แชร์

ไทยจับมือ สปป.ลาว - มาเลเซีย ผนึกกำลังลงนาม LTMS-PIP ระยะที่ 2 ขยายการซื้อขายและส่งผ่านไฟฟ้าข้ามพรมแดน ก้าวสำคัญสู่ ASEAN Power Grid

อัพเดทล่าสุด: 15 ม.ค. 2026
162 ผู้เข้าชม

สปป.ลาว ไทย และมาเลเซีย จับมือเดินหน้าผสานพลังความร่วมมือด้านพลังงานระดับภูมิภาค ลงนามสัญญา EWA ภายใต้โครงการบูรณาการพลังงานไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ระยะที่ 2 (LTMS-PIP 2.0) ต่อยอดความสำเร็จจากระยะที่ 1 เพิ่มขีดความสามารถการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดน เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของภูมิภาคอาเซียน
 
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (Electricité du Laos: EDL) และการไฟฟ้ามาเลเซีย (Tenaga Nasional Berhad: TNB) ร่วมลงนามสัญญา Energy Wheeling Agreement (EWA) ภายใต้โครงการบูรณาการพลังงานไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ระยะที่ 2 (Lao PDR-Thailand-Malaysia-Singapore Power Integration Project Phase 2: LTMS-PIP 2.0) โดยมี ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน มีนายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. Mr. Souksavart Sosouphanh รองผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) และ Mr. Hasmarizal Hassan ประธานเจ้าหน้าที่ด้านโครงข่ายไฟฟ้า การไฟฟ้ามาเลเซีย (TNB) ร่วมพิธีลงนาม ณ อาคาร 50 ปี กฟผ. สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี
 
การลงนามครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการ LTMS-PIP ระยะที่ 1 สู่ระยะที่ 2 ซึ่งจะเพิ่มปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าจากเดิม 100 เมกะวัตต์ เป็นสูงสุดไม่เกิน 200 เมกะวัตต์ ครอบคลุมระยะเวลา 2 ปี เป็นการซื้อขายและจัดส่งไฟฟ้าที่ผลิตใน สปป.ลาว เพื่อส่งต่อไปยังสิงคโปร์ ผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศไทยและมาเลเซีย โดยมีเส้นทางการส่งผ่านพลังงาน 2 เส้นทาง ได้แก่ 1) การซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดจาก สปป.ลาว ไปยังสิงคโปร์ ปริมาณขั้นต่ำ 30 เมกะวัตต์ สูงสุดไม่เกิน 100 เมกะวัตต์ และ 2) การซื้อขายไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลจากมาเลเซียไปยังสิงคโปร์ ซึ่งเมื่อรวมไฟฟ้าสะอาดจาก สปป.ลาว จะมีปริมาณสูงสุดไม่เกิน 200 เมกะวัตต์
 
นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยว่า ผลความสำเร็จจากความร่วมมือของ 4 ประเทศ ในการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนข้ามพรมแดนแบบพหุภาคี โครงการ LTMS-PIP ระยะที่ 2 เป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อน ASEAN Power Grid (APG) สะท้อนความก้าวหน้าเชิงกลยุทธ์ด้านความร่วมมือพลังงานระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ยกระดับการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานในภูมิภาค ซึ่งจะเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว เพิ่มความยืดหยุ่นของโครงข่ายไฟฟ้า และรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของอาเซียนในอนาคต โดย กฟผ. พร้อมเดินหน้าภารกิจส่งผ่านไฟฟ้าจาก สปป. ลาว ไปยังสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนอย่างไร้รอยต่อ และผลักดันการพัฒนาระบบไฟฟ้าคาร์บอนต่ำที่เชื่อมโยงกันในระดับภูมิภาค
 
ด้าน Mr. Souksavart Sosouphanh รองผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) กล่าวว่า EDL พร้อมสานต่อความสำเร็จของโครงการ LTMS-PIP ในฐานะผู้บุกเบิกการจัดหาพลังงานสะอาดให้แก่ภูมิภาคอาเซียน และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน ASEAN Power Grid ซึ่งโครงการนี้จะช่วยขยายการมีส่วนร่วมของประเทศต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น และช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานสะอาดและการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิภาค
 
ขณะที่ Datuk Ir. Megat Jalaluddin Megat Hassan ประธานเจ้าหน้าที่ด้านกำกับดูแลและการบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การไฟฟ้ามาเลเซีย (TNB) ระบุว่า TNB ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญของ ASEAN Power Grid ยังคงมุ่งมั่นเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของภูมิภาค ควบคู่กับการเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน พร้อมยกระดับความร่วมมือในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดย TNB พร้อมสนับสนุนและผลักดันนโยบายการดำเนินงานของกระทรวงการเปลี่ยนผ่านพลังงานและปฏิรูปน้ำ มาเลเซีย (Ministry of Energy Transition and Water Transformation: PETRA) ในการพัฒนาโครงข่ายพลังงานอาเซียนที่เชื่อมถึงกันมากขึ้น มีความยืดหยุ่น และมีความมั่นคงในระยะยาว


บทความที่เกี่ยวข้อง
SME D Bank จับมือพันธมิตร เปิดตัวบริการ ‘ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ 2569’  เสริมเกราะเอสเอ็มอีมีทางเลือกบริหารความเสี่ยง ดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ   
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank และผู้บริหารธนาคาร พร้อมด้วยผู้บริหารจาก  3 บริษัทประกันชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ชับบ์ ไลฟ์ แอสชัวรันส์ จำกัด (มหาชน)
18 ก.พ. 2026
ทีทีบี ฟินทิป เผย 5 ขั้นตอนปลดหนี้บัตรเครดิตอย่างถาวร  ช่วยผู้บริโภคยกระดับวินัยการเงิน
ปัญหาหนี้บัตรเครดิตเป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนที่พบเจอ และบางครั้งก็รู้สึกเหมือนเป็นวงจรที่ไม่มีวันจบสิ้น นั่นเป็นเพราะดอกเบี้ยสูงถึง 16% ต่อปี และถ้าหากไม่ได้วางแผนจัดการอย่างเป็นระบบก็จะกลายเป็นภาระสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
18 ก.พ. 2026
ITC สุดปัง ปี 68 โกยรายได้ 18,223 ล้านบาท โชว์กำไรสุทธิหลังปรับปรุง 3,432 ล้านบาท  ดัน GPM พุ่งแตะ 25.1% เคาะจ่ายปันผลทั้งปี 0.85 บาทต่อหุ้น
บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ITC) ผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง รายงานผลประกอบการปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง โดยยอดขายในสกุลดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น 9.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 554 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
18 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy