แชร์

Krungthai CIO มองประธานเฟดคนใหม่ อาจเป็นจุดเปลี่ยนนโยบายการเงินโลก แนะนำทยอยสะสมหุ้นสหรัฐฯ เมื่อย่อตัว ถือทองคำบริหารความเสี่ยง

อัพเดทล่าสุด: 3 ก.พ. 2026
176 ผู้เข้าชม

Krungthai CIO ประเมินตลาดการเงินโลกผันผวน จากการเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธาน Fed คนใหม่ รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ แนะใช้จังหวะย่อตัวทยอยสะสมหุ้นคุณภาพ พร้อมถือทองคำ 5-10% ของพอร์ต เพื่อกระจายความเสี่ยง

ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office) วิเคราะห์ตลาดและการลงทุนรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ตลาดยังคงเผชิญความผันผวนสูง จากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน หลังมีการการเสนอชื่อ Kevin Warsh เข้าดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ แทน Jerome Powell ที่จะครบวาระในเดือนพฤษภาคมนี้  ซึ่งอาจเป็น “Policy Pivot” หรือจุดเปลี่ยนเชิงนโยบายที่สำคัญของ Fed  แม้ว่า Kevin Warsh ถูกมองว่า ให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งเป็นบวกต่อการลงทุนระยะยาว แต่ตลาดยังมีความกังวลในเรื่องความเป็นอิสระของ Fed ภายใต้แรงกดดันทางการเมือง และจุดยืนนโยบายในอดีตของ Warsh ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “สายเหยี่ยว” (Hawkish) ซึ่งอาจทำให้ทิศทางดอกเบี้ยไม่ผ่อนคลายเร็วอย่างที่ตลาดคาดหวัง

นอกจากนี้ ตลาดโลกยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยลบด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งกรณีที่ประธานาธิบดี Donald Trump ส่งสัญญาณขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ ความตึงเครียดกับอิหร่าน รวมถึงความเสี่ยง Government Shutdown ของสหรัฐฯ ที่อาจทำให้การประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญล่าช้า และเพิ่มความผันผวนในตลาดการเงิน

Krungthai CIO ประเมินว่า ความผันผวนดังกล่าวยังไม่ใช่สัญญาณเชิงลบต่อโครงสร้างตลาดในระยะยาว โดยเริ่มเห็นภาพของ Market Rotation หรือการหมุนกลุ่มลงทุน จากหุ้นที่ราคาปรับขึ้นมามาก ไปสู่หุ้นที่ยังมีพื้นฐานรองรับชัดเจน สะท้อนผ่านผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Microsoft, Apple และ Meta ที่ยังรายงานกำไรและรายได้ดีกว่าคาด รวมถึงเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่ยังเร่งตัวต่อเนื่อง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน Krungthai CIO ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ “ทยอยสะสมเมื่อย่อตัว (Buy on Dip)” โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI และเทคโนโลยีแห่งอนาคต ซึ่งยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดในปีนี้   พร้อมแนะนำให้จัดพอร์ตในลักษณะ Barbell Strategy ผสมผสานระหว่าง หุ้นกลุ่มเติบโต (Growth) ที่ได้ประโยชน์จากนวัตกรรม หุ้นกลุ่มมั่นคง (Defensive) เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ต และถือครองทองคำในสัดส่วน 5–10% ของพอร์ต เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และภาวะค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าในระยะยาว โดยประเมินกรอบเป้าหมายราคาทองคำไว้ที่ 5,300–5,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์


บทความที่เกี่ยวข้อง
ชิงแชมป์นักชงตัวท็อป! กาแฟพันธุ์ไทย - คอฟฟี่ เวิลด์  เปิดเวทีค้นหาสุดยอดบาริสต้าระดับประเทศ
บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ร่วมกับ บริษัท จีเอฟเอ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจคอฟฟี่เวิลด์ จัดการแข่งขัน "Barista Championship Competition 2025" ณ ลานกิจกรรม บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี่ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่
9 ม.ค. 2026
ครั้งแรกในไทย กรุงไทยเปิดตัวบริการใหม่ “ขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ Auto Redemption ชนิด RG” ล็อกกำไรจากต้นทุนจริงรายบุคคล
ธนาคารกรุงไทย เดินหน้ายกระดับการบริหารความมั่งคั่ง เปิดตัวนวัตกรรมการลงทุนใหม่กับบริการ การขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ “Auto Redemption ชนิด RG” ครั้งแรกในประเทศไทย โดยเป็นการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ
30 ม.ค. 2026
ไบกอน ชวนตระหนักรู้สู้ยุงลาย ไปกับกิจกรรม ไบกอนร่วมใจต้านภัยไข้เลือดออก เรียนรู้วิธีป้องกันลูกหลานจากยุงลายอย่างถูกวิธี
ไบกอน แบรนด์ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงอันดับ 1 ของประเทศไทย จัดกิจกรรมให้ความรู้ในงาน ไบกอนร่วมใจต้านภัยไข้เลือดออก เพื่อส่งเสริมการตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคไข้เลือดออก ผ่านกิจกรรมแบบอินเตอร์แอคทีฟ ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา ระหว่างวันที่ 2022 มิถุนายน 2568
23 มิ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy