แชร์

ธ.ก.ส. เปิดตัวโครงการข้าวลดโลกร้อน ลดการปล่อยก๊าซมีเทนในนาข้าว เดินหน้าสู่เป้าหมาย Carbon neutrality

อัพเดทล่าสุด: 23 พ.ย. 2025
212 ผู้เข้าชม

ธ.ก.ส. เปิดตัวโครงการข้าวลดโลกร้อน ลดการปล่อยก๊าซมีเทนในนาข้าว สร้างความยั่งยืนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมตามแนวคิด ESG เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality) ในปี     ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ค.ศ. 2065 พร้อมยกระดับผลผลิตสู่การเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีบรรจุภัณฑ์ทันสมัยและจำหน่ายในตลาดที่มีกำลังซื้อสูง นำร่องพื้นที่ในเขตชลประทาน อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานีบนพื้นที่กว่า 1,100 ไร่ ตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซมีเทนในนาข้าว กว่า 200 ตันคาร์บอนและลดปัญหา    PM 2.5



นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดตัวโครงการข้าวลดโลกร้อน ลดการปล่อยก๊าซมีเทนในนาข้าว ภายใต้โครงการ BAAC Carbon Credit เพื่อขับเคลื่อนภารกิจการสร้างความยั่งยืนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมตามแนวคิด ESG และมุ่งสู่เป้าหมายการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality) ในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ค.ศ. 2065 ตามนโยบายรัฐบาล   โดย ธ.ก.ส. พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ในด้านการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับเกษตรกร เริ่มจากการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนในนาข้าวสู่ชั้นบรรยากาศที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน การลดต้นทุนและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของเกษตรกรลูกค้า โดยส่งเสริมให้เกษตรกรต่อยอดผลผลิตให้เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีคุณภาพและบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย เช่นเดียวกับ ข้าวพร้อมทานแบรนด์อุ่นอิ่ม ที่ ธ.ก.ส. ส่งเสริมและพัฒนา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและตอบสนองความต้องการตลาดในปัจจุบัน อันนำไปสู่การเสริมสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรอย่างยั่งยืน

โดย ธ.ก.ส. เริ่มต้นนำร่องโครงการฯ ร่วมกับเกษตรกรในบริเวณเขตชลประทานอำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี จำนวน 141 คน บนพื้นที่ปลูกข้าวรวม 1,100 ไร่ ส่งเสริมการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (Alternate Wetting and Drying : AWD) ผ่านการพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทยขั้นสูง (Premium T-VER) ในช่วงฤดูกาลผลิตข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69 (ช่วงเดือนพฤษภาคมธันวาคม 2568) และมุ่งหวังว่าเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้ประโยชน์ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม อาทิ รายได้จากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิต 500 บาทต่อตันคาร์บอน มีปริมาณผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และการสนับสนุนด้านการตลาด โดยดึงสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี จำกัด (สกต.อุดรธานี) ในการรับซื้อและรวบรวมผลผลิตข้าวจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ในราคาสูงกว่าตลาดทั่วไป ตันละ 500 บาท และนำผลผลิตไปแปรรูปเป็นข้าวสารที่โรงสีมาตรฐานของสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครพนม จำกัด (สกต. นครพนม) พร้อมให้การสนับสนุนองค์ความรู้ในด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์และการขอรับรองมาตรฐาน อย. ให้กับ สกต. เพื่อให้ผลิตภัณฑ์พร้อมเข้าสู่ตลาดมูลค่าสูงอย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน โดยตั้งเป้าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 200 tCO2eq การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินช่วยลดก๊าซไนตรัสออกไซด์จากดิน และลดการเผาตอซังข้าว ซึ่งสามารถช่วยลดปัญหามลภาวะ PM2.5 ได้อย่างยั่งยืน โดยโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย อันนำไปสู่การสร้างการเติบโตให้ภาคเกษตรไทยอย่างมั่นคงยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ ธ.ก.ส. ในการเป็น ธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน


บทความที่เกี่ยวข้อง
ธ.ก.ส. จัดงานมหามงคลตรุษจีน พร้อมเปิดบ้านต้อนรับสมาชิก APRACA จาก 24 ประเทศ
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วย คณะผู้บริหารและพนักงาน ธ.ก.ส. ร่วมจัดกิจกรรมมหามงคลเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 โดยมีการจัดพิธี เบิกเนตรมังกร พิธีจุดประทัดมหามงคล การแสดงเชิดมังกรสายรุ้งและสิงโต 9 สี
17 ก.พ. 2026
รู้หรือไม่? การบริจาคออนไลน์ ไม่ใช่ e-Donation เสมอไป  ทำบุญง่าย ๆ ผ่าน ปันบุญ โดย ทีทีบี สะดวก โปร่งใส ลดหย่อนภาษีได้
ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างจัดการได้ผ่านสมาร์ทโฟน การบริจาคเงินก็เปลี่ยนไปเช่นกัน หลายคนอาจเคยโอนเงินทำบุญผ่านช่องทางออนไลน์ แต่รู้หรือไม่ว่า ไม่ใช่ทุกการบริจาคออนไลน์จะลดหย่อนภาษีอัตโนมัติได้
19 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy