แชร์

ธ.ก.ส. ผนึกกำลังกรมหม่อนไหม และ สวทช. จัดประกวดโครงการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูงด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรมสู่ความยั่งยืน ECO - Innovation

อัพเดทล่าสุด: 12 ก.พ. 2026
383 ผู้เข้าชม

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในการส่งเสริมการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการพัฒนาสิ่งทอและผ้าไหมไทยร่วมกับกรมหม่อนไหม และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและมาตรฐานสิ่งทอและผ้าไหมไทยตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึง ปลายน้ำ ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูล การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเงิน การตลาด วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงการสนับสนุนบุคลากร ทรัพยากร และงบประมาณ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน กำหนดระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี (พ.ศ. 2569 – 2574) ซึ่งภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ ธ.ก.ส. ในการทำ Agri-Transformation ที่มุ่งใช้เทคโนโลยี องค์ความรู้ในการยกระดับคุณภาพผลิตผลทางการเกษตรสู่สินค้าสำเร็จรูปที่มีคุณภาพสูง Re-skill เกษตรกรให้ มุ่งสู่เกษตรแม่นยำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้าง eco-system มุ่งสร้างรายได้สูงและใช้แรงงานน้อยให้กับเกษตรกร

ทั้ง 3 หน่วยงานจะร่วมดำเนินกิจกรรมสำคัญ อาทิ การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การพัฒนาแปรรูปและบรรจุภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผ้าไหมไทย การขยายช่องทางการตลาดผ่านแพลตฟอร์มของ ธ.ก.ส. การขยายพื้นที่ปลูกหม่อน และการส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีตลอดห่วงโซ่หม่อนไหม โดยกำหนดพื้นที่นำร่องในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณทุ่งกุลาร้องไห้ ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ มหาสารคาม ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด และยโสธร รวมถึงภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดน่าน ก่อนขยายผลไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ พร้อมนำร่องด้วยการจัดงานประกวด “โครงการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูงด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรมสู่ความยั่งยืน ECO - Innovation” ปี 2568 ภายใต้แนวคิด “i Fill Goods” เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในการเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชน โดยมีผลงานเกษตรกรลูกค้าจากสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมกว่า 83 ทีม และดำเนินการคัดเลือกและให้คำปรึกษาเชิงลึกจนเหลือ 12 ทีมสุดท้ายเข้าสู่รอบนำเสนอผลงานชิงชนะเลิศ โดยเกณฑ์การตัดสินรางวัล Eco – Innovation แบ่งออกเป็น 4 หมวด ได้แก่ การพัฒนากระบวนการผลิต เกษตรอัจฉริยะและระบบ IoT การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้งสิ้น 27 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 720,000 บาท นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงบูธนวัตกรรมจากพื้นที่ภูมิภาค จำนวน 9 บูธ พร้อมกิจกรรมบรรยายพิเศษ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เข้าร่วมงานและ/หรือผู้ประกอบการ อาทิ การบรรยายเรื่อง “การสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ชุมชน ให้มีตัวตนในโลกการค้ายุคใหม่ ผ่านการเล่าเรื่อง (Storytelling)” โดยวิทยากรจากแบรนด์ good goods และ “การเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชนจากคอกระเช้าสู่สายเดี่ยว” โดยคุณวิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ เจ้าของแบรนด์วิชชุลดา ผู้สร้างสรรค์งานจากวัสดุเหลือใช้ในรูปแบบงานออกแบบเฉพาะชิ้น โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากส่วนงานภายนอก ร่วมพิจารณาตัดสิน ณ ห้องประชุมจำเนียรสาร ชั้น 24 เกษตรธนากร อาคารทาวเวอร์ กรุงเทพฯ

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยภายหลังการลงนามว่า การจัดประกวดโครงการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูงด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรมสู่ความยั่งยืน ECO - Innovation ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของ ธ.ก.ส. ในการทำหน้าที่เป็นแกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture) ที่พร้อมเชื่อมโยงภาคการเงิน เทคโนโลยี นวัตกรรม และการตลาด เข้ากับการพัฒนาชุมชนและภาคการเกษตรครบทุกมิติ ตั้งแต่การเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะให้

เกษตรกร การสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนที่เหมาะสม การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิต ไปจนถึงการต่อยอดสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและแข่งขันได้ในตลาดยุคใหม่ โดยโครงการดังกล่าวมุ่งยกระดับการเกษตรพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้พัฒนาไปสู่เกษตรมูลค่าสูง ผ่านการแปรรูป การออกแบบ การพัฒนามาตรฐาน และการสร้างแบรนด์ โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน การใช้ทรัพยากรในพื้นที่อย่างคุ้มค่า และการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าทางการเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรและชุมชนในระยะยาว

นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดของเสียและการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรกลับมาเพิ่มมูลค่า ตลอดจนการปลูกฝังแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยควบคู่กับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการมุ่งผลักดันบทบาทของเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านภาคการเกษตรของประเทศ ด้วยการเปิดพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้ การทดลอง และการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ผ่านกิจกรรมการประกวดและการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเกษตรกร ชุมชน และภาคธุรกิจ อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง และการเติบโตของภาคการเกษตรไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต


บทความที่เกี่ยวข้อง
บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM จัดพิธีแสดงความอาลัย  ถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM นำคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมพิธีแสดงความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
31 ต.ค. 2025
กลุ่มดุสิตธานี เผยไตรมาสแรก ปี 69 ธุรกิจโรงแรม-โครงการที่พักอาศัย ดันรายได้เพิ่ม 37.3%  EBITDA แตะ 860 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 249 ล้านบาท
บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรก (มกราคมถึงมีนาคม) ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,270 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY) คิดเป็น 37.3% โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา
18 พ.ค. 2026
การลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม  รวม 3 โครงการ
บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ขอเรียนให้ทราบว่า บริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (“สัญญา PPA”) สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ได้รับการคัดเลือกตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน
20 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy