรักษากำลังแรงงาน เพิ่มรายได้ และลดความเสี่ยงด้านการเงินหลังเกษียณ โดยต้องคำนึงถึงความสมัครใจ สุขภาพ และลักษณะงานที่เหมาะสมด้วย
Silver Economy โอกาสทางธุรกิจที่ใหญ่กว่าการดูแลผู้สูงอายุ
งานศึกษาของ TDRI ประเมินว่า ในปี 2023 รายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุไทยมีมูลค่าประมาณ 2.18 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 3.5 ล้านล้านบาทในปี 2033
การใช้จ่ายดังกล่าวครอบคลุมทั้งรายจ่ายภาครัฐและการซื้อสินค้าและบริการของผู้สูงอายุ จึงเป็นตลาดที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่อาหาร สุขภาพ ที่อยู่อาศัย การเดินทาง ไปจนถึงเทคโนโลยีและบริการทางการเงิน
ตัวอย่างโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ ได้แก่
1. Ageing in Place — อยู่บ้านเดิมได้อย่างปลอดภัย
ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องการอยู่ในบ้านและชุมชนที่คุ้นเคย ธุรกิจปรับปรุงบ้านจึงมีโอกาสเติบโต ตั้งแต่การปรับห้องน้ำ ติดราวจับ ลดพื้นต่างระดับ ติดตั้งระบบแจ้งเตือนการหกล้ม ไปจนถึงบริการตรวจสอบความปลอดภัยภายในบ้าน
บ้านที่ดีสำหรับผู้สูงวัย คือบ้านที่ช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ด้วยตัวเองให้นานที่สุด
2. Assisted Mobility — เดินทางและทำธุระได้สะดวกขึ้น
การไปโรงพยาบาล ธนาคาร หรือซื้อของอาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้สูงอายุบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่อยู่คนเดียวหรือไม่สะดวกขับรถ
บริการรถรับส่งพร้อมผู้ช่วยเดินทาง บริการพาไปพบแพทย์ หรือบริการช่วยทำธุระจึงมีโอกาสตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น
สิ่งที่ลูกค้าต้องการอาจมากกว่าการเดินทางถึงจุดหมาย แต่รวมถึงความมั่นใจว่าจะมีคนช่วยดูแลตลอดทาง
3. Care Technology — เทคโนโลยีที่ช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ
เทคโนโลยีสามารถช่วยติดตามสุขภาพ แจ้งเตือนการรับประทานยา ตรวจจับเหตุฉุกเฉิน หรือช่วยให้ลูกหลานติดต่อและดูแลผู้สูงอายุจากระยะไกลได้
แต่ความสำเร็จของธุรกิจกลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบที่ใช้งานง่าย ราคาเหมาะสม และคำนึงถึงความเป็นส่วนตัว
โอกาสอยู่ที่การสร้างเทคโนโลยีที่ “ง่ายพอสำหรับผู้สูงวัย และมีประโยชน์พอสำหรับลูกหลาน”
4. Social Connection — สร้างกิจกรรมและความสัมพันธ์ทางสังคม
เมื่อผู้สูงอายุอยู่คนเดียวมากขึ้น ธุรกิจที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมก็มีโอกาสเติบโต ไม่ว่าจะเป็นชมรมกิจกรรม การท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงวัย คลาสเรียนรู้ทักษะใหม่ หรือพื้นที่พบปะคนที่มีความสนใจร่วมกัน
บริการเหล่านี้ช่วยให้ผู้สูงอายุได้ออกจากบ้าน พบเพื่อนใหม่ และมีกิจกรรมที่ทำให้ชีวิตประจำวันน่าสนใจขึ้น
บางครั้งสิ่งที่ผู้สูงอายุต้องการอาจเป็นเพียงเหตุผลดี ๆ สักข้อที่จะออกจากบ้านในวันพรุ่งนี้
จาก Aging Society สู่ Longevity Society
การมีอายุยืนขึ้นเป็นผลส่วนหนึ่งจากความก้าวหน้าทางการแพทย์ สาธารณสุข และคุณภาพชีวิต แต่ก็ทำให้สังคมต้องเตรียมพร้อมสำหรับช่วงชีวิตที่ยาวนานกว่าเดิม โดยเฉพาะการทำให้ปีที่เพิ่มขึ้นเป็นปีที่มีคุณภาพและมีคุณค่า
ภาครัฐต้องพัฒนาระบบสุขภาพ บำนาญ และการดูแลระยะยาวให้ยั่งยืน ธุรกิจต้องปรับสินค้าและบริการให้เหมาะกับผู้บริโภคที่มีอายุหลากหลายขึ้น ขณะที่แต่ละคนต้องวางแผนสุขภาพ การเงิน และการใช้ชีวิตให้รองรับช่วงเวลาหลังเกษียณที่อาจยาวนานหลายสิบปี
สำหรับประเทศไทย Silver Economy ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก แต่การเติบโตของตลาดจะเกิดขึ้นได้จริงเมื่อสินค้าและบริการเข้าถึงผู้สูงอายุที่มีรายได้และความต้องการแตกต่างกัน ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง
เพราะเมื่อคนมีชีวิตยืนยาวขึ้น ความต้องการของผู้คนก็ไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อถึงวัยเกษียณ และสิ่งสำคัญคือการทำให้ทุกช่วงวัยยังมีโอกาสใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและมีคุณค่า
Life Tip: การเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตที่ยืนยาวเริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ ทั้งการรับประทานอาหารให้เหมาะสม ออกกำลังกายตามสภาพร่างกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และรักษาความสัมพันธ์กับคนรอบตัว เพราะคุณภาพชีวิตหลังเกษียณขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา


บทความที่เกี่ยวข้อง
“มูลนิธิหนึ่งคนให้ หลายคนรับ” รับโล่ประกาศเกียรติคุณ
นายสวัสดิ์ นฤวรวงศ์ กรรมการ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ในฐานะรองประธานกรรมการ มูลนิธิหนึ่งคนให้ หลายคนรับ เป็นผู้แทนเข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณจาก นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย
24 ก.ค. 2026
EXIM BANK จัดเต็ม โปรโมชันเพื่อผู้ส่งออก ในงาน Thailand Smart Money กรุงเทพฯ ครั้งที่ 16
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) จัดเต็มบริการทางการเงิน พร้อมโปรโมชันพิเศษ ในงาน Thailand Smart Money กรุงเทพฯ ครั้งที่ 16 ระหว่างวันศุกร์ที่ 5-วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568
4 ธ.ค. 2025
ออมสิน น้อมรำลึก วันนวมินทรมหาราช พุทธศักราช 2569
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน นำคณะผู้บริหารร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายบังคม พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
14 ต.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy