แชร์

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 31.80-32.50 จับตาค่าเงินหยวนและทองคำ

อัพเดทล่าสุด: 1 ธ.ค. 2025
211 ผู้เข้าชม

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่าเงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.80-32.50 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.20 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.16-32.52 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ขณะตลาดค่อนข้างเงียบเนื่องจากเทศกาลขอบคุณพระเจ้าในสหรัฐฯ ดัชนีดอลลาร์เผชิญแรงกดดันด้านขาลงเล็กน้อย หลังจากข้อมูลการจ้างงานจาก ADP ที่อ่อนตัวลง และรายงานว่าที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของปธน.ทรัมป์ เป็นตัวเต็งสำหรับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ ตอกย้ำความคาดหวังของตลาดต่อท่าทีผ่อนคลายมากขึ้นจากเฟด ส่วนกรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ระบุว่าบีโอเจกำลังเข้าใกล้เป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% และเตือนถึงความเสี่ยงของราคาที่สูงขึ้นหากเงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ยังขาดความชัดเจนว่าดอกเบี้ยจะปรับขึ้นเมื่อใด ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 1,119 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 9,788 ล้านบาท ขณะที่ในเดือนพ.ย. เงินบาทแข็งค่าขึ้น 0.5% ท่ามกลางความผันผวนที่ต่ำลง 

สำหรับในสัปดาห์นี้ นักลงทุนจะติดตามการกล่าวสุนทรพจน์ของผู้ว่าบีโอเจเพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยขณะที่เงินเฟ้อญี่ปุ่นยังอยู่ในระดับสูง โดยผู้ร่วมตลาดไม่แน่ใจว่าบีโอเจจะตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีนี้หรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่น่าสนใจ ได้แก่ ผลสำรวจ ISM ภาคการผลิตและบริการเดือนพ.ย. โดยดอลลาร์จะเผชิญแรงขายหากตัวเลขต่าง ๆ ยืนยันความเชื่อของนักลงทุนที่ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลงอีกในเดือนธ.ค. นี้ ในขณะเดียวกัน ทิศทางค่าเงินหยวนจีนและราคาทองคำโลกยังมีอิทธิผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท

สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ กระทรวงพาณิชย์รายงานยอดส่งออกเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากที่พุ่งขึ้น 19% ในเดือนก.ย. ขณะที่มูลค่านำเข้าเดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 16.3% จากหมวดทองคำเป็นหลัก ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 3.44 พันล้านดอลลาร์ อีกทั้งข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาบ่งชี้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยอยู่ที่ 28.97 ล้านคนนับตั้งแต่ต้นปี ลดลง 7.2% ทางด้านธปท. รายงานไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 1.8 พันล้านดอลลาร์ในเดือนต.ค. พร้อมกล่าวว่าประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อไป ได้แก่ ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม มาตรการภาษีของสหรัฐฯ และการส่งออกของไทย รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล


บทความที่เกี่ยวข้อง
กนง. ลดดอกเบี้ยตามคาด SCB EIC ประเมิน กนง. จะลดดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในไตรมาส 4 สู่ระดับ 1.25%
กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% มาอยู่ที่ 1.50% ตามคาดการณ์ของ SCB EIC โดยการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้มาจากการประเมินของ กนง. ว่านโยบายการเงินสามารถผ่อนคลายได้เพิ่มเติม เพื่อช่วยให้ภาวะการเงินผ่อนคลายลง โดยเฉพาะ
14 ส.ค. 2025
YLG แนะจับตา Jackson Hole พาวเวลบ่งชี้ทิศทางดอกเบี้ยเฟด ระยะยาวทองคำเป็นขาขึ้น สิ้นปีลุ้น ATH รับธนาคารกลางทั่วโลกซื้อต่อเนื่อง
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า ในคืนนี้แนะนำต้องจับตาการประชุมแจ็กสัน โฮล
22 ส.ค. 2025
คปภ. ลงพื้นที่เชียงราย ศึกษาการพัฒนาแบบองค์รวมจากองค์กรต้นแบบด้าน ESG วางรากฐานสู่การขับเคลื่อนองค์กรอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม
ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ดำเนินโครงการ ขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน (ESG) ให้แก่บุคลากรมาระยะหนึ่ง ผ่านการจัดอบรมความรู้ด้าน ESG
14 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy