กฟผ. หนุนเวทีนานาชาติ MIT ตอกย้ำบทบาทผู้นำขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอาเซียนสู่ความยั่งยืน

กฟผ. ร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สนับสนุนเวทีประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “Powering Southeast Asia through 2050” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน สภาพภูมิอากาศ และความยั่งยืน พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายระดับโลก
นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำคณะผู้บริหาร และผู้แทนจาก กฟผ. ร่วมการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “Powering Southeast Asia through 2050: Building a Sustainable and Energy-Resilient ASEAN” จัดโดยสถาบันเทคโนโลยีแมสซาซูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology: MIT) โดยมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจาก MIT พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่า 400 คน ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองด้านพลังงาน สภาพภูมิอากาศ และความยั่งยืน ต่อยอดสู่การกำหนดนโยบาย และการปฏิบัติเพื่อสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรม พร้อมร่วมขับเคลื่อนอาเซียนสู่เป้าหมายพลังงานสะอาด
นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. กล่าวในเวทีเสวนา Energy and Climate Agenda and Priorities for Southeast Asia กับผู้แทนจากหน่วยงานชั้นนำระดับโลก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมทั้งเป้าหมายการพัฒนาในระยะยาว แนวโน้มระบบพลังงาน ในอนาคต และความท้าทายที่อาจส่งผลกระทบต่อภูมิภาค โดยนำเสนอทิศทางการดำเนินงานของ กฟผ. ในการเสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ผ่านการยกระดับความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า การส่งเสริมเทคโนโลยีผลิตพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ การประยุกต์ใช้ระบบพยากรณ์พลังงานหมุนเวียน และระบบ กักเก็บพลังงาน ควบคู่กับการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานศักยภาพสูง เช่น ไฮโดรเจน (Hydrogen) และ Small Modular Reactor (SMR) เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยได้เน้นย้ำว่าการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภูมิภาคอย่างยั่งยืนควรยึดหลัก “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เนื่องจากการพัฒนาระบบพลังงานในภูมิภาคยังมีความเหลื่อมล้ำกัน โดยบางพื้นที่มีอัตราการเข้าถึงไฟฟ้าเพียงร้อยละ 60 การขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานจึงต้องคำนึงถึงทุกภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างทั่วถึงในทุกมิติ
นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้จัดแสดงนิทรรศการผลงานนวัตกรรมด้านพลังงาน ภายใต้แนวคิด “Innovate Power Solutions for a Better Life” โดยนำเสนอแนวทางการพัฒนาพลังงานอย่างเป็นรูปธรรมผ่าน 4 โซนหลัก ได้แก่ โซนที่ 1 : Grid Modernization การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัยและยืดหยุ่น เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียนและ เสริมเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า โซนที่ 2 : Floating Photovoltaic (FPV) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำของ กฟผ. ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โซนที่ 3 : Small Modular Reactor (SMR) การศึกษาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำที่มีความปลอดภัยสูง และโซนที่ 4 : Decarbonization Solutions แนวทางการลดคาร์บอนแบบครบวงจร ตั้งแต่การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ไปจนถึงกลไกด้านพลังงานสีเขียว เช่น Renewable Energy Certificate (REC) และ Utility Green Tariff (UGT) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน



