แชร์

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.20-32.70 ติดตามข้อมูลสหรัฐและค่าเงินหยวน

อัพเดทล่าสุด: 3 พ.ย. 2025
207 ผู้เข้าชม

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่าเงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-32.70 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.35 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.23-32.73 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 1 เดือน เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ลดดอกเบี้ย 25bp เป็น 3.75-4.00% และประกาศยุติมาตรการ Quantitative Tightening ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม อย่างไรก็ดี ประธานเฟดเน้นย้ำว่ายังไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่นอนว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปในเดือนธันวาคม ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯพุ่งขึ้นโดยตลาดลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับดอกเบี้ยของเฟดในช่วงถัดไป ทางด้านเงินเยนอ่อนค่าลงหลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) คงดอกเบี้ยที่ 0.50% และแสดงท่าทีระมัดระวังต่อจังหวะเวลาที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย ส่วนธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ตรึงดอกเบี้ยที่ 2.00% ตามคาด ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 5,045 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสูงถึง 30,485 ล้านบาท ขณะที่ในเดือนตุลาคมเงินบาทแข็งค่าขึ้น 0.11%

สำหรับในสัปดาห์นี้ ตลาดจะให้ความสนใจกับข้อมูล ISM ภาคการผลิตและบริการรวมถึงการจ้างงานภาคเอกชนเดือนตุลาคมของสหรัฐฯ ขณะที่ภาวะ Government Shutdown เข้าสู่เดือนที่สอง ในภาพใหญ่ความต้องการขายดอลลาร์ในระยะนี้อาจถูกจำกัดจากการปรับคาดการณ์ของตลาดเกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดหลังจากเจ้าหน้าที่เฟดสะท้อนความคิดเห็นที่หลากหลายและหลีกเลี่ยงที่จะให้คำมั่นเกี่ยวกับความต่อเนื่องของการผ่อนคลายนโยบายการเงิน อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯกับจีนซึ่งช่วยคลายความวิตกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกอาจสนับสนุนการแข็งค่าของเงินหยวนและสกุลเงินในภูมิภาครวมถึงเงินบาท โดยนักลงทุนจะติดตามการตั้งค่ากลางรายวันสำหรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนจีน ทั้งนี้ สหรัฐฯประกาศลดภาษีศุลกากรต่อสินค้าจีนเหลือ 47% จาก 57% ขณะที่จีนจะชะลอการควบคุมการส่งออกแร่หายาก

กระทรวงพาณิชย์รายงานยอดส่งออกเดือนกันยายนเติบโต 19.0% สูงสุดรอบ 42 เดือน ขณะที่ภาษีศุลกากรของสหรัฐฯชัดเจนมากขึ้น ส่วนมูลค่านำเข้าเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 17.2% ทางด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุประเด็นที่ต้องติดตามสำหรับเศรษฐกิจไทย ได้แก่ การฟื้นตัวของภาคการผลิต ผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ พัฒนาการภาคท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐและการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ


บทความที่เกี่ยวข้อง
บลจ.กสิกรไทย ผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืนอันดับ 1 ของไทย  ต่อยอดด้วยแนวคิด Insight to Impact สู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
บลจ.กสิกรไทย มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน (Sustainable Investing) อันดับ 1 ของไทย ภายใต้แนวคิด Insight to Impact โดยใช้มุมมองและความเข้าใจในเชิงลึกเพื่อผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
4 ส.ค. 2025
ธ.ก.ส. ส่งมอบรถพยาบาลพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตมูลค่า 2 ล้านบาท  ให้โรงพยาบาลนาจะหลวย จ.อุบลราชธานี
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ส่งมอบรถพยาบาลฉุกเฉิน พร้อมด้วยอุปกรณ์กู้ชีพ ที่ทันสมัย และได้มาตรฐานจำนวน 1 คัน รวมมูลค่า 2 ล้านบาท
30 ก.ค. 2025
ทิศทางการลงทุนไทย ในยุคที่การลงทุนโลกไม่เหมือนเดิม
ระเบียบโลกใหม่ที่เกิดขึ้นภายใต้ ทรัมป์ 2.0 ประกอบกับการใช้นโยบายกีดกันทางการค้า (Protectionism) ของหลายประเทศได้สร้างแรงกดดันและเร่งให้นักลงทุนทั่วโลกต้องปรับกลยุทธ์การลงทุน ซึ่งการประกาศนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจเร่งให้เกิด
27 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy