แชร์

finbiz by ttb แนะ 5 จุดแก้เกม สร้างความได้เปรียบให้ SME

อัพเดทล่าสุด: 20 ก.พ. 2026
139 ผู้เข้าชม

ท่ามกลางการแข่งขันของผู้ประกอบการ SME ที่รุนแรงขึ้นในปี 2026 “ประสบการณ์สะดุดของลูกค้าเพียงเล็กน้อย” สามารถทำให้ลูกค้าตัดสินใจทิ้งตะกร้าสินค้าออนไลน์ได้ทันที ข้อมูลจาก Baymard Institute (ในปี 2024-2025) ระบุว่าอัตราการทิ้งตะกร้าสินค้าทั่วโลก (Shopping Cart Abandonment Rate) เฉลี่ยสูงถึง 70% ขณะที่ผลสำรวจผู้บริโภคไทยปี 2025 ระบุว่า ผู้บริโภคกว่า 78% ให้ความสำคัญกับความง่าย ความสะดวก และ 68% คาดหวังขั้นตอนเช็กเอาต์ที่รวดเร็วและไม่ซับซ้อน พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนชัดเจนว่า SME ไม่สามารถปล่อยให้ “การสะดุดเล็ก ๆ” เกิดขึ้นได้ในเส้นทางการซื้อ

finbiz by ttb จึงลองค้นหาสาเหตุที่ทำให้ลูกค้าหลุดออกจากกระบวนการซื้อ พร้อมชี้แนวทางการแก้ไขที่ทำให้กระบวนการขายลื่นไหลขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วย 5 จุดแก้เกม ที่จะช่วยสร้างความได้เปรียบให้ SME

จุดที่ 1: ลูกค้าเจอร้านได้ยากกว่าที่คิด ทำให้เส้นทางการตัดสินใจซื้อไม่สะดวก

ปัญหาสำคัญอันดับแรก คือ ลูกค้าที่ตั้งใจจะซื้อแต่กลับไม่เจอร้าน หรือเจอแล้วแต่ไม่สามารถเดินไปถึงขั้นตอนการชำระเงินได้ เพราะจุดที่พบสินค้าไม่เพียงพอ หรือเส้นทางการสั่งซื้อไม่ชัดเจน แม้จะสนใจสินค้าแล้วก็ตาม งานวิจัยระบุว่า 22% ของผู้บริโภคเลิกซื้อเพราะขั้นตอนเช็กเอาต์ยุ่งยาก และ 13% ไม่ซื้อเพราะไม่มีช่องทางจ่ายเงินที่ต้องการ สิ่งที่ SME ต้องเร่งทำคือ เพิ่มช่องทางให้ลูกค้าเจอร้านได้ง่ายขึ้นในทุกช่องทางที่ใช้งานจริง ตั้งแต่โซเชียล มาร์เก็ตเพลซ เว็บไซต์ ไปจนถึงแชต พร้อมทำให้ขั้นตอนการซื้อจบลงภายในไม่กี่คลิก เพื่อไม่ให้ลูกค้าเสียจังหวะ หรือโดนแทรกแซงจากคู่แข่งได้

จุดที่ 2: ปิดการขายได้แค่ครั้งเดียว เพราะบริการหลังการขายไม่ต่อเนื่อง ลูกค้าไม่กลับมาซื้อซ้ำ

สิ่งที่ SME มักมองข้ามคือ “ประสบการณ์หลังการขาย” ซึ่งเป็นตัวตัดสินการซื้อซ้ำโดยตรง ข้อมูลจากการวิจัย ประสบการณ์ของลูกค้า CX (Customer Experience Research) ปี 2025 ยืนยันว่า ประสบการณ์หลังการขายส่งผลต่อการซื้อซ้ำกว่า 90% และ 80% ของลูกค้าเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่นเพราะบริการที่ไม่ดี แม้จะจ่ายเงินไปแล้ว ลูกค้ายังคาดหวังความอุ่นใจ เช่น การแจ้งสถานะออเดอร์แบบอัตโนมัติ การสื่อสารที่รวดเร็ว และการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่ง SME ที่สร้างประสบการณ์หลังการขายที่ดี จะลดต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ได้อย่างมาก ดังนั้น ประสบการณ์การซื้อขายทั้งกระบวนการรวมถึง บริการหลังบ้าน และหลังการขายที่ดี คือจุดที่เป็นโอกาสให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ

จุดที่ 3: ระบบหลังบ้านไม่ลื่นไหล การบริการหน้าบ้านสะดุด กระทบต่อประสบการณ์ของลูกค้า

ความผิดพลาดของระบบหลังบ้านเพียงเล็กน้อย ส่งผลให้ลูกค้าติดขัดตลอดกระบวนการโดยที่ร้านอาจไม่รู้ตัว หลายธุรกิจเสียเวลาไปกับงานซ้ำ เช่น การคีย์ยอดในหลายระบบ การตรวจสต๊อกทุกวัน หรือการเช็กยอดเข้าแบบแมนนวล ปัญหาเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องภายใน แต่ส่งผลโดยตรงต่อความเร็วในการตอบสนองลูกค้า และทำให้กระบวนการขายไม่ลื่นไหล ในขณะที่ลูกค้ามีความคาดหวังสูงขึ้นเรื่อย ๆ มากถึง 90% ต้องการข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ระหว่างรอสินค้า และกว่า 88% ให้ความสำคัญกับระบบ Track สินค้าที่ตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง การนำระบบอัตโนมัติและการรวมข้อมูลไว้ที่เดียวจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ทีมหลังบ้านทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งผลต่อประสบการณ์ของลูกค้าโดยตรง

จุดที่ 4: ลูกค้าไม่ได้ผูกพันกับแบรนด์ แต่ผูกพันกับ “คนที่บริการดี” มากกว่า

หนึ่งในข้อได้เปรียบของ SME คือความใกล้ชิดกับลูกค้าและความใส่ใจในการบริการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ธุรกิจรายใหญ่เลียนแบบได้ยาก แต่ก็เป็นสิ่งที่ SME มักมองข้ามเช่นกัน ตัวเลขสำคัญชี้ว่า 57% ของลูกค้าจะทิ้ง แบรนด์ทันทีหากเจอประสบการณ์บริการแย่เพียงครั้งเดียว และ 86% จะไม่กลับมาซื้ออีกเลยหากเจอซ้ำสองครั้ง การสร้างมาตรฐานการบริการที่ดี การลดงานซ้ำของพนักงาน และการช่วยให้ทีมหน้าร้านมีเวลาทุ่มเทให้งานบริการจริง ๆ จะทำให้ SME สร้างความได้เปรียบที่ชัดเจนในตลาดที่แข่งขันสูง

จุดที่ 5: ขนส่งล่าช้า สต๊อกไม่ตรง หรือเช็กสถานะไม่ได้  คือจุดเสี่ยงสุดท้ายที่ทำให้ลูกค้าเลิกซื้อสินค้า

ไม่ว่ากระบวนการขายก่อนหน้าจะดีเพียงใด ประสบการณ์ของลูกค้าจะจบลงอย่างสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อ “ได้รับสินค้าแบบครบและตรงเวลา” งานวิจัยชี้ว่า 43% ของผู้บริโภคทิ้งตะกร้าเพราะเวลาจัดส่งนาน และ 63% เลือกซื้อร้านอื่นทันทีหากสินค้าส่งช้ากว่าสองวัน ปัญหาสต๊อกและขนส่งจึงเป็นจุดเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม การวางระบบคลังสินค้าให้เป็นสัดส่วน การแพ็กสินค้าอย่างมีมาตรฐาน และการมีระบบ Track ให้ลูกค้าตรวจสอบเองได้ จะช่วยลดความเสี่ยงนี้ลงอย่างมาก

เมื่อนำทั้ง 5 จุดมาวิเคราะห์ร่วมกัน จะเห็นได้ชัดว่าจุดที่ SME เสียลูกค้ามากที่สุดคือ “ขั้นตอนชำระเงิน” ซึ่งควรเป็นขั้นตอนที่ง่ายที่สุด แต่กลับเป็นจุดที่ลูกค้าหลุดออกจาก Journey มากที่สุด ทั้งในช่องทางออนไลน์ หรือหน้าร้าน

เครื่องมือการรับชำระเงินที่ดี เช่น ttb smartshop, ttb EDC, ttb quick pay และ ttb QR API ช่วยธุรกิจลดงานซ้ำ เพิ่มความคล่องตัว และทำให้ลูกค้าชำระเงินได้สะดวก ช่วยให้กระบวนการซื้อขายไหลลื่นตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งทีทีบีมีเครื่องมือ Digital Collection Solutions ที่ออกแบบมาเพื่อลดความสะดุดในทุกจุด ได้แก่ ttb smartshop แอปจัดการร้านค้าที่รองรับการชำระผ่าน QR Code ครบทุกช่องทาง, ttb EDC เครื่องรูดบัตรที่รองรับบัตรเครดิต–เดบิตจากทั่วโลก, ttb quick pay บริการลิงก์รับชำระเงินออนไลน์ 24 ชั่วโมง และ ttb QR API ระบบเชื่อมต่อเพื่อรับชำระเงินแบบอัตโนมัติสำหรับองค์กร โซลูชันทั้งหมดนี้ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินได้สะดวกขึ้น ทีมงานลดภาระงานซ้ำ และทำให้การขายของ SME ลื่นไหลตั้งแต่ต้นจนจบอย่างแท้จริง


บทความที่เกี่ยวข้อง
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมโครงการนำร่องคัดแยกขยะฯ กทม.  เดินหน้า 3 โครงการแรก เขตคลองเตย-วัฒนา ขานรับนโยบาย “ไม่เทรวม”
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วม “โครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร” (Pilot Project for Household Waste Sorting in Bangkok Condominiums)
20 ก.พ. 2026
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มอง 1 ปีหลังภาษีทรัมป์ การค้าโลกไม่เหมือนเดิม
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองนโยบาย “America First Trade Policy” เปลี่ยนทิศทางการค้าสหรัฐฯ และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลกผ่านมาตรการภาษีนำเข้าที่ขยายจากจีนไปยังหลายประเทศ สู่การเก็บภาษีนำเข้ากับนานา
20 ก.พ. 2026
เอไอเอ ประเทศไทย ปลุกพลังลูกหนัง จัด “AIA THAILAND CHAMPIONSHIP 2026”  ค้นหาสุดยอดทีมตัวแทนลุยศึกนานาชาติที่ลอนดอน
เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นางสาวญดา วงศ์ทองคำ รองผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารสิทธิพิเศษและกิจกรรมลูกค้า จับมือกับ สโมสรฟุตบอลท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) สร้างสีสันวงการลูกหนังไทย
20 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy