แชร์

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผยแนวทางเฝ้าระวังอาคารเหตุดินทรุด จุดใดควรดูแลเป็นพิเศษ

อัพเดทล่าสุด: 26 ก.ย. 2025
283 ผู้เข้าชม

ปัญหาดินทรุดเป็นหนึ่งในความท้าทายด้านโครงสร้างที่อาคารและชุมชนเมืองอาจเผชิญ โดยเฉพาะในพื้นที่ดินอ่อนหรือพื้นที่ก่อสร้างหนาแน่น เช่น กรุงเทพมหานคร ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยและมูลค่าทรัพย์สินได้ในระยะยาว การมีแนวทางเฝ้าระวังอย่างเป็นระบบจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมรับมือได้ทันเวลา

นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า อาคารที่ควรเฝ้าระวังเรื่องการทรุดตัวมากเป็นพิเศษ ได้แก่ พื้นที่ติดแหล่งน้ำ และ พื้นที่ใกล้การก่อสร้างขนาดใหญ่ โดยปกติ ทีมบริหารจัดการอาคารจะมีรอบในการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบตัวอาคารเบื้องต้นผ่านการตรวจด้วยสายตา (Visual Check) อยู่แล้ว ซึ่งอาจตรวจพบรอยแตกร้าวหรือระดับพื้นผิวของพื้นที่ต่างๆ มีการทรุดตัว เช่น ทางเดิน ถนน สนามหญ้า กำแพงรั้ว ที่เปลี่ยนแปลงไปจากปกติ จนอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและการใช้งานอาคาร ก็จำเป็นต้องมีการตรวจละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญ เช่น วิศวกรโยธา เพื่อประเมินความเสียหาย และหาแนวทางแก้ปัญหาต่อไป

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทรุดตัวดังกล่าว อาจส่งผลต่อผู้คนและรถที่สัญจรไปมา ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ยิ่งไปกว่านั้น หากอาคารเกิดการทรุดตัวมาก ก็อาจสร้างความเสียหายให้กับระบบสาธารณูปโภคที่ลอดผ่านหรือยึดติดกับบริเวณที่มีการทรุดตัว เช่น สายไฟ ท่อน้ำ ระบบสื่อสาร ส่งผลกระทบกับการใช้งานอาคารได้                                                                                                 

อย่างไรก็ตาม อาคารถูกออกแบบให้มีโครงสร้างแข็งแรง รองรับน้ำหนัก และมีเสาเข็มยึดกับดิน แต่พื้นที่รอบอาคาร เช่น ถนนหรือทางเท้า มักจะเป็นพื้นที่ที่ตัดจากโครงสร้างของอาคาร มีลักษณะเป็นพื้นวางบนดินบดอัด (Slab On Ground) จึงสามารถทรุดตัวได้ง่ายกว่าตัวอาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารที่อยู่ใกล้พื้นที่ก่อสร้างที่มีการขุดดินเป็นหลุมลึก หรืออยู่ติดแหล่งน้ำ ควรต้องมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หากการป้องกันการพังทลายของดินไม่ดีพอ ทำให้เกิดการไหลหรือทรุดตัวของดินเกิดเป็นโพรง จะสามารถสร้างความเสียหายให้กับอาคารหรือพื้นที่ข้างเคียงได้

ดังนั้น สำหรับอาคารใกล้แหล่งน้ำหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ ควรเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ หากพบว่ามีความผิดปกติ ควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างอาคาร อย่างเช่น วิศวกรโยธา เพื่อตรวจสอบและหาแนวทางป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับอาคารที่รุนแรงมากขึ้น
 
นอกจากนี้ แนะนำว่าควรมีการหารือร่วมกับโครงการก่อสร้างที่อยู่ใกล้เคียงกับอาคารของตน เพื่อขอทราบแนวทางการป้องกันเรื่องดังกล่าวข้างต้น การป้องกันในแง่สภาพแวดล้อม เช่น ฝุ่น ละออง เสียงจากการก่อสร้าง รวมไปถึงความรับผิดชอบต่อการป้องกันความเสียหายที่อาจส่งผลกระทบต่ออาคารที่เราดูแล

แม้ดินทรุดจะเป็นปรากฏการณ์ที่บางครั้งเกิดจากธรรมชาติและไม่สามารถควบคุมได้ร้อยเปอร์เซนต์ แต่ด้วยการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง การบูรณาการทั้งงานตรวจสอบเชิงเทคนิคและการบริหารจัดการความเสี่ยง จะช่วยลดโอกาสเกิดเหตุรุนแรง พร้อมเสริมความมั่นใจให้ผู้ใช้อาคาร รวมถึงช่วยให้อาคารมีความปลอดภัยและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ


บทความที่เกี่ยวข้อง
BAM เข้าพบคุณขัตติยา CEO KBANK  หารือโมเดลธุรกิจปี 2569 พร้อมต่อยอดความร่วมมือในอนาคต
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เข้าพบคุณขัตติยา อินทรวิชัย
23 ม.ค. 2026
ดีลพิเศษ 15 วันเท่านั้น ทีทีบี จัดโปรสมัครบัตรเครดิต ttb absolute  รับฟรีโบนัสเพิ่ม 15,000 คะแนน แลกได้ 5,000 ไมล์ และกระเป๋าเดินทาง 20 นิ้ว
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี มอบโปรโมชันสุดคุ้มแห่งปี พิเศษสำหรับลูกค้าที่สมัครบัตรเครดิต ttb absolute และเป็นลูกค้าบัตรเครดิต ttb ใบแรก โดยสมัครตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2568 30 กันยายน 2568 และมียอดใช้จ่ายสะสม 15,000 บาท
16 ก.ย. 2025
kubix จับมือ อบก. เชื่อมต่อระบบทะเบียนคาร์บอนเครดิต วางรากฐาน ‘คาร์บอนเครดิตโทเคน’ ไร้รอยต่อ หนุนธุรกิจไทยสู่การเงินสีเขียว
กลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย ส่ง บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (kubix) ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ
20 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy