แชร์

วิจัยกรุงศรี ชี้ความตึงเครียดตะวันออกกลางสั่นคลอนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย คาด GDP อาจลดลงจากกรณีฐาน -0.2 ถึง -0.9% และหลายอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบ

อัพเดทล่าสุด: 16 มี.ค. 2026
69 ผู้เข้าชม

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) โดย วิจัยกรุงศรี วิเคราะห์ผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ชี้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สร้างแรงสั่นสะเทือนทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่เผชิญความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น โดยประเมินว่าจะทำให้การขยายตัวของ GDP ไทยลดลงจากกรณีฐาน -0.2 ถึง -0.9% (โดยในกรณีฐาน คาดว่า GDP จะขยายตัว 2.0% ซึ่งเป็นการคาดการณ์ ณ 26 กุมภาพันธ์ 2569) ทั้งนี้ ระดับของผลกระทบขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความยืดเยื้อของสงคราม

วิจัยกรุงศรีระบุว่า ศูนย์กลางของความเสี่ยงอยู่ที่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบกว่า 1 ใน 3 ของการค้าน้ำมันดิบโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบพุ่งขึ้นกว่า 87% จากระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง สู่ระดับ 128 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ข้อมูล ณ วันที่ 13 มีนาคม 2569) ประเทศไทยซึ่งนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในสัดส่วน 58% ของปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมด จึงอาจได้รับผลกระทบด้านต้นทุนพลังงาน ซึ่งจะส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อและเศรษฐกิจในภาพรวม ทั้งนี้ วิจัยกรุงศรีคาดว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจะแตกต่างกันไปตามความรุนแรงของสงคราม โดยในกรณีเลวร้าย หากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นจนเฉลี่ยทั้งปีที่ 110-130 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และภาครัฐไม่สามารถอุดหนุนราคาพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง เงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 3.0-4.5% จากกรณีฐานที่คาดไว้ที่ 0.2% พร้อมกับส่งผลกระทบต่อ GDP ให้ลดลงจากกรณีฐานราว -0.6 ถึง -0.9%

สำหรับอุตสาหกรรมที่เปราะบางที่สุดต่อสงครามครั้งนี้คือ โรงกลั่นน้ำมัน ปิโตรเคมี พลาสติกและบรรจุภัณฑ์ และโรงไฟฟ้า ซึ่งพึ่งพาวัตถุดิบตั้งต้น (Feedstock) จากตะวันออกกลางโดยตรง แม้ในระยะสั้นโรงกลั่นน้ำมันอาจได้รับอานิสงส์จากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบโลก ซึ่งส่งผลให้มูลค่าน้ำมันดิบในสต็อกที่ถือครองอยู่พุ่งสูงขึ้น แต่ในระยะต่อไปหากความขัดแย้งกลายเป็นสงครามในภูมิภาคเต็มรูปแบบ โรงกลั่นอาจเผชิญกับค่าการกลั่นรวม (Gross Refinery Margins: GRMs) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ในกรณีที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด โรงงานปิโตรเคมีและโรงงานพลาสติกและบรรจุภัณฑ์อาจต้องลดกำลังการผลิตหรือหยุดเดินโรงงาน และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติจะได้รับผลจากการขาดแคลน LNG ซึ่งไทยนำเข้าจากภูมิภาคนี้ด้วยสัดส่วนถึง 1 ใน 4 ของการนำเข้าทั้งหมด นอกจากนี้ อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบรองลงมาคือภาคการขนส่ง ผลจากราคาน้ำมันที่แพงหรืออาจขาดแคลน ภาคเกษตรกรรม จากราคาปุ๋ยที่แพงหรืออาจขาดแคลนได้ในอนาคต โดยไทยนำเข้าปุ๋ยเคมีจากตะวันออกกลางถึงราว 1 ใน 3 ของการนำเข้าปุ๋ยเคมีทั้งหมด นอกจากนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอาหาร ยังอาจได้รับผลทางอ้อมจากต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น และตลาดส่งออกที่ชะลอลง ขณะที่ภาคการขนส่งทางเรือและธุรกิจการบินเผชิญปัญหาการหยุดชะงักของเส้นทางเดินเรือและการปิดน่านฟ้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวได้

ดร.พิมพ์นารา หิรัญกสิ หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ไทยในฐานะผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ (Net energy importer) ที่พึ่งพาตะวันออกกลางสูง จึงเผชิญความเสี่ยงสูงจากความไม่สงบในครั้งนี้ แม้มาตรการสำรองพลังงานและการกระจายแหล่งนำเข้าของภาครัฐจะช่วยรองรับผลกระทบได้ในระยะสั้น แต่หากความขัดแย้งยืดเยื้อ ผลกระทบจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวมและภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจจึงควรเร่งประเมินความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน สำรองวัตถุดิบ และกระจายแหล่งนำเข้าปัจจัยการผลิตสำคัญ เพื่อลดความเปราะบางในระยะยาว”


บทความที่เกี่ยวข้อง
แรบบิท ประกันชีวิต ตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูลระดับสากล คว้าใบรับรอง ISO/IEC 27001:2022 เสริมความเชื่อมั่นลูกค้าในระยะยาว
บริษัท แรบบิท ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ Rabbit Life บริษัทในเครือบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
9 ก.พ. 2026
SAM เปิดประมูลทรัพย์ NPA เพื่อการลงทุนและอยู่อาศัย  ราคาดี ทำเลเด่น ส่งท้ายปี 68 มูลค่ารวมเกือบ 300 ลบ.
บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ฉลองครบรอบ 25 ปี SAM ส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน นำทรัพย์มือสองหรือทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่มีศักยภาพตั้งอยู่บนทำเลที่ดีทั่วประเทศ
8 ธ.ค. 2025
เอไอเอ ประเทศไทย จัดพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติโรงเรียนที่ชนะเลิศใน  โครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี -  AIA Healthiest Schools ปีที่ 3 ณ จังหวัดตาก
เอไอเอ ประเทศไทย เดินทางเยือนจังหวัดตาก จัดงานมอบรางวัลแก่โรงเรียนที่ชนะเลิศในโครงการ สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี - AIA Healthiest Schools ปีที่ 3 ซึ่งได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 1 กิตติขจร โดยชนะเลิศในประเทศ ระดับมัธยมศึกษา
18 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy