แชร์

Krungthai CIO มองประธานเฟดคนใหม่ อาจเป็นจุดเปลี่ยนนโยบายการเงินโลก แนะนำทยอยสะสมหุ้นสหรัฐฯ เมื่อย่อตัว ถือทองคำบริหารความเสี่ยง

อัพเดทล่าสุด: 3 ก.พ. 2026
234 ผู้เข้าชม

Krungthai CIO ประเมินตลาดการเงินโลกผันผวน จากการเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธาน Fed คนใหม่ รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ แนะใช้จังหวะย่อตัวทยอยสะสมหุ้นคุณภาพ พร้อมถือทองคำ 5-10% ของพอร์ต เพื่อกระจายความเสี่ยง

ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office) วิเคราะห์ตลาดและการลงทุนรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ตลาดยังคงเผชิญความผันผวนสูง จากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน หลังมีการการเสนอชื่อ Kevin Warsh เข้าดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ แทน Jerome Powell ที่จะครบวาระในเดือนพฤษภาคมนี้  ซึ่งอาจเป็น “Policy Pivot” หรือจุดเปลี่ยนเชิงนโยบายที่สำคัญของ Fed  แม้ว่า Kevin Warsh ถูกมองว่า ให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งเป็นบวกต่อการลงทุนระยะยาว แต่ตลาดยังมีความกังวลในเรื่องความเป็นอิสระของ Fed ภายใต้แรงกดดันทางการเมือง และจุดยืนนโยบายในอดีตของ Warsh ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “สายเหยี่ยว” (Hawkish) ซึ่งอาจทำให้ทิศทางดอกเบี้ยไม่ผ่อนคลายเร็วอย่างที่ตลาดคาดหวัง

นอกจากนี้ ตลาดโลกยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยลบด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งกรณีที่ประธานาธิบดี Donald Trump ส่งสัญญาณขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ ความตึงเครียดกับอิหร่าน รวมถึงความเสี่ยง Government Shutdown ของสหรัฐฯ ที่อาจทำให้การประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญล่าช้า และเพิ่มความผันผวนในตลาดการเงิน

Krungthai CIO ประเมินว่า ความผันผวนดังกล่าวยังไม่ใช่สัญญาณเชิงลบต่อโครงสร้างตลาดในระยะยาว โดยเริ่มเห็นภาพของ Market Rotation หรือการหมุนกลุ่มลงทุน จากหุ้นที่ราคาปรับขึ้นมามาก ไปสู่หุ้นที่ยังมีพื้นฐานรองรับชัดเจน สะท้อนผ่านผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Microsoft, Apple และ Meta ที่ยังรายงานกำไรและรายได้ดีกว่าคาด รวมถึงเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่ยังเร่งตัวต่อเนื่อง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน Krungthai CIO ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ “ทยอยสะสมเมื่อย่อตัว (Buy on Dip)” โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI และเทคโนโลยีแห่งอนาคต ซึ่งยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดในปีนี้   พร้อมแนะนำให้จัดพอร์ตในลักษณะ Barbell Strategy ผสมผสานระหว่าง หุ้นกลุ่มเติบโต (Growth) ที่ได้ประโยชน์จากนวัตกรรม หุ้นกลุ่มมั่นคง (Defensive) เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ต และถือครองทองคำในสัดส่วน 5–10% ของพอร์ต เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และภาวะค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าในระยะยาว โดยประเมินกรอบเป้าหมายราคาทองคำไว้ที่ 5,300–5,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์


บทความที่เกี่ยวข้อง
กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต จัดงาน KTAXA Agency Annual Awards 2025 เวทีเชิดชูความสำเร็จนักขายมืออาชีพอย่างยิ่งใหญ่
บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดงานมอบรางวัลเกียรติยศนักขายประจำปี KTAXA Agency Annual Awards 2025 โดยได้รับเกียรติจาก คุณชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
7 เม.ย. 2026
ธนาคารไทยเครดิต ปั้นโครงการ ไทยเครดิต สานฝันให้ 10 สถาบันสนับสนุนเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ มุ่งพัฒนาศักยภาพและสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างยั่งยืน
กรุงเทพ - ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) โดยกลุ่มบริหารธุรกิจไมโครไฟแนนซ์และสาขาสินเชื่อ เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ
19 พ.ย. 2025
กรุงเทพประกันชีวิต ครบรอบ 74 ปี ขนทัพผลิตภัณฑ์ จัดโปรเด็ด 7 ต่อ  ร่วมงานวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 24 ชวนคนไทยวางแผนอนาคตอย่างมั่นใจ
กรุงเทพประกันชีวิต ร่วมออกบูทในงาน วันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 24 ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด LIFE EQUALITY FOR BETTER สุขคู่ขนาน สานทุกชีวิต
16 ก.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy