แชร์

กรุงศรีเผยผลกำไรสุทธิครึ่งแรกของปี 2568 จำนวน 15.83 พันล้านบาท รักษาระดับผลการดำเนินงานผ่านการบริหารต้นทุนเสริมประสิทธิภาพเต็มกำลัง เน้นยุทธศาสตร์การเติบโตสินเชื่อที่มีคุณภาพ

อัพเดทล่าสุด: 18 ก.ค. 2025
440 ผู้เข้าชม
กรุงเทพฯ (18 กรกฎาคม 2568) กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รายงานผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2568 มีกำไรสุทธิจำนวน 15.83 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของทั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน โดยยึดมั่นยุทธศาสตร์การบริหารต้นทุน พร้อมเสริมประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนคุมผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระดับที่เหมาะสม

จากนโยบายที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เงินให้สินเชื่อในภาคธุรกิจขนาดใหญ่เติบโตในระดับปานกลาง ขณะที่สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรวมทั้งสินเชื่อเพื่อรายย่อยปรับตัวลดลง ส่งผลให้เงินให้สินเชื่อรวมปรับตัวลดลงที่ 1.6% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม 2567 ซึ่งสะท้อนภาพรวมความต้องการเงินให้สินเชื่อทั้งระบบอุตสาหกรรมธนาคาร และการชำระคืนเงินให้สินเชื่อที่เพิ่มมากขึ้นทั้งในภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน

สรุปผลประกอบการและฐานะการเงินที่สำคัญสำหรับครึ่งแรกของปี 2568:

  • กำไรสุทธิ จำนวน 15,829 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เพิ่มขึ้น 0.5% หรือจำนวน 77 ล้านบาท จากครึ่งแรกของปี 2567 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่ คาดว่าจะเกิดขึ้น และการลดลงของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน สุทธิบางส่วนกับการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการลดลงของเงินให้สินเชื่อ
  • เงินให้สินเชื่อรวม ลดลง 1.6% หรือจำนวน 29,831 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2567 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากนโยบายที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ส่งผลให้เงินให้สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เติบโตในระดับปานกลางที่ 2.8% ขณะที่สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรวมทั้งสินเชื่อเพื่อรายย่อยปรับลดลงที่ 4.0% และ 3.9% ตามลำดับ สะท้อนนโยบายการพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ท่ามกลางแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
  • เงินรับฝาก ลดลง 1.1% หรือจำนวน 19,782 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2567 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินรับฝากประจำ สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนทางการเงิน
  • ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 4.14% เมื่อเทียบกับ 4.31% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการลดลงของเงินให้สินเชื่อ สุทธิบางส่วนกับต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวลดลง
  • รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 6.0% หรือจำนวน 1,334 ล้านบาท จากช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ส่วนใหญ่เกิดจากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน หนี้สูญรับคืน รายได้จากการดำเนินการอื่นที่มาจากกำไรจากทรัพย์สินรอการขาย และรายได้จากเงินปันผล สุทธิด้วยการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ
  • อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ อยู่ที่ 44.7% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 โดยกรุงศรียังคงดำเนินนโยบายบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งของความสามารถในการสร้างรายได้
  • อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) อยู่ที่ 3.39% ขณะที่อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 อยู่ที่ 217 เบสิสพอยท์ และอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 122.8%
  • อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (ของธนาคาร) อยู่ที่ 19.57% เทียบกับ 19.38% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2567

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการลงทุนภาคเอกชน การบริโภค และความต้องการสินเชื่อ กรุงศรียังคงสามารถรักษาระดับผลการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 สะท้อนยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการบริหารต้นทุน พร้อมเสริมประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนคุมผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระดับที่เหมาะสม

เศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 มีแนวโน้มอ่อนแรงต่อเนื่อง ภายใต้บริบทความเสี่ยงจากมาตรการเก็บภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariff) จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อภาคการส่งออกและเศรษฐกิจไทย นอกจากนี้ ความท้าทายจากการฟื้นตัวที่ช้ากว่าคาดการณ์ในภาคการท่องเที่ยว ปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับที่สูง และประเด็นปัญหาเชิงโครงสร้างในภาคการผลิต อาจส่งผลให้เศรษฐกิจโตต่ำกว่าศักยภาพในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ต่อเนื่องในปี 2569 ทั้งนี้ สำหรับปี 2568 กรุงศรีคาดว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวในระดับ 2.1%

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 กรุงศรี ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับห้าในระบบเศรษฐกิจไทยจากมูลค่าสินทรัพย์ สินเชื่อและเงินรับฝาก และเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) มีสินเชื่อรวม 1.87 ล้านล้านบาท เงินรับฝาก 1.80 ล้านล้านบาท และสินทรัพย์รวม 2.60 ล้านล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนของธนาคารอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 325.76 พันล้านบาท หรือเทียบเท่า 19.57% ของสินทรัพย์เสี่ยง โดยเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของคิดเป็น 15.36%


บทความที่เกี่ยวข้อง
ธอส. พักชำระเงินงวดนานสูงสุด 1 ปี พร้อมลดดอกเบี้ย กู้สร้าง / ซ่อมบ้าน ฟื้นฟูคุณภาพชีวิต ผ่านมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พักชำระเงินงวดนานสูงสุด 1 ปี ลดอัตราดอกเบี้ย 0% และผ่อนปรนการชำระเงินงวด พร้อมสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกค้าปลูกสร้างเริ่มต้น 0%
31 ธ.ค. 2025
เลขาธิการ คปภ. นำคณะผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมการประชุม 2025 NAIC International Insurance Forum พร้อมร่วมหารือระดับสูงร่วมกับประธาน NAIC และ นายทะเบียนประกันภัยรัฐแคลิฟอร์เนีย ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) พร้อมด้วย นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการด้านกำกับธุรกิจประกันภัย นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ และคณะผู้บริหารระดับสูง
17 มิ.ย. 2025
บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด ttb Global House ฉลองครบรอบ 2 ปี  มอบของขวัญสุดพิเศษ ตอบแทนทุกความไว้วางใจและเคียงข้างกันมาโดยตลอด
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี มอบของขวัญยิ่งใหญ่ สุดปัง ในโอกาสฉลองครบรอบ 2 ปี ttb Global House เพื่อแทนคำขอบคุณที่ลูกค้าเลือกใช้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด ttb Global House เป็นพาร์ตเนอร์คู่ใจในทุกการใช้จ่ายเกี่ยวกับบ้าน
18 ส.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy