แชร์

Krungthai CIO ชี้ตลาดกังวลความคุ้มค่าลงทุน AI และเงินเฟ้อ คงกลยุทธ์ Barbell เลือกหุ้นคุณภาพ รับมือความผันผวน

อัพเดทล่าสุด: 3 พ.ย. 2026
58 ผู้เข้าชม

Krungthai CIO มองตลาดสินทรัพย์เสี่ยงเผชิญแรงขายจากความกังวลความคุ้มค่าลงทุน AI ราคาน้ำมันพุ่ง และความไม่แน่นอนทางการเมืองสหรัฐฯ มองเป็นการปรับลดมูลค่าหุ้น (De-rating) มากกว่ากำไรบริษัท จดทะเบียนเปลี่ยนทิศทาง ขณะที่พื้นฐานธุรกิจ AI ยังแข็งแกร่ง คงมุมมองบวกต่อตลาดหุ้นระยะกลาง แนะทยอยสะสมหุ้นคุณภาพเมื่อราคาปรับฐาน และกระจายลงทุนในหุ้นเติบโตควบคู่ Healthcare เพื่อลดความเสี่ยง

ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ วันที่ 2 - 6 พฤศจิกายน 2569 ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยดัชนี S&P 500 ลดลง 0.6% Nasdaq ลดลง 2.0% และ Dow Jones ลดลง 0.9% จากแรงขายหุ้นกลุ่ม Hyperscalers และ Semiconductor ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปฟื้นตัว 1.7% และญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สะท้อนแรงขายที่กระจุกตัวเฉพาะกลุ่ม

ด้านตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลง 6 จุดพื้นฐาน สู่ระดับ 4.93% จากความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย หลังหุ้น AI ร่วงแรง ส่วนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ลดลง 14.3 จุดพื้นฐาน สู่ระดับ 2.16% ช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 1.5% แตะ 117 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลาง สวนทางกับราคาทองคำที่ลดลง 3.0% สู่ระดับ 3,875 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลุดแนวรับสำคัญที่ 3,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จาก ความกังวลเงินเฟ้อ แนวโน้มดอกเบี้ยที่อาจอยู่ในระดับสูงนานขึ้น และแรงขายเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง

Krungthai CIO ยังคงเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเแบบ Slightly Overweight ในระยะกลาง แต่เพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรม AI ยังแข็งแกร่ง สะท้อนจากผลประกอบการของ SK Hynix และความต้องการผลิตชิปที่รองรับกำลังการผลิตในปี 2027–2028 จึงมองว่า การปรับฐานของหุ้นเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิปเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรชัดเจน โดยแบ่งเงินลงทุนเป็นระยะ ไม่เร่งซื้อในครั้งเดียว พร้อมใช้กลยุทธ์ Barbell ผสมผสานหุ้นเติบโตคุณภาพสูง (Quality Growth) กับหุ้นกลุ่ม Healthcare ที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งและมีปัจจัยขับเคลื่อนกำไรแตกต่างจาก กลุ่มเทคโนโลยี เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ต สำหรับการกระจายลงทุนในตลาดต่างประเทศ ตลาดหุ้นเวียดนามยังมีความน่าสนใจจากปัจจัย สนับสนุนภายในประเทศ ส่วนหุ้นจีน A-shares แนะนำถือต่อ แต่ยังไม่เพิ่มน้ำหนักจากสัญญาณเทคนิคระยะสั้นที่อ่อนแอ

ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ ยังคงใช้หุ้นกลุ่ม Energy เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงระยะสั้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อ ขณะที่ทองคำยังเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ระยะยาว แต่ระยะสั้นแนะนำชะลอการลงทุนใหม่ เพื่อรอสัญญาณสร้างฐานราคาหลังหลุดแนวรับ 3,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยคงสัดส่วนทองคำที่ 5–10% ของพอร์ต ส่วนตราสารหนี้ แนะนำลงทุนในตราสารคุณภาพสูงอายุสั้นถึงปานกลาง เพื่อรับผลตอบแทนจากการ ถือครองและจำกัดความผันผวน โดยเริ่มทยอยสะสมเมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี สูงกว่า 5.00% และพิจารณาเพิ่มน้ำหนักบริเวณ 5.30–5.35% โดยยังไม่จำเป็นต้องเร่งลงทุนในตราสารหนี้อายุยาว โดยเฉพาะผู้ที่รับความผันผวนของราคาได้จำกัด

สำหรับกองทุนที่แนะนำ ได้แก่ กองทุน KTSV-KTB กองทุนตลาดเงินที่มีสภาพคล่องสูง สามารถ ขายคืนและรับเงินได้ทันที เหมาะสำหรับพักเงินระหว่างรอจังหวะลงทุน และ กองทุน KTWC-Alpha ที่เน้นลงทุนในหุ้นทั่วโลก เพื่อเสริมพอร์ตการลงทุนในส่วน Satellite เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในจังหวะที่ราคาปรับตัวลง

ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ วันที่ 3 พ.ย. เพื่อประเมินทิศทางนโยบายภาษี การคลัง การต่างประเทศ และกฎเกณฑ์กำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสำหรับ AI Data Center รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ทั้งตำแหน่งงานว่าง (JOLTS) การจ้างงานภาคเอกชน (ADP) และการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) วันที่ 5 พ.ย. ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ CPI และ PPI วันที่ 10 และ 13 พ.ย. การทบทวนตัวเลข GDP ไตรมาส 3 และ Core PCE วันที่ 25 พ.ย. รวมถึง การขยายตัวของส่วนต่างผลตอบแทนตราสารหนี้ภาคเอกชน (Credit Spread) ในกลุ่มเทคโนโลยี และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางตลอดเดือนพฤศจิกายน 2569


บทความที่เกี่ยวข้อง
EPG ร่วมงาน Earnings Call (OPPDAY)  ให้ข้อมูลสรุปผลประกอบการปีบัญชี 68/69 (เม.ย.68 - มี.ค.69)  และทิศทางการเติบโตของธุรกิจในปีบัญชี 69/70 (เม.ย.69 - มี.ค.70)
ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ (กลาง) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย นางสาวประภาวดี ณ ระนอง (ซ้าย) ผู้อำนวยการ ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ และ นายเจตนันท์ เอื้อเสถียร (ขวา) ผู้จัดการ ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
9 มิ.ย. 2026
ทีทีบี เดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 วงเงิน 9,614 ล้านบาท และเตรียมขออนุมัติจาก AGM เพื่อขยายโครงการซื้อหุ้นคืน โดยเพิ่มเพดานวงเงินรวมขึ้นเป็น 35,000 ล้านบาท และทำต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571 รวมถึงขออนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568
ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีบี แจ้งผลการประชุมคณะกรรมการธนาคารต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีความคืบหน้าสำคัญตามแผนบริหารส่วนทุน (Capital Management) ใน 3 เรื่องหลัก
18 ก.พ. 2026
กรุงไทยเปิดตัว “2 สินเชื่อ AI นกกระซิบ” วางรากฐานการเติบโตด้วย AI ให้  Micro SME ไทย
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำทีมผู้บริหารกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย  ลงพื้นสำรวจการใช้จ่ายในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”
11 ก.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy