แชร์

UNIQ เตรียมออกหุ้นกู้อายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 6.50% ต่อปี พร้อมเสนอขายผู้ลงทุนทั่วไป ผ่านสถาบันการเงิน 5 แห่ง คาดเปิดจองซื้อ 10-12 พ.ย. 2568

อัพเดทล่าสุด: 16 ต.ค. 2025
275 ผู้เข้าชม

UNIQ เตรียมเสนอขายหุ้นกู้อายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 6.50% ต่อปี ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป คาดเสนอขายระหว่างวันที่ 10-12 พฤศจิกายน 2568 ผ่านสถาบันการเงิน 5 แห่งที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เผยหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากทริสเรทติ้ง เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 ที่ระดับ BB+ และอันดับความน่าเชื่อถือองค์กรที่ระดับ BBB- แนวโน้ม Stable (คงที่) สะท้อนความสามารถในการแข่งขันที่แข็งแกร่งในการรับงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ มั่นใจนักลงทุนให้การตอบรับ จากศักยภาพและโอกาสในการเติบโต ด้วยมูลค่างานในมือ (backlog) ของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่ 37,677.03  ล้านบาท ซึ่งสามารถทยอยรับรู้รายได้จนถึงปี 2572  โดยในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 879.61 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ารับงานใหม่ต่อเนื่อง

นายเติมพงษ์ เหมาะสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริหาร กลุ่มงานบัญชีและการเงิน บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ UNIQ บริษัทรับเหมาก่อสร้างชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ อายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 6.50% ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้

หุ้นกู้ดังกล่าวจะเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป คาดว่าจะเสนอขายระหว่างวันที่ 10 12 พฤศจิกายน 2568 ผ่านสถาบันการเงินที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) กำหนดจองซื้อขั้นต่ำ 100,000บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท

สำหรับหุ้นกู้ที่จะเสนอขายครั้งนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 ที่ระดับ BB+ ขณะที่อันดับความน่าเชื่อถือองค์กรอยู่ที่ BBB- แนวโน้ม Stable (คงที่) โดยทริสเรทติ้ง ระบุว่า อันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ ในการรับงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 5.5 พันล้านบาท ซึ่งสูงกว่าทริสเรทติ้ง คาดไว้เล็กน้อย และมีกำไรจากการดำเนินงานที่ดีกว่าที่คาด โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย หรือ EBITDA อยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท และ EBITDA Margin อยู่ที่ประมาณ 23%

UNIQ เป็นผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างชั้นนำของไทย ที่มุ่งเน้นงานสาธารณูปโภคขนาดกลางและขนาดใหญ่ เช่น สถานีกลางบางซื่อ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในด้านบริหารการจัดการและการเลือกใช้เทคโนโลยีระดับสูงให้เหมาะสม และยังเป็นผู้เชี่ยวชาญงานก่อสร้างสะพานโครงสร้างเหล็กและสะพานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก งานก่อสร้างอุโมงค์รถยนต์ลอดใต้ทางแยก งานก่อสร้างทางพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กและแอลฟัลท์ติกคอนกรีต งานระบบสาธารณูปโภคใต้ดิน ทั้งไฟฟ้า ประปา และโทรศัพท์ รวมถึงงานในโครงการรับเหมาก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่มูลค่าโครงการสูง หรือเป็นโครงการที่ต้องอาศัยความชำนาญหรือเทคโนโลยีเฉพาะด้าน 

ลูกค้าของบริษัทฯ ส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ เช่น กรมทางหลวง การไฟฟ้านครหลวง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บมจ.ท่าอากาศยานไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นต้น ทำให้ความเสี่ยงในการไม่ได้รับชำระเงินอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ผลงานของบริษัทฯ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางถึงคุณภาพและการบริหารโครงการที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้มีโอกาสรับงานจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 879.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 74.19ล้านบาท โดยปัจจัยสำคัญมาจากกลุ่มบริษัทฯ ได้รับชำระเงินค่างานคงค้างรวมรายได้ดอกเบี้ยรับจากการชนะคดีเป็นจำนวนเงิน 826.40 ล้านบาท

ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับเงินค่างานตามสัญญาในงานก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต สัญญาที่ 1 งานโยธาสำหรับสถานีกลางบางซื่อและศูนย์ซ่อมบำรุง เป็นจำนวนเงิน 7,394.84 ล้านบาท ซึ่งช่วยเสริมสภาพคล่องและลดภาระหนี้สินอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของสถานะการเงินของบริษัทฯ และโอกาสในการเติบโตของธุรกิจในอนาคต นอกจากนี้ ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2568 บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้างกับกรมชลประทาน ในการก่อสร้างขุดคลองระบายน้ำหลาก พร้อมอาคารประกอบ สัญญาที่ 7 โครงการคลองระบายน้ำหลาก บางบาล-บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยโครงการมีมูลค่ารวม 849.70 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าเฉพาะสัดส่วนของบริษัทฯ คิดเป็น 467.335 ล้านบาท ขณะที่มูลค่างานในมือ (backlog) ของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 อยู่ที่ 37,677.03  ล้านบาท ซึ่งสามารถทยอยรับรู้รายได้จนถึงปี 2572 

UNIQ มุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตในระยะยาว โดยยึดแนวทางการดำเนินงานตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน 3 ด้าน คือ การใส่ใจสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล บริษัทฯ ให้ความสำคัญและตระหนักถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งผลักดันให้บริษัทฯ มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการดำเนินธุรกิจ โดยที่มีการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ซึ่งมั่นใจว่าโอกาสและศักยภาพในการรับงานโครงการใหญ่ของ UNIQ และการเติบโตอย่างยั่งยืนจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนที่สนในหุ้นกู้ของบริษัทฯ ได้อย่างแน่นอน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริหาร กลุ่มงานบัญชีและการเงิน UNIQ กล่าว

สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่สนใจหุ้นกู้ UNIQ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th หรือติดต่อสถาบันการเงินที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ดังนี้

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือโทร 0-2111-1111 โดยบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน Money Connect by Krungthai บนแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด โทร. 0-2695-5555

บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด โทร. 02-249-2999

บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) โทร. 02-660-6688

บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-205-7000 ต่อ 7387


บทความที่เกี่ยวข้อง
ออมสิน จัดเต็มชุดมาตรการช่วยลูกหนี้ในพื้นที่ชายแดน พักหนี้ 3 เดือน - ดอกเบี้ยยกให้  สินเชื่อพิเศษ ดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก พร้อมจัดงบช่วยเหลือเฉพาะหน้าและงบเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต
นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่บริเวณชายแดน ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สินและการดำรงชีพของประชาชน
17 ธ.ค. 2025
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดกลยุทธ์หนุนธุรกิจ Property Management โตต่อครึ่งปีหลัง  โชว์ผลความพึงพอใจลูกค้าทะลุ 90%
นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า หนึ่งในเทรนด์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจในช่วงครึ่งปีหลังนี้ คือ กลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (real demand) เป็นกำลังซื้อหลักที่ขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์
11 ก.ย. 2025
ราช กรุ๊ป ประกาศกำไร 6,220 ล้านบาทในปี 2568 จัดสรรเงินปันผลผู้ถือหุ้น 3,480 ล้านบาท หุ้นละ 1.60 บาท กำหนดจ่ายวันที่ 22 พฤษภาคม ศกนี้
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิ จำนวน 6,220 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA)
28 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy