แชร์

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 31.40-32.00 ตลาดอาจขายทำกำไรหลังเฟดลดดอกเบี้ย

อัพเดทล่าสุด: 15 ก.ย. 2025
254 ผู้เข้าชม

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.40-32.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 31.72 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 31.58-32.12 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 4 ปี เงินดอลลาร์อ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบยูโรแต่แข็งค่าเทียบเงินเยน ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯออกมาต่ำเกินคาด อีกทั้งจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์พุ่งขึ้น เปิดทางธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ลดดอกเบี้ย โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปีของสหรัฐฯลดลงทดสอบระดับ 4% ทั้งนี้ PPI เดือนสิงหาคมติดลบ 0.1% เมื่อเทียบรายเดือนและเพิ่มขึ้น 2.6% เทียบรายปี อย่างไรก็ดี รายการที่ส่งผลต่อมาตรวัดเงินเฟ้อหลักหรือ PCE ของเฟด ไม่ได้อ่อนแอมาก ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สูงขึ้น 2.9% y-o-y สอดคล้องกับที่ตลาดคาด ทางด้านธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)คงดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สองติดต่อกันที่ 2.00% โดยประธานอีซีบีระบุว่ากระบวนการลดลงของเงินเฟ้อ (Disinflationary Process) สิ้นสุดลงแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าต้องมีเงื่อนไขมากขึ้นถึงจะตัดสินใจลดดอกเบี้ยในอนาคต ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 2,103 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 10,187 ล้านบาท

สำหรับในสัปดาห์นี้ เหตุการณ์สำคัญของตลาดการเงินโลกจะอยู่ที่การประชุมเฟดวันที่ 16-17 กันยายน ซึ่งคาดว่าจะลดดอกเบี้ยลง 25bp เป็น 4.00-4.25% ขณะที่ข้อมูลบ่งชี้ว่าการส่งผ่านต้นทุนภาษีนำเข้าไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอาจเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าที่คาดไว้ และการทบทวนตัวเลขจ้างงานเน้นย้ำว่าตลาดแรงงานอ่อนแอลงก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศภาษีศุลกากรเมื่อต้นเดือนเมษายน นอกจากนี้ นักลงทุนจะให้ความสนใจกับประมาณการดอกเบี้ย (Dot Plot) ชุดใหม่ อย่างไรก็ตาม ตลาดสะท้อนมุมมองการปรับลดดอกเบี้ย 25bp ในทุกรอบประชุมเฟดที่เหลือสามครั้งในปีนี้ และตลาดคาดว่าดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯจะลงไปต่ำกว่า 3.00% ในปี 69 ทำให้ในระยะสั้นดอลลาร์อาจฟื้นตัวขึ้นจากการขายสกุลเงินอื่นๆเพื่อทำกำไรยกเว้นแต่ว่าเฟดจะสร้างความประหลาดใจโดยสื่อสารว่ากำลังพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่าครั้งละ 25bp

ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีแนวโน้มประกาศคงดอกเบี้ยที่ 4.00% และ 0.50% ในวันที่ 18 กันยายน และ 19 กันยายน ตามลำดับ ขณะที่นักลงทุนจะจับสัญญาณเพื่อประเมินจังหวะเวลาการลดดอกเบี้ยของบีโออีและการขึ้นดอกเบี้ยของบีโอเจต่อไป



 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ส่งออกไทย ม.ค. 2026 โตแรงสุดในรอบ 4 ปี แต่ระยะต่อไปเผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้นจากมาตรการภาษีที่สหรัฐฯ จะนำมาใช้เพิ่มเติม
มูลค่าส่งออกไทยเดือน ม.ค. 2026 อยู่ที่ 31,573.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 24.4%YOY สูงสุดในรอบ 4 ปี เร่งขึ้นจาก 16.8% ในเดือนก่อน และสูงกว่าที่ประเมินไว้มาก (SCB EIC ประเมิน 8.5% และค่ากลาง Reuters Poll 9.4%) ตัวเลขปรับฤดูกาลขยายตัวถึง 10.6%MOM_SA
24 ก.พ. 2026
ttb analytics ชวนสำรวจวินัยทางการเงินจากฐานข้อมูลเครดิตบูโร (NCB) ชี้ พฤติกรรมการก่อหนี้ สัญญาณเตือนความเสี่ยงหนี้เสียที่ไม่ควรมองข้าม แนะลูกหนี้ใช้สินเชื่ออย่างรอบคอบและระมัดระวัง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งสะท้อนผ่านการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เติบโตได้ค่อนข้างช้าสวนทางกับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว
21 ส.ค. 2025
ธนาคารกสิกรไทยเดินหน้าดูแลลูกค้า ลดดอกเบี้ยเงินกู้ หนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว มีผล 2 มี.ค. 2569
นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากผลการประชุม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ
27 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy