แชร์

ไทยประกันชีวิตเผยผลประกอบการปี 2568 มีกำไรสุทธิแข็งแกร่ง 11,882 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 21.5% สะท้อนความสามารถในการสร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 7,101 ล้านบาท และกำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ (New B

อัพเดทล่าสุด: 27 ก.พ. 2026
397 ผู้เข้าชม

-อยู่ที่ 12,089 ล้านบาท ขณะที่ Comprehensive Equity เติบโต 16.6% อยู่ที่ 227,469 ล้านบาท หรือ 19.9 บาทต่อหุ้น พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.60 บาทต่อหุ้น

นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2568 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 11,882 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 21.5% ขณะที่มูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 7,101 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในขายผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่ากำไรในระยะยาว โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) อยู่ที่ 13,563 ล้านบาท เติบโต 12.4% เป็นผลจากการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับในทุกช่องทางการขาย โดยเฉพาะการขายผลิตภัณฑ์คุ้มครองที่มีมูลค่าสูง และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนร่วมในเงินปันผลตามความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้กำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business CSM) อยู่ที่ 12,089 ล้านบาท เติบโต 5.8%

ขณะเดียวกัน กำไรสุทธิในส่วนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด อยู่ที่ 10,883 ล้านบาท เติบโต 5.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทฯ มีกำไรจากการรับประกันภัยเป็นหลัก อยู่ที่ 9,247 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการลงทุนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด มีการเติบโตสอดคล้องกับการเติบโตของพอร์ตลงทุนและการเติบโตของธุรกิจ ทั้งนี้ พอร์ตการลงทุนของบริษัทฯ มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มากกว่า 85% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด อยู่ในรูปแบบตราสารหนี้ที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่น่าลงทุน

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ส่วนของผู้ถือหุ้นแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Comprehensive Equity อยู่ที่ 227,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.6% จากปีก่อนหน้า แสดงถึงการเติบโตของมูลค่าในระยะยาว ขณะที่อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน หรือ CAR Ratio อยู่ที่ 555.9% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) กำหนดไว้อยู่ที่ 140% เป็นสิ่งยืนยันถึงสถานะเงินทุนที่แข็งแกร่งอันเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเพื่ออนุมัติให้จ่ายเงินปันผลจากผลกำไรในปี 2568 ในอัตรา 0.60 บาทต่อหุ้น ซึ่งเงินปันผลจะจ่ายหลังได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และสำนักงาน คปภ. เรียบร้อยแล้ว

นายไชย ไชยวรรณ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งเน้นความสำคัญในด้านการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว โดยได้ต่อสัญญาความร่วมมือกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นระยะเวลา 10 ปี เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตผ่านช่องทางธนาคารหรือ Bancassurance อย่างต่อเนื่อง ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการยกระดับโซลูชันด้านการเงินและประกันชีวิต และเป็นกลไกสำคัญในการขยายฐานลูกค้าและเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกันบริษัทฯ จะพัฒนาช่องทางการขายผ่านตัวแทนประกันชีวิต โดยยกระดับตัวแทนฯ สู่การเป็น Life Advisor ที่ปรึกษาวางแผนดูแลชีวิต ภายใต้แนวคิด “การดูแลด้วยหัวใจ” (Care with Heart) เพื่อมอบการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว พร้อมกับการติดอาวุธตัวแทนฯ ด้วยเครื่องมือดิจิทัล “แอปพลิเคชัน TL SMART” เพื่อสนับสนุนการขาย การบริหารทีมงาน และการดูแลลูกค้าให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

พร้อมกับการพัฒนาช่องทางการขาย ไทยประกันชีวิตยังพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์และบริการที่สะดวกรวดเร็ว ผ่าน “แอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต” ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการด้านประกันชีวิต สุขภาพ และการวางแผนการเงินได้อย่างสะดวก ครบวงจร และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาทิ การชำระเบี้ยประกันภัย การติดตามสถานะการพิจารณารับประกันภัย การยื่นเคลมสินไหม การใช้สิทธิลดหย่อนภาษี การรับใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ  รวมถึงบริษัทฯ ได้เปิดตัวฟีเจอร์ต่างๆ บนแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง อาทิ บริการ “Live Chat” ซึ่งสามารถช่วยเหลือลูกค้าแบบเรียลไทม์และให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมด้านต่าง ๆ โดยตรงจากเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้เอาประกัน (Call Center) หรือบริการ e-Document การลงทะเบียนรับเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากนั้น บริษัทฯ เปิดตัวบริการ “ไทยประกันชีวิต AI Chat” เพื่อนผู้ช่วยเรื่องประกัน โดยให้บริการผ่าน Line Official Account ของบริษัทฯ : @ThaiLifeInsurance ที่สามารถตอบทุกคำถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของไทยประกันชีวิต รายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขการทำประกันภัย ข้อมูลด้านการบริการ ด้วยข้อมูลและภาษาที่เข้าใจง่าย ตรงประเด็น พร้อมรองรับการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

“จากวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนที่ส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย ไทยประกันชีวิตจึงผนวกการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวทาง ESG เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ส่งผลให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล อาทิ การได้รับรางวัล Most Trusted Insurance Company Thailand 2025 จาก World Business Outlook Awards และรางวัล Most Innovative Customer Experience in Life Insurance – Thailand 2025 จาก International Finance Awards รวมถึงได้รับการจัดอันดับหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings 2025 ในระดับ “AA” และได้รับ FTSE4Good Certification ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน” นายไชยกล่าว


บทความที่เกี่ยวข้อง
PANEL ส่ง PANEL - W1, W2 เทรดวันแรก 15 พ.ค.นี้  เตรียมนำเงินลงทุนโครงการมูลค่าสูง  เพิ่มฐานทุนแน่น ผลักดันอนาคตเติบโตก้าวกระโดด
บมจ.เพเนเล่ส์มาติก โซลูชั่นส์ (PANEL) พร้อมส่ง PANEL-W1 และ PANEL-W2 เข้าเทรดวันแรก 15 พ.ค.นี้ ฟากซีอีโอหญิง “จูเลีย ดับเบิ้ลยู เพ็ชญไพศิษฎ์” ระบุ เตรียมนำเงินจากการใช้สิทธิแปลงสภาพขยายธุรกิจต่อเนื่อง
14 พ.ค. 2026
เลขาธิการ คปภ. เข้าพบรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม หารือแนวทางช่วยเหลือด้านประกันภัย  และการจ่ายเงินเยียวยา เหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นทับขบวนรถไฟโดยสาร
เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) พร้อมด้วยนายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย
20 ม.ค. 2026
ที ไลฟ์ ประกันชีวิต เปิดตัว “Smart CI Care” สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยโรคร้ายแรง 30 โรค  คุ้มครองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น รับผลประโยชน์รวมสูงสุด 125%
ที ไลฟ์ ประกันชีวิต บริษัทในกลุ่มธนชาต เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “Smart CI Care” สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยโรคร้ายแรง ที่ให้ความคุ้มครองโรคร้ายแรงรวม 30 โรค จาก 6 กลุ่มโรคสำคัญ
11 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy