แชร์

ส่งออกเดือน พ.ย. 2568ขยายตัว 7.1%YoY ส่งออกไทยปี 69 จะพลิกกลับมาหดตัว จากผลของภาษีสหรัฐฯ และการแข่งขันในตลาดโลก

อัพเดทล่าสุด: 29 ธ.ค. 2025
332 ผู้เข้าชม

มูลค่าส่งออกเดือน พ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,445.6 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ขยายตัว 5.7%YoY แรงขับเคลื่อนมาจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัวเร่งขึ้นจากเดือนก่อน สวนทางกับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรที่หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ทั้งนี้ การส่งออกที่ขยายตัวเร่งขึ้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะการส่งออกทองคำหดตัวน้อยลง เมื่อหักทองคำแล้ว มูลค่าส่งออกเดือนนี้ขยายตัวได้ 8.7%YoY ชะลอลงจาก 13.0%YoY ในเดือนก่อน มูลค่าส่งออกเดือน พ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,445.6 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ขยายตัว 5.7%YoY แรงขับเคลื่อนมาจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัวเร่งขึ้นจากเดือนก่อน สวนทางกับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรที่หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ทั้งนี้ การส่งออกที่ขยายตัวเร่งขึ้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะการส่งออกทองคำหดตัวน้อยลง เมื่อหักทองคำแล้ว มูลค่าส่งออกเดือนนี้ขยายตัวได้ 8.7%YoY ชะลอลงจาก 13.0%YoY ในเดือนก่อน • การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 12.2%YoY เร่งขึ้นจาก 8.8%YoY ในเดือนก่อน โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยสินค้าสำคัญที่เติบโต ได้แก่ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+68.0%) อัญมณีและเครื่องประดับ (+66.7%) และ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+59.9%) ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เคมีภัณฑ์ (-13.6%) ผลิตภัณฑ์ยาง (-12.1%) และ เม็ดพลาสติก (-11.4%) เป็นต้น (รูปที่ 2)• ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรหดตัว 9.5%YoY โดยสินค้าเกษตรหดตัว 15.7%YoY หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรหดตัว 2.3%YoY กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน โดยสินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง (-43.1%)  ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (-28.8%) และเครื่องดื่ม (-19.9%) ส่วนสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ (+171.4%) เนื้อหาและส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ที่บริโภคได้ (+55.7%) และ กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง (+20.3%) เป็นต้น



ส่งออกรายตลาดสำคัญขยายตัวในสหรัฐฯ-ยุโรป ขณะที่ตลาดจีนและญี่ปุ่นกลับมาหดตัวในเดือนนี้• สหรัฐฯ: ขยายตัว 37.9%YoY เติบโตติดต่อกันเป็นเดือนที่ 26 โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และหม้อแปลงไฟฟ้า เป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณีและเครื่องประดับ และรถยนต์ เป็นต้น• จีน: หดตัว 7.8%YoY กลับมาหดตัวในรอบ 14 เดือน โดยสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง เคมีภัณฑ์ และ ผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น คอมพิวเตอร์ ทองแดงและของทำด้วยทองแดง  และ ยางพารา เป็นต้น• ญี่ปุ่น: หดตัว 8.9%YoY กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน โดยสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และ เครื่องจักรกล เป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น  ทองแดงและของทำด้วยทองแดง อัญมณีและเครื่องประดับ และ ผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น• EU27: ขยายตัว 12.0%YoY เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อัญมณีและเครื่องประดับ และ เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว  เช่น เครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้า และ ผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น• ASEAN-5: ขยายตัว 5.7%YoY เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และ แผงวงจรไฟฟ้า เป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เคมีภัณฑ์ เครื่องปรับอากาศ ผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น• มูลค่าการนำเข้าเดือน พ.ย. อยู่ที่ 30,172.5 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวสูงที่ 17.6%YoY เร่งขึ้นจาก 16.3%YoY เมื่อเดือนก่อน สินค้านำเข้าที่ขยายตัว เช่น อาวุธ ยุทธปัจจัย และสินค้าอื่น ๆ (69.7%YoY) สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป (29.7%YoY) เป็นต้น ในขณะที่สินค้านำเข้าที่หดตัว เช่น สินค้าเชื้อเพลิง (-16.7%YoY) เป็นต้น ทั้งนี้ ดุลการค้าเดือน พ.ย. ขาดดุล 2,726.86 ล้านดอลลาร์ฯ


Implication: Krungthai COMPASS คาดว่าการส่งออกไทยในปี 2569 จะหดตัวจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทยเต็มปี• ในเดือน พ.ย. 2568 Momentum การขยายตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนยังมีแนวโน้มแผ่วลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งสินค้ากลุ่ม Low Local Content1 ที่ชะลอลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และกลุ่ม High Local Content ที่หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 (รูปที่ 5) • Momentum ของการส่งออกที่มีแนวโน้มแผ่วลง โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม High Local Content ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องกับการผลิตและการจ้างงานภายในประเทศค่อนข้างสูงจะเป็นปัจจัยกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2569

ความเสี่ยงที่ต้องติดตามในปี 2569 ดังต่อไปนี้ 

(1) ความเร็วของการระบายสต็อกสินค้าของคู่ค้าสหรัฐฯ จากที่เคยเร่งนำเข้าในช่วงก่อนหน้ายังมีความไม่แน่นอน ซึ่งอาจส่งผลให้คำสั่งซื้อชะลอตัวลงเร็วหรือมากกว่าคาด 

(2) การแข่งขันแย่งส่วนแบ่งตลาดสหรัฐฯ และตลาดอื่นๆ ที่ทดแทนสหรัฐฯ อาจรุนแรงกว่าคาด โดยต้องติดตามปัจจัยที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากที่สุดในรอบ 4 ปีครึ่ง การแข็งค่าของเงินบาทจะส่งผลกระทบเมื่อเทียบกับดอลลาร์ สรอ. ในเดือน ธ.ค.2568    ทำให้ราคาสินค้าไทยแพงขึ้นมากกว่าคู่แข่ง และทำให้กำไรในรูปเงินบาทลดลง 

(3) ศาลสหรัฐอาจพิจารณาตัดสินให้มาตรการภาษี Reciprocal Tariff ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะทำให้ภาษีลดลงชั่วคราว ก่อนที่รัฐบาลสหรัฐจะผลักดันมาตรการทางการค้ากลับมาใช้ผ่านช่องทางกฎหมายอื่นต่อไป 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ออมสิน ดูแลลูกหนี้ผ่อนดี ประกาศลดดอกเบี้ยให้ 0.5% ถึงสิ้นปี สนับสนุนผู้มีวินัยการเงิน  นำร่องลูกค้าสินเชื่อเคหะ ยืนยันรับสิทธิ์ได้ทันทีเมื่อได้รับแจ้งทาง MyMo ไม่ต้องยื่นเอกสาร
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าหมายยกระดับการสร้างวินัยทางการเงินที่ดีของประชาชน โดยสนับสนุนให้ลูกหนี้ธนาคารรับผิดชอบผ่อนชำระหนี้ตามเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ เพื่อรักษามาตรฐานประวัติเครดิตของตนเอง
5 พ.ค. 2026
เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและวิตามินซีด้วย "Sunkist Guava Kale Smoothie"
ในช่วงนี้เป็นช่วงที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงบ่อย อากาศเย็นลงในตอนกลางคืน แต่แดดแรงในช่วงกลางวัน อาจทำให้เกิดอาการป่วยได้ง่าย ซันคิสท์ เครื่องดื่มน้ำนมพิสทาชิโอและผลิตภัณฑ์ถั่วพิสทาชิโอ ถั่วพรีเมียมคุณภาพหลากหลายชนิด
2 ธ.ค. 2025
เตรียมเสียงกรี๊ดให้พร้อม!! ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล  ชวนกระทบไหล่ศิลปิน-ดาราชื่อดัง พร้อมช้อปสุดคุ้มกับบิวตี้ไอเทมแบรนด์ดัง  ในงาน TOPS of Beauty
ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จัดงาน TOPS of Beauty ชวนขาช้อปและสายบิวตี้มาช้อปสุดคุ้มกับหลากหลายสินค้าบิวตี้ไอเทมแบรนด์ดัง พร้อมเสิร์ฟความ ฟินกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเหล่าศิลปิน ดารา
7 ต.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy