แชร์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้การคลังเป็นความเสี่ยงต่อการทบทวนปรับอันดับความน่าเชื่อถือ ต้องมีแผนลดขาดดุลการคลังอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ

อัพเดทล่าสุด: 14 พ.ย. 2025
225 ผู้เข้าชม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า การที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือปรับมุมมองอันดับเครดิตของประเทศไทยจาก มีเสถียรภาพ (Stable Outlook) เป็น เชิงลบ (Negative Outlook) แม้ยังคงอันดับเครดิตที่ BBB+ สะท้อนความกังวลหลักต่อฐานะการคลังของไทยที่อ่อนแอลงอย่างต่อเนื่องหลังวิกฤตโควิด ซึ่งอาจจะกลายเป็นปัจจัยหลักที่นำไปสู่การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือในช่วง 12 ปีข้างหน้า ซึ่งบทเรียนจากต่างประเทศชี้ต้องมีการลดขาดดุลการคลังอย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในกลุ่มอันดับเดียวกัน (BBB+ หรือ Baa1) จะเห็นว่าฐานะการคลังของไทยอ่อนแอกว่า โดยเฉพาะหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นรวดเร็ว และการขาดดุลการคลังที่ยังสูงต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในกรณีเศรษฐกิจไทยเติบโตเพียง 2% ต่อปีในระยะข้างหน้า การขาดดุลการคลังอาจยังอยู่สูงกว่า -4.0% ของ GDP และหนี้สาธารณะมีแนวโน้มแตะกรอบเพดาน 70% ภายในปี 2570 ทั้งนี้ รัฐบาลไทยอยู่ระหว่างการทบทวนแผนการคลังระยะปานกลาง ซึ่งน่าจะเห็นรายละเอียดแผนลดการขาดดุลการคลังที่ชัดเจนขึ้น

ดร.ลลิตา เธียรประสิทธิ์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า บทเรียนจากต่างประเทศชี้ให้เห็นว่า ประเทศที่สามารถหลีกเลี่ยงการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือได้ มักมีการดำเนินนโยบายลดขาดดุลอย่างเป็นรูปธรรม ตัวอย่างเช่น อิตาลี ที่สามารถลดการขาดดุลจาก 8.0% เหลือต่ำกว่า 4.0% ของ GDP ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี ผ่านแผนเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้จ่ายภาครัฐ ขณะที่ฝรั่งเศสซึ่งถูกปรับลดทั้งมุมมองและอันดับเครดิตจากการขาดดุลการคลังที่เพิ่มขึ้น ซึ่งต้องเผชิญกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น รวมถึงอันดับความน่าเชื่อถือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลบางรายถูกปรับลดตาม อย่างไรก็ตาม การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไม่ได้หมายความว่าอันดับเครดิตของภาคเอกชนจะถูกปรับลดไปด้วย ขึ้นอยู่กับฐานะทางการเงินของแต่ละบริษัท

นางสาวปริชญา ฤทธิ์สุข นักวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า แนวทางลดขาดดุลการคลังของไทยอาจไปที่การเพิ่มรายได้ภาครัฐ เนื่องจากรายจ่ายส่วนใหญ่เป็นรายการที่ปรับลดได้ยาก ในระยะสั้น มาตรการเพิ่มรายได้แบบเฉพาะจุด (Piecemeal) อาจช่วยประคองสถานการณ์ได้บ้าง แต่ในระยะปานกลางถึงยาว การปฏิรูปการคลังอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องพึ่งพาการพัฒนาฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเพื่อออกแบบนโยบายสวัสดิการอย่างตรงเป้า ควบคู่กับการขยายฐานภาษีและการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ


บทความที่เกี่ยวข้อง
ร้านอาหารตอบรับโครงการ “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง” เน้นย้ำแนวคิด “ประกันภัยแบบฝังตัว” ยกระดับมาตรฐานธุรกิจอาหาร
สำนักงาน คปภ. เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง” เพื่อยกระดับมาตรฐาน ความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวสะท้อนแนวคิดในการผลักดัน
16 มี.ค. 2026
ทีทีบี จัดหลักสูตร Wealth Empowerment รุ่นที่ 2 เพื่อลูกค้า ttb reserve  เสริมศักยภาพผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ พร้อมสร้างเครือข่ายนักธุรกิจคุณภาพ  ต่อยอดความมั่งคั่งสู่ความยั่งยืน
ทีทีบี โดย นายฐากร ปิยะพันธ์ (ที่ 5 จากซ้าย) ผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร ร่วมกับ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดหลักสูตรพิเศษ “Wealth Empowerment (WE) Program รุ่นที่ 2”
27 พ.ค. 2026
SCB CIOมองเฟดปรับลดดอกเบี้ยผนวกดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่า  หนุนเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นEM Asiaแนวโน้มเติบโตดียาวถึงปีหน้า
SCB CIO มอง เฟดลดดอกเบี้ยหลังคงดอกเบี้ยสูงมานาน เป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นและตราสารหนี้ จากสถิติในอดีตพบว่า ตลาดหุ้นสหรัฐ ในช่วง1 ปี นับจากเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทนเฉลี่ย สูงกว่า 20%แต่มีความกังวลบนความเป็นอิสระของเฟด
22 ก.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy