แชร์

NER โชว์รายได้ 9 เดือนปี 68 เติบโต 24.28% กำไรสุทธิ 1,489.42 ล้านบาท มั่นใจทิศทางธุรกิจยางพาราเติบโตต่อเนื่อง

อัพเดทล่าสุด: 4 พ.ย. 2025
393 ผู้เข้าชม

บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ประกาศงบการเงินไตรมาส 3 ปี 2568 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน มีปริมาณขาย 351,412 ตัน เพิ่มขึ้น 48,336 ตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.95  คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 23,009.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,495.43 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.28 แบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 17,194.56 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 74.73 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 3,253.57 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.34  และรายได้จากการขายต่างประเทศ 5,815.29 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25.27 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 1,241.86 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.15  มีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,489.42  ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 6.47 ของรายได้จากการขายรวม

นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ยางผสม และสินค้าปลายน้ำแผ่นยางพาราปูพื้นคุณภาพสูง เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ กลุ่มผู้ค้าคนกลาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศเปิดเผยถึงภาพรวมและผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 3/2568 (สำหรับงวด 9 เดือน) สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568 เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน มีปริมาณขาย 351,412 ตัน เพิ่มขึ้น 48,336 ตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.95  คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 23,009.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,495.43 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.28 แบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 17,194.56 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 74.73 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 3,253.57 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.34  และรายได้จากการขายต่างประเทศ 5,815.29 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25.27 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 1,241.86 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.15



สำหรับงวด 9 เดือนของปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน เท่ากับ 62.33 ล้านบาทหรือ คิดเป็นร้อยละ 0.27 ของยอดขายรวม เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน บริษัทฯมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 21.81 ล้านบาท และมีรายการกำไรจากการวัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์เท่ากับ 37.29 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 0.16 ของยอดขายรวม เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน บริษัทมีกำไรจากการวัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์ลดลง 25.98 ล้านบาท ซึ่งเป็นการบันทึกรับรู้ประมาณการผลขาดทุนทางบัญชีจากสัญญาขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า ที่บริษัทฯได้ทำไว้กับสถาบันการเงินเพื่อการลดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน

ทั้งนี้ สำหรับงวด 9 เดือนของปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,489.42  ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 6.47 ของรายได้จากการขายรวม โดยเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน บริษัทฯ มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 196.27 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.18  ด้านสินทรัพย์รวมของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 กันยายน 2568  มีจำนวน 20,040.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 582.44 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.99 จาก ณ 31 ธันวาคม 2567

สำหรับผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 3/2568 สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568 เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน มีปริมาณขาย 112,439 ตัน เพิ่มขึ้น 14,433 ตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.73  คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 6,727.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 563.92 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.15 แบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 5,029.30 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 74.76 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 672.51 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.44 และรายได้จากการขายต่างประเทศ 1,697.97 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25.24 ของยอดขายรวม ลดลง 108.59 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 6.01  กำไรสุทธิสำหรับงวดไตรมาส 3/2568 (งวด 3 เดือน) เท่ากับ 326.58 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 4.85 ของรายได้จากการขายรวม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิงวด 3 เดือนลดลง 34.20 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 9.48 ซึ่งกำไรที่ลดลงเกิดจากราคาขายที่ลดลงตามสภาวการณ์ของราคายางในตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ล่าสุด บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เพื่อความร่วมมือในการบริหารจัดการผลผลิตยางพาราอย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมกันสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง โดยมีเป้าหมายรวบรวมผลผลิตยางพาราจำนวน 200,000 ตันต่อปี ภายใต้สัญญาความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับตลาด และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย พร้อมต่อยอดสู่การขยายกำลังการผลิตของโรงงานแห่งที่3 เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคตได้อย่างมั่นคงอีกด้วย นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ กล่าวในท้ายสุด



 


บทความที่เกี่ยวข้อง
SO ขานรับ ค่าแรง 400 บาท!  เดินหน้าแผน 3 ชั้น รักษากำไร-โตไม่สะดุด
บมจ.สยามราชธานี หรือ SO  แสดงจุดยืนมั่นคงท่ามกลางกระแสการปรับตัวของภาคธุรกิจจากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท
3 ก.ค. 2025
ทำความรู้จัก เรตินอยด์ ตัวช่วยผิวอ่อนเยาว์  อยากใช้ให้ผิวปัง ต้องทาให้ถูกต้อง
สกินแคร์เด่นๆ แห่งปี 2025 ที่น่าจับตามองในการบำรุงผิวหน้าที่มาแรงอย่าง เรตินอยด์ (Retionoid) และ เรตินอล (Retionol) ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่ได้ยินชื่อ แต่ยังไม่เข้าใจว่าทั้ง 2 ชนิด ต่างกันอย่างไร รู้เพียงว่าการออกเสียงใกล้เคียงกันสุด ๆ
6 พ.ย. 2025
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เปิดเวทีประชุมใหญ่  อัพเดตแผนการดำเนินธุรกิจ ปี 2026
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ จัดกิจกรรม Town Hall ต้อนรับผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มเจนเนอราลี่ และเจนเนอราลี่ ภูมิภาคเอเชีย ร่วมอัปเดตผลการดำเนินงานในปี 2025 รวมถึงแผนการดำเนินธุรกิจปี 2026
4 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy