แชร์

คปภ. หนุนโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” เตรียมภาคประกันภัยรองรับการบริหารค่าใช้จ่ายสุขภาพ พร้อมแนะประชาชนเลือกแผนความคุ้มครองอย่างเหมาะสม

อัพเดทล่าสุด: 19 มี.ค. 2026
412 ผู้เข้าชม
นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. เดินหน้าสนับสนุนโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ อย่างเต็มที่ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของภาคประชาชน พร้อมส่งเสริมให้ภาคธุรกิจประกันภัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สถานการณ์ค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มสูงขึ้น  และเพิ่มทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงผ่านระบบประกันภัยอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ จากการศึกษาข้อมูลการรับประกันภัยสุขภาพ สำนักงาน คปภ. พบว่ามีประเด็นปัญหาสำคัญ ดังนี้

• ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเป็นส่วนของค่ายาและเวชภัณฑ์ถึงกว่า 30% โดยช่วงระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มีอัตราเพิ่มขึ้นเฉลี่ยสูงสุดถึง 25% ต่อปี

• การทำประกันภัยสุขภาพมี 2 รูปแบบคือ ประกันภัยสุขภาพส่วนบุคคล และประกันภัยสุขภาพกลุ่ม โดยพบว่า ผู้เอาประกันภัยมักจะมีการซื้อแผนความคุ้มครองที่มีวงเงินความคุ้มครองที่ค่อนข้างสูง เพื่อให้เพียงพอตามอัตราเงินเฟ้อในการรักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เบี้ยประกันภัยอยู่ในระดับสูงและอาจกระทบต่อความสามารถในการชำระเบี้ยในระยะยาว

• กรณีที่ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีรูปแบบเฉพาะให้นำใบสั่งยาจากแพทย์ไปซื้อยาเองจากร้านขายยา พบว่ายาบางชนิด ที่แพทย์สั่งจะเป็นยาเฉพาะ ซึ่งไม่สามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไป ส่งผลให้ประชาชนไม่มีทางเลือกจึงต้องรับยาจากทางโรงพยาบาล

ดังนั้น เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการในการแก้ปัญหาดังกล่าว สำนักงาน คปภ. ได้มีการหารือกับ ภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อร่วมกันสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยได้กำหนดเงื่อนไขในความคุ้มครองผู้ป่วยนอก (OPD) ที่เป็นทางเลือกให้มีความคุ้มครองที่รองรับการนำใบสั่งยาจากแพทย์และสามารถไปซื้อยาที่ร้านขายยาได้ เพื่อให้ผู้เอาประกันภัย ไม่จำเป็นต้องเลือกแผนความคุ้มครองที่สูงเกินความจำเป็น

ตัวอย่างเช่น ผู้เอาประกันภัยอายุ 31 – 35 ปี จากเดิมเลือกซื้อแผน OPD วงเงินคุ้มครอง 3,000 บาทต่อครั้ง เบี้ยประกันภัย 9,365 บาทต่อปี หากปรับลดวงเงินเหลือ 1,500 บาทต่อครั้ง เบี้ยประกันภัยจะอยู่ที่ 4,683 บาทต่อปี ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะมีทางเลือกยืดหยุ่นมากขึ้นในการเลือกรับยาจากสถานพยาบาล หรือ ขอใบสั่งยาจากแพทย์ไปซื้อยาที่        ร้านขายยา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าได้ ทำให้ผู้เอาประกันภัยสามารถบริหารวงเงินความคุ้มครองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รวมถึงกรณีที่เป็นการทำประกันภัยสุขภาพกลุ่ม หากนายจ้างต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายในเรื่องค่ารักษาพยาบาล ของลูกจ้าง สามารถบริหารจัดการโดยจำกัดแผน OPD ที่มีวงเงินประกันภัยที่ไม่สูงมากได้ นอกจากนี้ หากต้องการได้รับส่วนลด ค่าเบี้ยประกันภัยก็สามารถเลือกแผนประกันภัยที่มีส่วนร่วมจ่าย (Copayment) หรือความรับผิดส่วนแรก (Deductible) เพิ่มเติมได้

สำนักงาน คปภ. ยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” เนื่องจากจะเป็นประโยชน์ให้กับ   ผู้เอาประกันภัยในอนาคตว่าไม่จำเป็นต้องเลือกแผนประกันภัยที่สูงเกินความจำเป็น และส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยมีความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย ทำให้ระบบประกันภัยมีความยืดหยุ่น โปร่งใส ให้ประชาชนทุกคนได้มีเครื่องมือบริหารจัดการค่าใช้จ่ายสุขภาพ ช่วยลดภาระทางการเงิน และสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน

“สำนักงาน คปภ. เชื่อมั่นว่าการบริหารจัดการในแนวทางดังกล่าว จะมีส่วนช่วยลดอัตราค่าสินไหมทดแทน และชะลอการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อของค่ายาและเวชภัณฑ์ได้ในอนาคต”

บทความที่เกี่ยวข้อง
กสิกรไทยตอกย้ำความเป็นผู้นำ คว้า 4 รางวัลใหญ่ จาก SET Awards 2025
ดร. กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ (กลาง) รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้แทนรับมอบรางวัลเกียรติยศสูงสุด SET Sustainability Awards of Honor เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และรางวัล Outstanding Innovative Company Awards จากนวัตกรรม Q-money
27 พ.ย. 2025
ทีม "MOTOR EXPO" ขับทรหด 6 ชั่วโมง ก้าวขึ้นโพเดียม RAAT Thailand Endurance 2026
ชไมพร ปภัสร์พงษ์ นำทีม “Motor Expo Racing Team” ขับรถคู่ใจ HONDA CR-Z หมายเลข 63 พร้อมด้วย ชาริยะ นุยา และพงศ์พล นารายพิทักษ์
2 มิ.ย. 2026
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ผลงานปี 2568 กวาดรายได้รวมกว่า 9,200 ล้านบาท กำไรสุทธิ 720 ล้านบาท จ่อโอนคอนโดฯ สร้างเสร็จใหม่ปีนี้ 7 โครงการ มูลค่ารวม 14,400 ล้านบาท ตุน Backlog ในมือกว่า 36,000 ล้านบาท สร้างการรับรู้รายต่อเนื่อง 4 ปี
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ผลงานปี 2568 รายได้สุทธิรวมทั้งสิ้น 9,223 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 720 ล้านบาท พร้อมปิดยอดขายบ้าน-คอนโดฯ รวมเกือบ 25,000 ล้านบาท ตุนยอด Backlog เข้ากระเป๋า 36,518 ล้านบาท
2 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy