แชร์

Krungthai CIO ชี้สงครามตะวันออกกลางกดดันตลาดโลก ยกความเสี่ยง Energy Shock ระยะสั้นเป็นฉากทัศน์หลัก แนะกลยุทธ์ “Stay Invested” พร้อมถือทองคำลดความเสี่ยง

อัพเดทล่าสุด: 10 มี.ค. 2026
218 ผู้เข้าชม

Krungthai CIO ประเมินความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยกระดับเป็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล  และอิหร่าน เป็นปัจจัยหลักกดดันตลาดการเงินโลก พร้อมปรับสมมติฐานสู่กรณีฐานใหม่ที่มีความเสี่ยง Energy Shock ในระยะสั้นหลังราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แนะนักลงทุนใช้กลยุทธ์ “Stay Invested” ลงทุนอย่างระมัดระวัง พร้อมกระจายพอร์ตสู่สินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะทองคำ 

ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 9-13 มีนาคม 2569 ว่า ปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดการเงินโลก ในขณะนี้ คือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยกระดับรุนแรงขึ้น หลังเกิดสงครามระหว่าง
สหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพ ด้านพลังงานของโลก

สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงัก ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดย Krungthai CIO ได้ปรับการประเมินสถานการณ์ โดยยกระดับฉากทัศน์ที่เกิด ภาวะช็อกด้านพลังงาน  (Energy Shock) ในระยะสั้นขึ้นเป็นกรณีฐานใหม่ (Base Case) แทนสมมติฐานเดิม เนื่องจากความตึงเครียดมีแนวโน้ม ยืดเยื้อและอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก Krungthai CIO มองว่า การปรับตัวลดลงของ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นโลก ในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนความกังวลว่า สงครามอาจผลักดันเงินเฟ้อให้เร่งตัวขึ้นจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในระยะถัดไป

อย่างไรก็ตาม แม้ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น แต่ Krungthai CIO ยังแนะนำ กลยุทธ์ “Stay Invested” หรือ การคงสัดส่วนการลงทุนในตลาด โดยไม่ตื่นตระหนกต่อความผันผวนระยะสั้น เนื่องจากข้อมูลในอดีตชี้ว่า ตลาดหุ้นมักปรับตัวลงแรงในช่วงแรกของความขัดแย้ง แต่มีแนวโน้มกลับมามีเสถียรภาพได้ หากสถานการณ์ไม่ลุกลามจนกระทบโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว

ด้านกลยุทธ์การลงทุน Krungthai CIO แนะนำให้นักลงทุนปรับพอร์ตสู่ความสมดุลมากขึ้น (Tactical Asset Allocation : Balance) เพื่อรับมือกับความผันผวนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ เน้นถือสินทรัพย์ที่มีความทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน พร้อมคงสัดส่วนการลงทุนในทองคำประมาณ 5-10% ของพอร์ต เพื่อใช้เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง (Hedge) ที่สำคัญในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง ขณะเดียวกันสามารถเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่ม Defensive ที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานจำกัด รวมถึง กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) เพื่อช่วยสร้างกระแสเงินสดจากเงินปันผลท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวน

นอกจากนี้ นักลงทุนสามารถกระจายการลงทุนไปยัง ตลาดเกิดใหม่ที่ยังมีศักยภาพเติบโต เช่น เวียดนามและจีน เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว ขณะเดียวกันควรระมัดระวังการลงทุน ในประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสูง เช่น อินเดีย ซึ่งอาจได้รับผล กระทบจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง สำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ ยังคงมุมมอง Neutral เนื่องจากราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้นอาจทำให้เงินเฟ้อ เร่งตัว และส่งผลให้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลกอาจล่าช้ากว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ Krungthai CIO มองว่า ทิศทางตลาดในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความชัดเจนในการแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน รวมถึงท่าทีทางการทหารของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน นักลงทุนควรติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นตัวชี้สำคัญต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ระยะถัดไป


บทความที่เกี่ยวข้อง
ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป เผยกลยุทธ์หุ่นยนต์ AI ในงาน CES 2026
ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป เดินหน้าขับเคลื่อนโลกสู่อนาคตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเข้าร่วมงาน CES 2026 พร้อมเผยกลยุทธ์หุ่นยนต์ AI (AI Robotics) ภายใต้ธีม Partnering Human Progress โดยฮุนได ได้ขึ้นเวทีนำเสนอภายในงาน CES
9 ม.ค. 2026
อินทรประกันภัย ยกระดับมาตรฐานบริการ เดินหน้าพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สำรวจภัย เสริมความเชื่อมั่นลูกค้า
บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) หนึ่งในสายธุรกิจหลักของบริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจประกันและการเงินในเครือทีซีซี จัดอบรมเจ้าหน้าที่สำรวจภัย (Surveyor)
9 เม.ย. 2026
เซ็นทรัลพัฒนา โชว์ความเป็นเลิศด้านนักลงทุนสัมพันธ์ คว้ารางวัล Outstanding Investor Relations จากเวที SET Awards 2025 เป็นครั้งที่ 5
เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ Imagining better futures for all เชื่อมโยงทุกธุรกิจทั้ง Retail-Residence-Hotel-Office ฉลอง 45 ปีเซ็นทรัลพัฒนา
8 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy