แชร์

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดทิศทางตลาด Property Management ปี 69 ชู ‘คุณภาพ’ บริการครบวงจร รับดีมานด์ผู้อยู่อาศัยยุคใหม่

อัพเดทล่าสุด: 15 ม.ค. 2026
133 ผู้เข้าชม

·       พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้เทรนด์การอยู่อาศัยของผู้บริโภคในปี 69 ที่มอง “คุณภาพ” การอยู่อาศัยระยะยาวเป็นส่วนสำคัญ ใส่ใจรอบด้าน ทั้งความปลอดภัย สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม

·       เผยปัจจัยปั้นแบรนด์ Property Management ให้แข็งแกร่ง ประกอบด้วย – เทคโนโลยีอัจฉริยะ – การส่งเสริมสิ่งแวดล้อม – สังคมผู้สูงวัย – การบริการระดับพรีเมียม

·       ชี้การปรับตัว (Resilience) คือคีย์ไดร์ฟเวอร์ ผ่านการมองตลาดให้ขาด และเสิร์ฟบริการให้ตรงใจลูกค้า อาทิบริการแบบ Pool Resource, การให้คำปรึกษาเฉพาะเรื่อง, บริการ Plus Concierge และตรวจสุขภาพบ้าน

·       ตอกย้ำการบริหารคุณภาพ ควบคู่กับความใส่ใจ สร้าง DNA การดูแลลูกค้าที่มีมาตรฐาน ด้วยสถาบัน Plus Eduplex เพื่อพัฒนาคุณภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง และตรงกับความต้องการในตลาดแต่ละยุคสมัย สร้างความแตกต่างที่ลอกเลียนได้ยาก

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าต่อยอดบทบาทผู้นำบริการ Property Management อันดับ 1 เผยทิศทางตลาด แนวทางการบริหารและปรับตัวของวงการ Property Management ไทย ให้สอดรับกับกระแสของผู้บริโภคในปี 2569 และสามารถสร้างคุณภาพการอยู่อาศัยให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 69 ยังเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม ความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะตลาดเช่าและความต้องการซื้อเพื่อเป็นเจ้าของในอนาคตที่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองที่อยู่อาศัยเป็นเพียงทรัพย์สิน แต่เป็นพื้นที่ของ “คุณภาพชีวิต” ในระยะยาว ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งความปลอดภัย สุขภาพ และความยั่งยืน

ในฐานะผู้ให้บริการ Property Management พลัสฯ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบริการให้สอดรับกับบริบทใหม่ของการอยู่อาศัย โดยมองว่าปัจจัยหลักในการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งในปี 2569 มีทั้งหมด 4 ด้านสำคัญ ได้แก่

1.      เทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Technology)

เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการบริหารจัดการที่อยู่อาศัย ตั้งแต่ระบบรักษาความปลอดภัยอย่าง LIV-24 ที่มีโซลูชันใช้ AI ช่วยตรวจจับเหตุผิดปกติและแจ้งเตือนได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถป้องกันผู้บุกรุก สัตว์อันตราย หรือ ไฟไหม้ นอกจากนี้ ยังมีระบบ IoT ที่ช่วยตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์อาคาร เช่น ลิฟต์ ระบบไฟฟ้า และระบบน้ำ เพื่อลดความเสียหายและป้องกันปัญหาก่อนเกิดขึ้น ลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

2.      การส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและสังคม

พลัสฯ เดินหน้าดำเนินงานด้านความยั่งยืนภายใต้เป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593 ผ่านการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ลดการใช้พลังงาน และจัดกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม  (Green Activity) เพื่อให้ลูกบ้านได้มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น โครงการ Waste to Worth ร่วมกันคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี และยังได้ร่วมมือกับทรู คอร์ปอเรชันในปีที่ผ่านมา เพื่อให้ลูกบ้านมีจุดทิ้ง E-Waste อย่างถูกวิธี และเปลี่ยนจากขยะเป็นเงินบริจาคเพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนในชุมชน

3.      การส่งเสริมสังคมผู้สูงอายุ

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยคาดว่าในปี 2573 ประชากรกว่า 20% จะมีอายุเกิน 60 ปี และในปี 2593 ประชากรวัยทำงานจะหายไปกว่า 11 ล้านคน พลัสฯ จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบการอยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัย ผ่านการใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย การเก็บข้อมูลกลุ่มลูกบ้านสูงอายุใน Data Centre เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน การเตรียมบุคลากรให้พร้อมในการรับมือด้านความปลอดภัยและสุขภาพ รวมไปถึงจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพ อาทิ การร่วมมือกับแสนสิริและโรงพยาบาลสมิติเวช ในการส่งตรงโปรแกรมตรวจสุขภาพถึงโครงการอยู่อาศัย

4.      การบริการระดับพรีเมียม

ท่ามกลางการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยลักซ์ชัวรี โดยเฉพาะในย่านใจกลางเมือง Property Management กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเติมเต็มคุณค่าของการอยู่อาศัย พลัสฯ พัฒนาบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่มาตรฐานการบริหารงานระดับสากล การนำ Smart Technology มาใช้งาน การสร้างคอมมูนิตี้ที่มีคุณภาพ รวมไปถึงการมีบริการที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ อาทิ Plus Concierge ที่มีทั้งการทำความสะอาด ซักรีด ซ่อมบำรุง ดูแลทรัพย์สินมูลค่าสูง บริการด้านการท่องเที่ยว ฯลฯ ทั้งนี้ บุคลากรของ พลัสฯ ผ่านการอบรบจาก Luxury Management Academy ภายใต้สถาบัน Plus Eduplex เพื่อให้สามารถส่งมอบบริการระดับพรีเมียมได้ตรงใจลูกค้ามากที่สุด

นอกจากนี้ เราย้ำเสมอว่าความยืดหยุ่นในการปรับตัว (Resilience) เป็นหัวใจของการบริหารจัดการ เรามองความต้องการของตลาดและลูกค้า เทรนด์ในการอยู่อาศัยของผู้บริโภค เพื่อพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากที่สุด โดยในปีที่ผ่านมา มีการเปิดตัวบริการ อาทิ Plus Consultancy บริการที่ปรึกษาเฉพาะเรื่อง, บริการตรวจสุขภาพบ้านโดย Touch Property รวมไปถึงรูปแบบการบริหารงานแบบ Pool Resource เพื่อเติมเต็มบริการที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน โดยพลัสฯ ให้ความสำคัญกับการอบรมบุคลากรให้สามารถรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งมีทีม ERT (Emergency Response Team) ที่มีผู้เชี่ยวชาญ สามารถวางแผนและรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้ สอดรับกับบริบทปัจจุบันที่ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและความไม่แน่นอนต่าง ๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

พลัสฯ มองว่าแบรนด์ Property Management ที่แข็งแกร่งและสามารถฝ่าวิกฤติในยุคปัจจุบันได้ ต้องขับเคลื่อนด้วย “คุณภาพ” ในการบริหารจัดการ ทั้งในมิติของระบบงานและการพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะการพัฒนาคนให้มี DNA ที่เข้าใจและใส่ใจลูกค้า รวมถึงความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและรับมือกับสถานการณ์วิกฤติ ซึ่งจะช่วยสร้างความแตกต่าง เสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ เป็นมาตรฐานของบุคลากรที่ลอกเลียนแบบได้ยากที่จำเป็นต้องอาศัยเวลาในการพัฒนา เพื่อเป้าหมายปลายทางในการส่งมอบบริการที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือดูบริการทั้งหมดของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้ที่เว็บไซต์: https://bit.ly/49nwhv0


บทความที่เกี่ยวข้อง
เซ็นทรัลพัฒนา–จีแลนด์ จับมือกรุงศรี เดินหน้า “The Central พหลโยธิน” โครงการแฟล็กชิพสีเขียว ขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และ บริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน) (จีแลนด์) ร่วมกับ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประกาศความร่วมมือในการในการสนับสนุนการเดินหน้าโครงการ “The Central พหลโยธิน”
16 ม.ค. 2026
พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ร่วมงานวันเด็ก ปลุกพลังเยาวชน“Alpha Green Hero” รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงโลกและสิ่งแวดล้อม
นายอิฎฐ์ อภิรักษ์ติวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาองค์กร พรูเด็นเชียล ประเทศไทย พร้อมด้วยพนักงานของบริษัทฯ ร่วมกับสมาคมเครือข่ายอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ และสถาบันอุทยานการเรียนรู้ TK Park
16 ม.ค. 2026
กรุงศรีสนับสนุน เซ็นทรัลพัฒนา และ แกรนด์ คาแนล แลนด์ พัฒนาโครงการมิกซ์ยูส “เดอะ เซ็นทรัล” ด้วยสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนวงเงิน 6,500 ล้านบาท
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน ให้การสนับสนุนสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนระยะยาว (Sustainability-Linked Long-Term Loan) วงเงิน 6,500 ล้านบาท
16 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy