แชร์

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จับมือพันธมิตรธุรกิจ เสริมพลัง CRM & CEM ยกระดับการอยู่อาศัยภายใต้แนวคิด LALIN Living Ecosystem สู่ประสบการณ์ใหม่ของชีวิตในสังคมคุณภาพ

อัพเดทล่าสุด: 29 ต.ค. 2025
307 ผู้เข้าชม

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ต่อยอดกลยุทธ์การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบภายใต้วิสัยทัศน์ บ้านที่คิดมาจากชีวิตจริง ด้วยการผสานความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์อยู่อาศัยแบบครบวงจร ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของลูกบ้าน ผ่านการบูรณาการระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) เข้ากับระบบบริหารประสบการณ์ลูกค้า (CEM) อย่างเป็นเอกภาพ ภายใต้แนวคิด LALIN Living Ecosystem ระบบนิเวศการอยู่อาศัยที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิตให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ (LALIN) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี เปิดเผยว่า การร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจของ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้าง สังคมคุณภาพแห่งการอยู่อาศัย ที่ยั่งยืนให้แก่ลูกบ้าน เราให้ความสำคัญในการคัดสรรพันธมิตรบนพื้นฐานของความเชี่ยวชาญ มาตรฐาน และความสอดคล้องด้านวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้าอยู่จนถึงทุกช่วงของการใช้ชีวิตในภายในโครงการโดยบริษัทฯให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบ CRM (Customer Relationship Management) และ CEM (Customer Experience Management) เพราะเชื่อมั่นว่า 2 กลยุทธ์นี้คือ หัวใจ ของการเข้าใจลูกค้าเชิงลึกและสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน โดยมองว่า CRM เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์และบริหารข้อมูลและพฤติกรรมของลูกค้าอย่างเป็นระบบ ขณะที่ CEM คือกระบวนการสร้างประสบการณ์ที่ดีและต่อเนื่องในทุกจุดสัมผัสของแบรนด์ ทั้งสองกลยุทธ์จึงเป็นฐานข้อมูลและกลไกสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น การเชื่อมโยงกลยุทธ์ CRM และ CEM เข้ากับเครือข่ายพันธมิตร จึงเป็นการสร้างระบบนิเวศธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบใหม่ ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ การขายที่อยู่อาศัย แต่ขยายไปถึงการ

สร้างความสัมพันธ์และคุณค่าในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ดำเนินการมาตลอด เพื่อส่งมอบการดูแล ความเข้าใจความต้องการ และเติบโตไปพร้อมกันกับลูกค้าในทุกช่วงเวลา

โดยกลยุทธ์ความร่วมมือในครั้งนี้ของ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งสร้างระบบนิเวศการอยู่อาศัยแบบครบวงจร (Integrated Living Ecosystem) ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรหลักจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นให้แก่ลูกบ้านอย่างครบครัน อาทิ กลุ่มSmart Living & Technology Partners ที่ร่วมส่งมอบเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมและบริการดิจิทัลภายในบ้าน เช่น แอปพลิเคชัน MonoMax ที่เติมเต็มความบันเทิงและช่วงเวลาผ่อนคลายของครอบครัว ขณะเดียวกันยังมีกลุ่ม Lifestyle & Health Partners ที่มอบสิทธิพิเศษด้านสุขภาพจากโรงพยาบาลชั้นนำ อาทิ โรงพยาบาลเปาโล และ โรงพยาบาลพญาไท เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม Home Care & Maintenance Partners ที่ให้บริการวัสดุและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านจากแบรนด์ ชั้นนำ ได้แก่ HomePro, MegaHome, Index Living Mall และ NocNoc รวมถึงกลุ่ม Automotive & Mobility Partners อย่าง B-Quik ที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการดูแลและซ่อมบำรุงรถยนต์ และกลุ่ม Shopping & Travel Partners ประกอบด้วย Tops Online, King Power, Pet and Me, Sprinkle และ Gother ที่มอบสิทธิพิเศษในโลกแห่งการช้อปปิ้งและการท่องเที่ยวให้แก่ลูกบ้านของ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ภายใต้แนวคิด From Home Ownership to Living Experience ที่มุ่งขยายคุณค่าจากการเป็นเพียงเจ้าของบ้าน ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของสังคมคุณภาพที่ได้รับการดูแลอย่างรอบด้าน ทั้งก่อนซื้อ ระหว่างอยู่อาศัย และหลังการขาย

ทั้งนี้ ภายใต้การขับเคลื่อนแนวคิด LALIN Living Ecosystem บริษัทฯ ตั้งเป้าในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งและยืดหยุ่น เพื่อรองรับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากยิ่งขึ้น โดยจะเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์ม CRM-CEM ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าแบบ 360 องศา เพื่อเชื่อมต่อบริการและสิทธิประโยชน์ในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ต้องไม่หยุดอยู่ที่การส่งมอบบ้าน แต่ต้องส่งมอบ คุณค่าของการใช้ชีวิต เราจึงตั้งใจสร้างระบบนิเวศที่ทำให้ลูกบ้านรู้สึกถึงความใส่ใจในทุกวัน การพัฒนากลยุทธ์ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับองค์กรสู่ยุค Data-Driven Real Estate อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการต่อยอดระบบข้อมูล CRM ให้เชื่อมโยงกับพันธมิตรทุกกลุ่ม เพื่อสร้างฐานข้อมูลเชิงพฤติกรรม (Behavioral Analytics) ที่มีความแม่นยำและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อพัฒนาบริการและสิทธิประโยชน์แบบ Personalization ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างตรงตามต้องการ นับเป็นการพลิกบทบาทจาก การขายบ้าน สู่ การสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัย ที่มีคุณค่ายิ่งขึ้น นายชูรัชฏ์ กล่าวสรุป

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ www.lalinproperty.com

หรือ โทร.1778 ทั้งนี้เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด


บทความที่เกี่ยวข้อง
ONSENS พร้อมเทรด SET 7 ต.ค นี้  ลุยเปิด 'PAK Massage' รับไฮซีซัน ดันผลงานครึ่งปีหลังโตเด่น
ONSENS พร้อมเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 7 ต.ค. นี้ ย้ำผู้ถือหุ้นเดิมเกือบทั้งหมดพร้อมใจล็อกหุ้น 99% มั่นใจทิศทางครึ่งปีหลัง 68 โตเด่น
6 ต.ค. 2025
เซ็นทรัล รีเทล ระดมพลังอีโคซิสเต็มลุยช่วยภาคใต้ มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท  พร้อมร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ตอกย้ำความมุ่งมั่น อยู่เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ ผ่านภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ที่ดำเนินงานอย่างทันที ตั้งแต่วันแรกของวิกฤติจนถึงวันที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย
8 ธ.ค. 2025
ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น TIPH อนุมัติจ่ายปันผล 1.50 บาทต่อหุ้น พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์เติบโตยั่งยืน
บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) ถ่ายทอดสดจากห้องประชุมชั้น 25 ณ อาคารทิพยประกันภัย พระราม 3
24 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy