แชร์

ครม. มอบ ธ.ก.ส. และ สอน. ดำเนินมาตรการส่งเสริมการตัดอ้อยสด ลด PM2.5 จัดงบประมาณสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อย 5.3 พันล้านบาท

อัพเดทล่าสุด: 17 มิ.ย. 2025
273 ผู้เข้าชม

คณะรัฐมนตรีมีมติมอบหมายให้ ธ.ก.ส. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) จัดทำ มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อลดฝุ่น PM2.5 สำหรับฤดูการผลิตปี 2567/2568 เพื่อส่งเสริมเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีทดแทนการเผา ลดปัญหา PM2.5  ยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของไทยสู่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจสีเขียว โดยเตรียมงบประมาณสนับสนุนรวม 5.3 พันล้านบาท ส่งเสริมให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อย ตัดอ้อยสดคุณภาพดี ในอัตรา 69 บาทต่อตันอ้อย  

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และประธานกรรมการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 มีมติมอบหมายให้ ธ.ก.ส. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) จัดทำ มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อลดฝุ่น PM2.5 สำหรับฤดูการผลิตปี 2567/2568 เพื่อส่งเสริมเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีทดแทนการเผา ลดปัญหามลพิษทางอากาศ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของไทยสู่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจสีเขียว โดยการสนับสนุนเงินให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อย ที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดี ในอัตรา 69 บาทต่อตันอ้อย คาดว่า ฤดูการผลิตปี 2567/2568 จะมีปริมาณอ้อยทั้งสิ้น 93.17 ล้านตัน โดยมีสัดส่วนปริมาณอ้อยสดคุณภาพดีร้อยละ 80 หรือประมาณ 75 ล้านตัน คิดเป็นงบประมาณสนับสนุนรวมทั้งสิ้น 5,333.5875 ล้านบาท แบ่งเป็น

(1) ค่าใช้จ่ายมาตรการสร้างแรงจูงใจแก่ชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสด โดยจ่ายเงินสนับสนุนแก่เกษตรกรชาวไร่อ้อย ในอัตรา 69 บาทต่อตัน งบประมาณดำเนินการ 5,175 ล้านบาท

(2) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของ ธ.ก.ส. ทั้งในด้านการชดเชยต้นทุนทางการเงินและค่าบริหารจัดการ รวมจำนวนเงิน 158.5875 ล้านบาท

ทั้งนี้ ธ.ก.ส. พร้อมโอนเงินให้แล้วเสร็จ หลังจากที่ได้รับรายชื่อเกษตรกรจากสำนักงานกองทุนอ้อยและน้ำตาล เรียบร้อยแล้ว ภายใน 3 วัน ซึ่ง ธ.ก.ส. จะใช้แหล่งเงินทุนของธนาคารสำรองจ่ายงบประมาณทั้งหมดไปก่อน และเสนอของบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อชำระคืนต่อไป โดยรัฐบาลจะชดเชยภาระทางการคลังตามมาตรา 20(5)
แห่ง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 

สำหรับการจัดทำมาตรการดังกล่าวได้รับการออกแบบภายใต้พันธกรณีด้านสิ่งแวดล้อมของ WTO มุ่งหวังให้เกษตรกรยกระดับผลผลิตของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยสู่เศรษฐกิจใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และมาตรการนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย ซึ่งภาครัฐยังคงเดินหน้าผลักดันให้เกษตรกรลดการเผาอ้อยอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้การตัดอ้อยสด 100% อย่างยั่งยืนต่อไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ Call Center 02 555 0555


บทความที่เกี่ยวข้อง
BLC โชว์ผลงานไตรมาส 2 ปี 2568 กวาดรายได้ 412.8 ล้านบาท เติบโต 11.4% เล็งวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสามัญใหม่กลุ่ม NCDs 1 รายการ ดันรายได้ครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง ฟากบอร์ดเคาะจ่ายปันผลหุ้นละ 0.10 บาท เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD 26 สิงหาคม  นี้
บมจ. บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค หรือ BLC ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง มีรายได้จากการขายและให้บริการ 412.8 ล้านบาท กำไรสุทธิ 41 ล้านบาท เติบโต 11.4% และ 11.1% ตามลำดับ (YoY) จากความสำเร็จของกลยุทธ์การสร้าง Brand Awareness
14 ส.ค. 2025
ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์โลกและไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลใหม่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2569
SCB EIC ประเมินแรงส่งเศรษฐกิจหลักของไทยจะแผ่วลงในปีนี้ ท่องเที่ยวทยอยฟื้นตัวช่วยสนับสนุนได้บ้าง เศรษฐกิจไทยช่วงต้นปี 2569 ยังได้รับแรงส่งจากเม็ดเงินภาครัฐตามมาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายและงบผูกพันรอเบิกจ่ายสูง
30 ม.ค. 2026
กรุงเทพประกันชีวิต เดินหน้าสานต่อโครงการ BLA ใส่ใจชุมชน  จัดฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ
บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย นางสาว ศริฐณี ศิริสมบูรณ์ ผู้จัดการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม เดินหน้าสานต่อโครงการ BLA ใส่ใจชุมชน จัดฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ (Vaxigrip Tetra)
25 มิ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy