แชร์

CFARM เร่งเครื่องแผนครึ่งปีหลัง 2568 รุกธุรกิจไก่ไข่เสริมรายได้ประจำ ควบคู่ยกระดับฟาร์มไก่เนื้อ รับอุตสาหกรรมโตต่อเนื่อง

อัพเดทล่าสุด: 4 ก.ค. 2025
354 ผู้เข้าชม

บมจ.ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) หรือ CFARM เดินหน้ากลยุทธ์ครึ่งปีหลัง 2568 ปรับโครงสร้างรายได้จากธุรกิจไก่เนื้อสู่การลงทุนในธุรกิจไก่ไข่ เพื่อเพิ่มความต่อเนื่องของรายได้และเสถียรภาพทางธุรกิจในระยะยาว พร้อมอนุมัติงบลงทุน 119.7 ล้านบาท สำหรับพัฒนาโครงการฟาร์มไก่ไข่ระบบกรงปิดในจังหวัดบุรีรัมย์ คาดเริ่มจำหน่ายไข่ไก่เชิงพาณิชย์ไตรมาส 1 ปี 2569 ขณะที่ธุรกิจไก่เนื้อยังคงเดินหน้าตามแผน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและควบคุมต้นทุน รองรับโอกาสเติบโตของอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มสดใส

นางสาวมธุชา จึงธนสมบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานการจัดการ บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน) หรือ CFARM เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะเน้นการขยายฐานรายได้จากเดิมที่พึ่งพาธุรกิจไก่เนื้อเป็นหลัก ไปสู่การเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านธุรกิจฟาร์มไก่ไข่ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความผันผวนจากปัจจัยตลาด และเพิ่มความมั่นคงในการเติบโตในระยะยาว

สำหรับโครงการฟาร์มไก่ไข่ในจังหวัดบุรีรัมย์ CFARM ได้รับอนุมัติงบลงทุน 119.7 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงเรือนระบบกรงปิด รองรับแม่ไก่ได้ 200,000 ตัว โดยออกแบบระบบให้มีประสิทธิภาพด้านการผลิต ความปลอดภัยทางชีวภาพ และสวัสดิภาพสัตว์ในระดับสูง โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มจำหน่ายไข่ไก่เชิงพาณิชย์ได้ในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2569

ในส่วนของธุรกิจไก่เนื้อ ซึ่งยังคงเป็นรายได้หลักของบริษัทในปัจจุบัน CFARM ยังคงเดินหน้าผลิตภายใต้ระบบเกษตรพันธสัญญาแบบประกันราคา โดยมีรอบการผลิตเฉลี่ยที่ 3.18 ล้านตัวต่อรอบ หรือประมาณ 15.88 ล้านตัวต่อปี ขณะเดียวกัน บริษัทยังเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและกระบวนการผลิต เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม

นางสาวมธุชา กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมไก่ของไทยในครึ่งหลังปี 2568 ยังอยู่ในทิศทางบวก โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และโอกาสในการส่งออกที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากประเทศคู่แข่งอย่างบราซิลกำลังเผชิญกับปัญหาโรคระบาด ซึ่งส่งผลให้ผู้ซื้อทั่วโลกมีความเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิตและความปลอดภัยของไทยมากขึ้น ขณะเดียวกัน ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพดและถั่วเหลือง มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่ออัตรากำไรของผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่

"เรามั่นใจว่าการเสริมพอร์ตด้วยธุรกิจไก่ไข่จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างรายได้ของบริษัท ในขณะที่ธุรกิจไก่เนื้อยังคงเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างรายได้หลัก ทั้งหมดนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ CFARM เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว" นางสาวมธุชา กล่าว

บมจ.ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) หรือ CFARM เดินหน้ากลยุทธ์ครึ่งปีหลัง 2568 ปรับโครงสร้างรายได้จากธุรกิจไก่เนื้อสู่การลงทุนในธุรกิจไก่ไข่ เพื่อเพิ่มความต่อเนื่องของรายได้และเสถียรภาพทางธุรกิจในระยะยาว พร้อมอนุมัติงบลงทุน 119.7 ล้านบาท สำหรับพัฒนาโครงการฟาร์มไก่ไข่ระบบกรงปิดในจังหวัดบุรีรัมย์ คาดเริ่มจำหน่ายไข่ไก่เชิงพาณิชย์ไตรมาส 1 ปี 2569 ขณะที่ธุรกิจไก่เนื้อยังคงเดินหน้าตามแผน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและควบคุมต้นทุน รองรับโอกาสเติบโตของอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มสดใส

นางสาวมธุชา จึงธนสมบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานการจัดการ บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน) หรือ CFARM เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะเน้นการขยายฐานรายได้จากเดิมที่พึ่งพาธุรกิจไก่เนื้อเป็นหลัก ไปสู่การเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านธุรกิจฟาร์มไก่ไข่ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความผันผวนจากปัจจัยตลาด และเพิ่มความมั่นคงในการเติบโตในระยะยาว

สำหรับโครงการฟาร์มไก่ไข่ในจังหวัดบุรีรัมย์ CFARM ได้รับอนุมัติงบลงทุน 119.7 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงเรือนระบบกรงปิด รองรับแม่ไก่ได้ 200,000 ตัว โดยออกแบบระบบให้มีประสิทธิภาพด้านการผลิต ความปลอดภัยทางชีวภาพ และสวัสดิภาพสัตว์ในระดับสูง โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มจำหน่ายไข่ไก่เชิงพาณิชย์ได้ในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2569

ในส่วนของธุรกิจไก่เนื้อ ซึ่งยังคงเป็นรายได้หลักของบริษัทในปัจจุบัน CFARM ยังคงเดินหน้าผลิตภายใต้ระบบเกษตรพันธสัญญาแบบประกันราคา โดยมีรอบการผลิตเฉลี่ยที่ 3.18 ล้านตัวต่อรอบ หรือประมาณ 15.88 ล้านตัวต่อปี ขณะเดียวกัน บริษัทยังเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและกระบวนการผลิต เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม

นางสาวมธุชา กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมไก่ของไทยในครึ่งหลังปี 2568 ยังอยู่ในทิศทางบวก โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และโอกาสในการส่งออกที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากประเทศคู่แข่งอย่างบราซิลกำลังเผชิญกับปัญหาโรคระบาด ซึ่งส่งผลให้ผู้ซื้อทั่วโลกมีความเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิตและความปลอดภัยของไทยมากขึ้น ขณะเดียวกัน ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพดและถั่วเหลือง มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่ออัตรากำไรของผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่

"เรามั่นใจว่าการเสริมพอร์ตด้วยธุรกิจไก่ไข่จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างรายได้ของบริษัท ในขณะที่ธุรกิจไก่เนื้อยังคงเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างรายได้หลัก ทั้งหมดนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ CFARM เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว" นางสาวมธุชา กล่าว


บทความที่เกี่ยวข้อง
SME D Bank ร่วมพิธีวางพวงมาลา "วันปิยมหาราช"
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดยนายอำนาจ เฮี๊ยะหลง รองกรรมการผู้จัดการ
23 ต.ค. 2025
กลุ่มบริษัท พราว ผนึกกำลังสมาคมกีฬาเจ็ตสกีฯ ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา
กลุ่มบริษัท พราว ตอกย้ำพันธกิจองค์กรที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนสังคมอย่างยั่งยืน ร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่บ้านท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพื้นที่ใกล้เคียง
19 ก.ย. 2025
ออมสิน เคียงข้างวีรบุรุษชายแดน ประกาศ “ยกหนี้ปิดบัญชี” ทหาร - ตชด. ผู้พลีชีพ รวมถึงหนี้ของทายาท
พร้อมมอบเงินเยียวยาขวัญและกำลังใจแก่ฮีโร่ผู้เสียสละ ด้านผู้อพยพประสบปัญหาขาดรายได้ ให้พักหนี้ 3 งวด - ดอกเบี้ยไม่ต้องจ่าย
26 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy