แชร์

ไทยจับมือ สปป.ลาว - มาเลเซีย ผนึกกำลังลงนาม LTMS-PIP ระยะที่ 2 ขยายการซื้อขายและส่งผ่านไฟฟ้าข้ามพรมแดน ก้าวสำคัญสู่ ASEAN Power Grid

อัพเดทล่าสุด: 15 ม.ค. 2026
406 ผู้เข้าชม

สปป.ลาว ไทย และมาเลเซีย จับมือเดินหน้าผสานพลังความร่วมมือด้านพลังงานระดับภูมิภาค ลงนามสัญญา EWA ภายใต้โครงการบูรณาการพลังงานไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ระยะที่ 2 (LTMS-PIP 2.0) ต่อยอดความสำเร็จจากระยะที่ 1 เพิ่มขีดความสามารถการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดน เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของภูมิภาคอาเซียน
 
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (Electricité du Laos: EDL) และการไฟฟ้ามาเลเซีย (Tenaga Nasional Berhad: TNB) ร่วมลงนามสัญญา Energy Wheeling Agreement (EWA) ภายใต้โครงการบูรณาการพลังงานไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ระยะที่ 2 (Lao PDR-Thailand-Malaysia-Singapore Power Integration Project Phase 2: LTMS-PIP 2.0) โดยมี ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน มีนายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. Mr. Souksavart Sosouphanh รองผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) และ Mr. Hasmarizal Hassan ประธานเจ้าหน้าที่ด้านโครงข่ายไฟฟ้า การไฟฟ้ามาเลเซีย (TNB) ร่วมพิธีลงนาม ณ อาคาร 50 ปี กฟผ. สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี
 
การลงนามครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการ LTMS-PIP ระยะที่ 1 สู่ระยะที่ 2 ซึ่งจะเพิ่มปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าจากเดิม 100 เมกะวัตต์ เป็นสูงสุดไม่เกิน 200 เมกะวัตต์ ครอบคลุมระยะเวลา 2 ปี เป็นการซื้อขายและจัดส่งไฟฟ้าที่ผลิตใน สปป.ลาว เพื่อส่งต่อไปยังสิงคโปร์ ผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศไทยและมาเลเซีย โดยมีเส้นทางการส่งผ่านพลังงาน 2 เส้นทาง ได้แก่ 1) การซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดจาก สปป.ลาว ไปยังสิงคโปร์ ปริมาณขั้นต่ำ 30 เมกะวัตต์ สูงสุดไม่เกิน 100 เมกะวัตต์ และ 2) การซื้อขายไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลจากมาเลเซียไปยังสิงคโปร์ ซึ่งเมื่อรวมไฟฟ้าสะอาดจาก สปป.ลาว จะมีปริมาณสูงสุดไม่เกิน 200 เมกะวัตต์
 
นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยว่า ผลความสำเร็จจากความร่วมมือของ 4 ประเทศ ในการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนข้ามพรมแดนแบบพหุภาคี โครงการ LTMS-PIP ระยะที่ 2 เป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อน ASEAN Power Grid (APG) สะท้อนความก้าวหน้าเชิงกลยุทธ์ด้านความร่วมมือพลังงานระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ยกระดับการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานในภูมิภาค ซึ่งจะเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว เพิ่มความยืดหยุ่นของโครงข่ายไฟฟ้า และรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของอาเซียนในอนาคต โดย กฟผ. พร้อมเดินหน้าภารกิจส่งผ่านไฟฟ้าจาก สปป. ลาว ไปยังสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนอย่างไร้รอยต่อ และผลักดันการพัฒนาระบบไฟฟ้าคาร์บอนต่ำที่เชื่อมโยงกันในระดับภูมิภาค
 
ด้าน Mr. Souksavart Sosouphanh รองผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) กล่าวว่า EDL พร้อมสานต่อความสำเร็จของโครงการ LTMS-PIP ในฐานะผู้บุกเบิกการจัดหาพลังงานสะอาดให้แก่ภูมิภาคอาเซียน และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน ASEAN Power Grid ซึ่งโครงการนี้จะช่วยขยายการมีส่วนร่วมของประเทศต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น และช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานสะอาดและการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิภาค
 
ขณะที่ Datuk Ir. Megat Jalaluddin Megat Hassan ประธานเจ้าหน้าที่ด้านกำกับดูแลและการบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การไฟฟ้ามาเลเซีย (TNB) ระบุว่า TNB ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญของ ASEAN Power Grid ยังคงมุ่งมั่นเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของภูมิภาค ควบคู่กับการเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน พร้อมยกระดับความร่วมมือในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดย TNB พร้อมสนับสนุนและผลักดันนโยบายการดำเนินงานของกระทรวงการเปลี่ยนผ่านพลังงานและปฏิรูปน้ำ มาเลเซีย (Ministry of Energy Transition and Water Transformation: PETRA) ในการพัฒนาโครงข่ายพลังงานอาเซียนที่เชื่อมถึงกันมากขึ้น มีความยืดหยุ่น และมีความมั่นคงในระยะยาว


บทความที่เกี่ยวข้อง
มูลนิธิกรุงศรีหนุน สพฉ. 2 ล้านบาท เสริมความแข็งแกร่งระบบช่วยชีวิตฉุกเฉินทั่วไทย
นายพูนสิทธิ์ ว่องธวัชชัย (ซ้าย) ผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิกรุงศรี มอบเงินสนับสนุนจำนวน 2 ล้านบาทแก่ ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง (กลาง) เลขาธิการ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) โ
22 เม.ย. 2026
SCB FM มองเงินบาทในมีแนวโน้มแข็งค่าต่อได้  จากความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลง และพัฒนาการในตลาดการเงินโลก
นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เงินบาทปรับแข็งค่าแรงถึง 50 สตางค์หลังพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนนสูงกว่าที่ผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาด
9 ก.พ. 2026
แอกซ่าประกันภัย เดินหน้าโครงการอาสาสมัคร “AXA Week for Good 2026” ส่งเสริมความยั่งยืนให้ชุมชน
แอกซ่าประกันภัย ประสบความสำเร็จในการจัดกิจกรรม “AXA Week for Good 2026” โครงการอาสาสมัครประจำปีระดับโลกของกลุ่มแอกซ่า (AXA Group) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8–12 มิถุนายน 2569 โดยมีพนักงานกว่า 156,000 คน จาก 52 ประเทศทั่วโลก
23 มิ.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy