แชร์

CFARM เร่งเครื่องแผนครึ่งปีหลัง 2568 รุกธุรกิจไก่ไข่เสริมรายได้ประจำ ควบคู่ยกระดับฟาร์มไก่เนื้อ รับอุตสาหกรรมโตต่อเนื่อง

อัพเดทล่าสุด: 4 ก.ค. 2025
360 ผู้เข้าชม

บมจ.ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) หรือ CFARM เดินหน้ากลยุทธ์ครึ่งปีหลัง 2568 ปรับโครงสร้างรายได้จากธุรกิจไก่เนื้อสู่การลงทุนในธุรกิจไก่ไข่ เพื่อเพิ่มความต่อเนื่องของรายได้และเสถียรภาพทางธุรกิจในระยะยาว พร้อมอนุมัติงบลงทุน 119.7 ล้านบาท สำหรับพัฒนาโครงการฟาร์มไก่ไข่ระบบกรงปิดในจังหวัดบุรีรัมย์ คาดเริ่มจำหน่ายไข่ไก่เชิงพาณิชย์ไตรมาส 1 ปี 2569 ขณะที่ธุรกิจไก่เนื้อยังคงเดินหน้าตามแผน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและควบคุมต้นทุน รองรับโอกาสเติบโตของอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มสดใส

นางสาวมธุชา จึงธนสมบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานการจัดการ บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน) หรือ CFARM เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะเน้นการขยายฐานรายได้จากเดิมที่พึ่งพาธุรกิจไก่เนื้อเป็นหลัก ไปสู่การเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านธุรกิจฟาร์มไก่ไข่ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความผันผวนจากปัจจัยตลาด และเพิ่มความมั่นคงในการเติบโตในระยะยาว

สำหรับโครงการฟาร์มไก่ไข่ในจังหวัดบุรีรัมย์ CFARM ได้รับอนุมัติงบลงทุน 119.7 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงเรือนระบบกรงปิด รองรับแม่ไก่ได้ 200,000 ตัว โดยออกแบบระบบให้มีประสิทธิภาพด้านการผลิต ความปลอดภัยทางชีวภาพ และสวัสดิภาพสัตว์ในระดับสูง โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มจำหน่ายไข่ไก่เชิงพาณิชย์ได้ในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2569

ในส่วนของธุรกิจไก่เนื้อ ซึ่งยังคงเป็นรายได้หลักของบริษัทในปัจจุบัน CFARM ยังคงเดินหน้าผลิตภายใต้ระบบเกษตรพันธสัญญาแบบประกันราคา โดยมีรอบการผลิตเฉลี่ยที่ 3.18 ล้านตัวต่อรอบ หรือประมาณ 15.88 ล้านตัวต่อปี ขณะเดียวกัน บริษัทยังเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและกระบวนการผลิต เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม

นางสาวมธุชา กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมไก่ของไทยในครึ่งหลังปี 2568 ยังอยู่ในทิศทางบวก โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และโอกาสในการส่งออกที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากประเทศคู่แข่งอย่างบราซิลกำลังเผชิญกับปัญหาโรคระบาด ซึ่งส่งผลให้ผู้ซื้อทั่วโลกมีความเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิตและความปลอดภัยของไทยมากขึ้น ขณะเดียวกัน ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพดและถั่วเหลือง มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่ออัตรากำไรของผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่

"เรามั่นใจว่าการเสริมพอร์ตด้วยธุรกิจไก่ไข่จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างรายได้ของบริษัท ในขณะที่ธุรกิจไก่เนื้อยังคงเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างรายได้หลัก ทั้งหมดนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ CFARM เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว" นางสาวมธุชา กล่าว

บมจ.ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) หรือ CFARM เดินหน้ากลยุทธ์ครึ่งปีหลัง 2568 ปรับโครงสร้างรายได้จากธุรกิจไก่เนื้อสู่การลงทุนในธุรกิจไก่ไข่ เพื่อเพิ่มความต่อเนื่องของรายได้และเสถียรภาพทางธุรกิจในระยะยาว พร้อมอนุมัติงบลงทุน 119.7 ล้านบาท สำหรับพัฒนาโครงการฟาร์มไก่ไข่ระบบกรงปิดในจังหวัดบุรีรัมย์ คาดเริ่มจำหน่ายไข่ไก่เชิงพาณิชย์ไตรมาส 1 ปี 2569 ขณะที่ธุรกิจไก่เนื้อยังคงเดินหน้าตามแผน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและควบคุมต้นทุน รองรับโอกาสเติบโตของอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มสดใส

นางสาวมธุชา จึงธนสมบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานการจัดการ บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน) หรือ CFARM เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะเน้นการขยายฐานรายได้จากเดิมที่พึ่งพาธุรกิจไก่เนื้อเป็นหลัก ไปสู่การเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านธุรกิจฟาร์มไก่ไข่ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความผันผวนจากปัจจัยตลาด และเพิ่มความมั่นคงในการเติบโตในระยะยาว

สำหรับโครงการฟาร์มไก่ไข่ในจังหวัดบุรีรัมย์ CFARM ได้รับอนุมัติงบลงทุน 119.7 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงเรือนระบบกรงปิด รองรับแม่ไก่ได้ 200,000 ตัว โดยออกแบบระบบให้มีประสิทธิภาพด้านการผลิต ความปลอดภัยทางชีวภาพ และสวัสดิภาพสัตว์ในระดับสูง โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มจำหน่ายไข่ไก่เชิงพาณิชย์ได้ในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2569

ในส่วนของธุรกิจไก่เนื้อ ซึ่งยังคงเป็นรายได้หลักของบริษัทในปัจจุบัน CFARM ยังคงเดินหน้าผลิตภายใต้ระบบเกษตรพันธสัญญาแบบประกันราคา โดยมีรอบการผลิตเฉลี่ยที่ 3.18 ล้านตัวต่อรอบ หรือประมาณ 15.88 ล้านตัวต่อปี ขณะเดียวกัน บริษัทยังเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและกระบวนการผลิต เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม

นางสาวมธุชา กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมไก่ของไทยในครึ่งหลังปี 2568 ยังอยู่ในทิศทางบวก โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และโอกาสในการส่งออกที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากประเทศคู่แข่งอย่างบราซิลกำลังเผชิญกับปัญหาโรคระบาด ซึ่งส่งผลให้ผู้ซื้อทั่วโลกมีความเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิตและความปลอดภัยของไทยมากขึ้น ขณะเดียวกัน ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพดและถั่วเหลือง มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่ออัตรากำไรของผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่

"เรามั่นใจว่าการเสริมพอร์ตด้วยธุรกิจไก่ไข่จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างรายได้ของบริษัท ในขณะที่ธุรกิจไก่เนื้อยังคงเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างรายได้หลัก ทั้งหมดนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ CFARM เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว" นางสาวมธุชา กล่าว


บทความที่เกี่ยวข้อง
ไทยประกันชีวิต ได้รับการจัดอันดับหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings 2025 ระดับ “AA”
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประกาศรายชื่อหุ้นยั่งยืนประจำปี 2568 หรือ SET ESG Ratings 2025 โดย บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ “TLI” ได้รับการจัดอันดับหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings 2025
13 ม.ค. 2026
“MOSHI” โชว์ความสำเร็จ ทำผลงานปี 68 ทุบสถิติ กวาดรายได้ 3,682.74 ล้านบาท  กำไรโตแกร่ง 28.7% รับอานิสงส์สินค้าลิขสิทธิ์-High Season ดัน SSSG พุ่ง 6.95%  บอร์ดใจป้ำปรับเพิ่ม Payout Ratio พร้อมจ่ายปันผล 1.22 บาท/หุ้น ปักธงปี 69 รายได้โตต่อ 15-20%
‘บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น’ หรือ MOSHI ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย ประกาศผลงานปี 2568 ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (New High) ต่อเนื่อง กวาดรายได้จากการดำเนินงาน 3,664.35 ล้านบาท
24 ก.พ. 2026
FWD ประกันชีวิต เปิดตัว FWD Heritage Plus 99/6 และ 99/12 แผนประกันชีวิตระดับพรีเมียม ตอบโจทย์ลูกค้า HNW เพื่อการส่งต่อความมั่งคั่งและมรดกอย่างยั่งยืน
FWD ประกันชีวิต นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านช่องทางตัวแทน FWD Heritage Plus 99/6 และ 99/12 เจาะกลุ่มลูกค้าผู้มีความมั่งคั่ง (High Net Worth: HNW)
26 ก.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy