แชร์

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย สร้างมาตรฐานใหม่บ้านรักษ์โลกสำเร็จเป็นรายแรก ของประเทศไทยได้อีกครั้ง กับ 2 โครงการบ้านสุดหรู ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานอาคารเขียวไทย (TREES) จากสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI)

อัพเดทล่าสุด: 24 ธ.ค. 2025
347 ผู้เข้าชม

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ตอกย้ำการเป็นผู้นำอสังหาฯ หลังพัฒนาบ้าน 2 โครงการ แกรมเมอร์ สาทร และกูธ์เธ่ สุขุมวิท 76 ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียวของประเทศไทย TREES จากสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) เป็นรายแรกของไทย สร้างมิติใหม่แห่งการอยู่อาศัยที่ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นายภวรัญชน์ อุดมศิริ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ทั้ง 2 โครงการใหม่ของเราผ่านเกณฑ์การประเมินจากสถาบันอาคารเขียวไทย ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ จากแผนงานสู่การนำไปปฏิบัติ ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวคิด ESG เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพและยั่งยืนให้แก่สังคม พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการสร้างสรรค์พื้นที่ ให้ประสบการณ์ที่ดีคงอยู่ (Inspiring experiences, creating places for good.) อย่างแท้จริง

สำหรับโครงการต้นแบบทั้ง 2 โครงการที่ทางบริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาโดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ โครงการ แกรมเมอร์ สาทร และ กูธ์เธ่ สุขุมวิท 76 ซึ่งได้ผ่านการรับรองเกณฑ์การประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย ประเภทอาคารพักอาศัย (TREES-Home  V.1.0) ในระดับ Gold จากสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI)

โดยการรับรองดังกล่าวสะท้อนถึงการออกแบบ การก่อสร้าง และการดูแลที่อยู่อาศัยที่คำนึงถึงความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดี พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตผู้อยู่อาศัย เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานอาคาร รวมถึงลดการใช้พลังงาน และลดการสร้างมลพิษที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยครอบคลุมเกณฑ์หลักทั้งหมด 6 ด้าน ได้แก่

1.       พลังงาน (Energy) - ติดตั้งฉนวนกันความร้อนหลังคา พร้อมติดตั้งโซล่าเซลล์ทุกหลัง

2.     น้ำ ขยะ ของเสีย (Water & Waste) - เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ จัดห้องคัดแยกประเภทขยะที่เหมาะสม รองรับเศรษฐกิจหมุนเวียน ติดตั้งถักดักไขมันลดภาระการเกิดน้ำเสียสู่สาธารณะ

3.     ผังบริเวณและภูมิทัศน์ (Site & Landscape) ออกแบบพื้นที่โครงการในตัวบ้านและส่วนกลางให้มีพื้นที่ สีเขียวมากกว่าร้อยละ 30 ของพื้นที่เปิดโล่ง ปรับปรุงสภาพอากาศจุลภาค (Microclimate) ช่วยลดปรากฎการณ์เกาะความร้อน (Urban Heat Island)  

4.       สภาพแวดล้อมภายในอาคาร (Indoor Environment) - ออกแบบเน้นการพึ่งพาธรรมชาติ (Passive design)พร้อมติดตั้งระบบกรองอากาศ ERV ที่มีประสิทธิภาพการกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ถึง 95% ในทุกห้องนอนและห้องนั่งเล่น, ติดตั้งพัดลมดูดอากาศในทุกห้องน้ำและห้องครัว เพื่อควบคุมความชื้นที่นำไปสู่การเกิดเชื้อโรค
และเชื้อรา

5.     วัสดุและทรัพยากร (Material & Resources) - เลือกใช้วัสดุก่อสร้างหลักที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผู้อยู่อาศัย โดยเลือกใช้และพัฒนาคู่ค้าใน Supply chain ให้ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon footprint product) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO)

6.     นวัตกรรม (Innovation) ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในส่วนกลาง และทุกยูนิตการขายทั้งร่วมมือกับมูลนิธิบ้านเด็กเข้าตรวจสอบและพัฒนาสิทธิมนุษยชนของแรงงานภาคการก่อสร้าง

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้มุ่งมั่นพัฒนาบ้านตามมาตรฐาน TREES-Home เพื่อให้ความสำคัญกับประโยชน์ที่ลูกบ้านจะได้รับโดยตรง และสามารถช่วยลดค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็น การประหยัดพลังงานของเครื่องปรับอากาศจากการป้องกันความร้อนเข้าสู่กรอบอาคาร โดยการติดฉนวนหลังคา การได้รับพลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ขนาด 2.3 กิโลวัตต์ ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้ากว่า 4,198 กิโลวัตต์ต่อปี หรือ 20,987 บาทต่อปี พร้อมทั้งสามารถเพิ่มขนาดระบบไฟฟ้าจากการเตรียมโครงสร้างหลังคาไว้รอการติดตั้งในอนาคต รวมไปถึงการเลือกใช้สุขภัณฑ์ที่ได้รับรองมาตรฐาน มอก. ซึ่งช่วยให้ประหยัดน้ำได้มากกว่า 5% เมื่อเทียบกับมาตรฐานขั้นต่ำการประหยัดน้ำ และมีระบบถังดักไขมันเพื่อลดภาระให้กับระบบบำบัดน้ำเสีย เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างหลักที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และดำเนินการจัดสรรพื้นที่ สีเขียวในโครงการอย่างเป็นระบบโดยภูมิสถาปนิก เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัย

ความสำเร็จในครั้งนี้ บริษัทฯ รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมาก ที่สามารถพัฒนาบ้านใน 2 โครงการใหม่ของเราให้เป็น บ้านรักษ์โลกที่จับต้องได้ พร้อมยกระดับมาตรฐานไปในทุกโครงการเพื่อสร้างการอยู่อาศัยที่เหนือระดับได้อย่างแท้จริง สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานที่ให้ความสำคัญในแนวทาง ESG  ซึ่งสอดคล้องกับหนึ่งในหกเป้าหมายด้านความยั่งยืนของกลุ่ม โดยทุกโครงการใหม่ของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ และ 85% ของสินทรัพย์ที่เป็นของบริษัทฯจะต้องได้รับการรับรองหรืออยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนรับรองมาตรฐานอาคารเขียวภายในปี 2573 บริษัทฯ จึงใส่ใจตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ การก่อสร้าง ไปจนถึงการบริหารจัดการหลังการขาย เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และลูกบ้านของเราอย่างแท้จริง นายภวรัญชน์ กล่าว

ทั้งนี้ โครงการ แกรมเมอร์ สาทร เป็นโครงการบ้านซีรี่ส์ใหม่ระดับลักชัวรี 3 ชั้น สไตล์ฝรั่งเศส มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท พื้นที่โครงการ 44.59 ไร่ จำนวน 194 ยูนิต โดยทำเลของโครงการตั้งอยู่บนถนนกัลปพฤกษ์ ใกล้พื้นที่ CBD ย่านสาทร และใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีวุฒากาศ มาพร้อมพื้นที่ Multifunction ที่สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ได้ลงตัว โดยประกอบด้วยแบบบ้าน 3 แบบ ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 204 - 284 ตร.ม. ในราคาเริ่มต้น 15 20 ล้านบาท*

สำหรับโครงการ กูธ์เธ่ สุขุมวิท 76 เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี ในสไตล์ Futuristic Modern มูลค่าโครงการ 2,100 ล้านบาท พื้นที่โครงการ 33.3 ไร่ จำนวน 118 ยูนิต โดยโครงการตั้งอยู่บนทำเลสุขุมวิท ใกล้ BTS แบริ่ง เพียง 9 นาทีถึง ทางด่วน มาพร้อมพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับความต้องการของหลากหลายเจเนอเรชั่นและไลฟ์สไตล์ โดยประกอบด้วยแบบบ้าน 3 แบบ ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 283 - 461 ตร.ม. ในราคาเริ่มต้น 16 30 ล้านบาท*


บทความที่เกี่ยวข้อง
SC Asset คว้า 3 รางวัล The Most Beloved Employer จาก Future Trends Awards 2026 ครองใจนักศึกษา คนรุ่นใหม่ และบุคลากรสายเทคโนโลยีทั่วประเทศ  
SC Asset ตอกย้ำภาพลักษณ์องค์กรที่ได้รับความเชื่อมั่นจากคนรุ่นใหม่และบุคลากรสายเทคโนโลยี คว้า 3 รางวัลใหญ่ The Most Beloved Employer Awards จากเวที Future Trends Awards 2026
2 มี.ค. 2026
วิริยะประกันภัย สนับสนุนพลังคนรุ่นใหม่ สร้างสรรค์สื่อ “เมาไม่ขับ”
พลตำรวจตรี ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผู้บังคับการตำรวจจราจร รับมอบเงินสนับสนุน จำนวน 300,000 บาท จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)
8 เม.ย. 2026
SCB WEALTH ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งธุรกิจ Wealth Lending ในไทย  พอร์ตสินเชื่อสะสมทะลุ 3.5หมื่นล้านบาทปีนี้ตั้งเป้าโตมากกว่า10%
SCB WEALTH ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด Wealth Lending ในประเทศไทย ด้วยวงเงินอนุมัติสินเชื่อกว่า 35,000 ล้านบาท นับตั้งแต่ปี 2562 -2568 และส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในอุตสาหกรรม พร้อมตั้งเป้าเติบโตมากกว่า 10%
30 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy