แชร์

Krungthai CIO มองตลาดมีแรงซื้อกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยง หลังทรัมป์หยุดยิงชั่วคราว ชูกลยุทธ์ “Stay Invested” สะสมหุ้นคุณภาพ ควบคู่กระจายความเสี่ยง

อัพเดทล่าสุด: 8 เม.ย. 2026
161 ผู้เข้าชม

Krungthai CIO ประเมินตลาดการเงินโลกฟื้นตัว จากความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลาง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ ตกลงหยุดยิงกับอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ภายใต้เงื่อนไขการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่ในระดับสูง แนะนักลงทุนใช้กลยุทธ์ “Stay Invested” ควบคู่การกระจายความเสี่ยง และทยอยสะสมหุ้นกลุ่มคุณภาพ พร้อมถือครองทองคำ เพื่อบริหารความเสี่ยงในระยะถัดไป

ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์วันที่ 7–17 เมษายน 2569 ว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดโลกกลับมาฟื้นตัวอย่างโดดเด่น โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ (S&P 500) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ฟื้นตัวจากแรงขายต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากความคาดหวังต่อความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลาง ซึ่งล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตกลงหยุดยิงกับอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งอิหร่านได้ตอบรับและพร้อมจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงเวลาหยุดยิงดังกล่าวด้วย

อย่างไรก็ตาม Krungthai CIO ยังประเมินว่า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ในระดับสูง สถานการณ์สามารถพลิกผันได้ตลอดเวลา  แนะบริหารพอร์ตการลงทุนภายใต้ความไม่แน่นอน ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การคงสัดส่วนการลงทุนหลัก (Stay Invested) เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในช่วงที่ตลาดฟื้นตัว ควบคู่กับการกระจายความเสี่ยง (Diversification) ไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลาย เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวน และใช้จังหวะที่ตลาดยังมีความไม่แน่นอน ทยอยสะสมหุ้นกลุ่มคุณภาพอย่างระมัดระวัง (Cautious Buy on Dip) ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีความทนทานต่อปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และหุ้นกลุ่มคุณภาพที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่ม Technology และ Semiconductor รวมถึงพลังงานทางเลือก

ทั้งนี้ ยังแนะนำ เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Defensive เช่น กลุ่ม Healthcare เพื่อลดความผันผวนของพอร์ต ควบคู่กับการกระจายการลงทุนไปยังหุ้นจีน A-Share และ REITs ไทย เพื่อสร้างกระแสรายได้จากเงินปันผล แนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้โลก เพื่อช่วยลดความผันผวนโดยรวมของพอร์ต และถือครองทองคำในสัดส่วนประมาณ 5-10% เพื่อเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง

ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และติดตามการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดการเงินและนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในระยะถัดไป


บทความที่เกี่ยวข้อง
CIMB THAI รับรางวัล AMCHAM Corporate Social Impact Awards 2025 ติดต่อกันปีที่ 2 สะท้อนความมุ่งมั่นสร้างคุณค่าให้สังคม Advancing Customers and Society
.ส.อุทัยวรรณ สุขพรรณพิมพ์ Head, Brand & Marketing, น.ส. ณัฐณี เกษมรัฐกุล Head, Corporate Communications และนายเจสัน ลี Head, Sustainability เป็นตัวแทน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย รับมอบรางวัล AMCHAM Corporate Social Impact Awards ประจำปี 2025
20 พ.ย. 2025
เมย์แบงก์ ชี้ผลเลือกตั้ง หนุนตลาดหุ้นไทยไปไกลถึง 1500 จุด  พร้อมแนะหุ้นเด่นรับธีมบริโภค–ลงทุน–การค้า
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าผลการเลือกตั้งล่าสุดของไทย ซึ่งสะท้อนชัยชนะอย่างชัดเจนของพรรคภูมิใจไทย และแนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ
9 ก.พ. 2026
แอมเวย์ ชวนคนไทยลดน้ำหนัก เปิดแคมเปญ “BodyKey ME Challenge 2026” พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ “BodyKey Low GI” ดัชนีน้ำตาลต่ำ ให้คุณลดและควบคุมน้ำหนัก
แอมเวย์ประเทศไทย หนึ่งในแบรนด์ผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารของไทย ย้ำภาพความสำคัญกับแคมเปญ “BodyKey Challenge” หรือ การแข่งขันลดน้ำหนักด้วยโปรแกรมบอดี้คีย์
2 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy