แชร์

ไทยประกันชีวิต คว้า 2 มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ISO 14064-1:2018 และ Carbon Footprint for Organization ตอกย้ำการเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน ที่ส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย

อัพเดทล่าสุด: 21 ส.ค. 2025
233 ผู้เข้าชม

บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14064-1:2018 จากบริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด และมาตรฐานคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization : CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ประจำปี 2567 โดยเป็นมาตรฐานสำหรับการวัดปริมาณ การรายงาน และการตรวจสอบการปล่อยและการกักเก็บก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas: GHG) ระดับองค์กร ซึ่งได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและสากล

การได้รับการรับรองทั้งสองมาตรฐานดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของไทยประกันชีวิต ในการใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งต่ออนาคตที่ดีสำหรับคนรุ่นต่อไป ควบคู่กับการขับเคลื่อนองค์กรด้วยการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจ (Digital Transformation) รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน

นายเคียน ฮิน ลิม ผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า การได้รับการรับรองมาตรฐานในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของไทยประกันชีวิตในการส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ด้วยการดูแลใส่ใจสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในสังคม โดยมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และขับเคลื่อนองค์กรสู่ Carbon Neutrality ในปี พ.ศ.2593 หรือ ค.ศ.2050 ซึ่งเป็นพันธกิจที่บริษัทฯ กำหนดไว้ และสอดคล้องกับเป้าหมายประเทศไทยในการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งไทยประกันชีวิตได้ดำเนินตามกรอบกลยุทธ์ความยั่งยืน TLI Sustainability Strategy ในมิติสิ่งแวดล้อม (Infinite World) พร้อมส่งต่อโลกที่ดีกว่า ด้วยการใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างประโยชน์ต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างยั่งยืน

ไทยประกันชีวิตได้ดำเนินโครงการและมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องอันส่งผลให้อาคารไทยประกันชีวิตสำนักงานใหญ่ ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียว LEED ระดับ Gold จาก U.S. Green Building Council และ Green Business Certification Institute อาทิ การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอาคารในสาขาหลัก, การเปลี่ยนหลอดไฟประหยัดพลังงาน หรือ LED, การปรับเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศที่มีศักยภาพเพื่อลดโลกร้อน การมีระบบบำบัดน้ำเสียที่นำน้ำกลับมาใช้ใหม่ในสาขาที่มีระบบรองรับ และการพัฒนา TLI Application มอบบริการในรูปแบบ e-Service ที่หลากหลาย อาทิ กรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Policy) ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) เป็นต้น เพื่อช่วยลดการใช้กระดาษ และทรัพยากรที่สิ้นเปลืองลงได้

นอกจากนี้ ไทยประกันชีวิตยังดำเนินโครงการ Upcycling ทิ้งได้บุญ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Care the Whale ขยะล่องหน ที่ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งโครงการ Upcycling ทิ้งได้บุญ มุ่งส่งเสริมการแยกขยะและรีไซเคิลขวดพลาสติกอย่างถูกวิธี และนำไปผลิตเป็นผ้าห่มรักษ์โลกมอบให้ผู้ประสบภัยหนาว โดยตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ Care the Whale ขยะล่องหน ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ถึง 7.18 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ใหญ่อายุ 10 ปี ถึง 799 ต้น

และในอนาคต บริษัทฯ พร้อมเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน และการลงทุนด้าน Digital Transformation เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดการใช้ทรัพยากร และเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการภายในอย่างยั่งยืน เพื่อเดินหน้าสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจกับการดูแลโลก รวมถึงสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง


บทความที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets)  ค่าเงินบาทประจำวันที่ 5 มีนาคม 2569
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.35 - 31.60 บาท/ดอลลาร์
5 มี.ค. 2026
SME D Bank ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ  พร้อมด้วยผู้บริหารธนาคาร
7 พ.ย. 2025
กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 31.40-32.00 ตลาดอาจขายทำกำไรหลังเฟดลดดอกเบี้ย
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.40-32.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 31.72 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 31.58-32.12 บาท/ดอลลาร์
15 ก.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy