แชร์

PwC ชี้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจาก AI กว่า 75% กระจุกตัวใน 20% ขององค์กรชั้นนำ ขณะที่ผู้นำมุ่งใช้ AI เพื่อขับเคลืื่อนการเติบโตมากกว่าประสิทธิภาพ

อัพเดทล่าสุด: 24 เม.ย. 2026
345 ผู้เข้าชม
  • กลุ่มบริษัทผู้นำด้าน AI มีโอกาสมากกว่าสองถึงสามเท่าในการใช้ AI เพื่อระบุและคว้าโอกาสการเติบโต รวมถึงยกระดับและปรับรูปแบบธุรกิจ
  • มีแนวโน้มมากกว่าสองเท่าในการออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ให้ผสาน AI ตั้งแต่ต้น แทนการแค่เพิ่มเครื่องมือ AI เข้าไปในกระบวนการเดิม
  • มีแนวโน้มสูงกว่าเกือบสามเท่า (2.8 เท่า) ในการเพิ่มสัดส่วนการตัดสินใจแบบอัตโนมัติ พร้อมเดินหน้าเรื่องการกำกับดูแล AI มากกว่าองค์กรทั่วไป

PwC เผยผลการศึกษาใหม่ ‘AI Performance study’ พบ มีเพียงไม่กี่บริษัทที่กำลังก้าวหน้าอย่างชัดเจนในการแปลงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence: AI) ให้เป็นผลตอบแทนทางการเงินที่จับต้องได้

รายงานฉบับนี้สำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารระดับสูงจำนวน 1,217 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารของบริษัทขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ครอบคลุม 25 อุตสาหกรรมทั่วโลก เพื่อประเมินทั้งรายได้และการเพิ่มประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นจากการใช้ AI รวมถึงแนวทางการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้งานจริง

ผลการศึกษาพบว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจจาก AI เกือบสามในสี่ (74%) ถูกครอบครองโดยองค์กรเพียงหนึ่งในห้า (20%) สะท้อนให้เห็นช่องว่างที่ชัดเจนและกว้างขึ้นระหว่างกลุ่มบริษัทผู้นำด้าน AI และธุรกิจส่วนใหญ่ที่ยังวนอยู่กับขั้นตอนการทดลอง (pilot) ใช้ AI

PwC ระบุว่า ความต่างของกลุ่มบริษัทผู้นำด้าน AI ไม่ได้อยู่ที่การใช้เครื่องมือ AI มากกว่าเท่านั้น แต่คือการใช้ AI เป็นตัวเร่งการเติบโตและพลิกโฉมธุรกิจ โดยมองหาโอกาสการสร้างรายได้ใหม่จากการบรรจบกันของอุตสาหกรรม (industry convergence) พร้อมวางรากฐานด้านข้อมูล ธรรมาภิบาล และความน่าเชื่อถือ ให้รองรับการขยายผลในวงกว้าง

นาย โจ แอทกินสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้าน AI ระดับโลกของ PwC กล่าวว่า

“หลายองค์กรเร่งทำโครงการนำร่องด้าน AI แต่มีเพียงส่วนน้อยที่สามารถเปลี่ยนการทดลองให้เป็นผลตอบแทนทางการเงินที่วัดผลได้สิ่งที่ทำให้บริษัทที่เป็นผู้นำแตกต่างคือการใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต ไม่ใช่แค่ลดต้นทุน และยังวางรากฐานให้ AI ขยายผลได้จริงและเชื่อถือได้”

ผู้นำด้าน AI ขนะเกมด้วยการเติบโต ไม่ใช่แค่ประสิทธิภาพ

รายงานระบุว่า องค์กรที่สร้างผลลัพธ์จาก AI ได้โดดเด่นที่สุดมองเทคโนโลยีดังกล่าวเป็น ‘เครื่องยนต์แห่งการพลิกโฉม’ โดยใช้เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจและขยายโอกาสในการเติบโตนอกอุตสาหกรรมเดิม โดยบริษัทกลุ่มผู้นำด้าน AI รายงานว่า:

  • มีแนวโน้มมากกว่าคู่แข่ง 2.6 เท่าในการระบุว่า AI ช่วยขยายขีดความสามารถในการปรับรูปแบบธุรกิจ
  • มีแนวโน้มมากกว่าบริษัทอื่นสองถึงสามเท่าในการใช้ AI เพื่อระบุและคว้าโอกาสการเติบโตจากการบรรจบกันของอุตสาหกรรม เช่น การร่วมมือกับพันธมิตรนอกภาคอุตสาหกรรมหลักของตน

ทั้งนี้ PwC ระบุว่า โอกาสการเติบโตจากการบรรจบกันของอุตสาหกรรม เป็นปัจจัยเดียวที่ส่งผลต่อผลการดำเนินงานทางการเงินจาก AI สูงที่สุด โดยมีน้ำหนักมากกว่าการมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว

เน้นความไว้วางใจ-ระบบอัตโนมัติทำงานอย่างสอดผสานเพื่อสร้างผลลัพธ์

รายงานยังชี้ว่า วิธีที่กลุ่มผู้นำบริษัทนำ AI มาใช้ภายในองค์กรของตนนั้นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทที่มีผลลัพธ์ทางการเงินจาก AI ได้ดีที่สุดมีแนวโน้มมากกว่าเกือบสองเท่าในการนำ AI มาใช้ในรูปแบบขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินงานหลายอย่างภายใต้กรอบการกำกับ (guardrails) (1.8 เท่า) หรือการทำงานแบบสามารถตัดสินใจและปรับปรุงประสิทธิภาพได้เอง (autonomous, self-optimising) (1.9 เท่า)

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทผู้นำด้าน AI ยังเร่งเพิ่มสัดส่วนการตัดสินใจที่เกิดขึ้นได้แบบอัตโนมัติ ไม่ต้องอาศัยการแทรกแซงจากมนุษย์ ในอัตราเกือบสามเท่า (2.8 เท่า) เมื่อเทียบกับบริษัทอื่น

PwC ระบุว่า ระบบอัตโนมัติของกลุ่มผู้นำเกิดจากการให้ความสำคัญกับ ‘ความไว้วางใจที่ขยายผลได้’ (trust at scale) โดยผู้นำด้าน AI มีแนวโน้มมากกว่าบริษัทอื่นที่จะมีกรอบการใช้งาน AI อย่างรับผิดชอบ (Responsible AI framework) (มากกว่า 1.7 เท่า) และคณะกรรมการกำกับดูแล AI แบบบรูณาการข้ามสายงาน (cross-functional AI governance board) (1.5 เท่า) ส่งผลให้พนักงานในองค์กรเหล่านี้มีแนวโน้มมากกว่าสองเท่าที่จะไว้วางใจในผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้น

เตือนช่องว่าง ‘ผู้นำ-ผู้ตาม’ เสี่ยงกว้างขึ้น

ทั้งนี้ หากองค์กรส่วนใหญ่ยังไม่ปรับเปลี่ยนแนวทางการใช้ AI อย่างจริงจัง ช่องว่างผลลัพธ์ระหว่างผู้นำด้าน AI กับกลุ่มที่ตามหลังคาดว่ามีแนวโน้มจะยิ่งกว้างขึ้น เนื่องจากบริษัทผู้นำด้าน AI เรียนรู้ได้เร็วกว่า ขยายผลกรณีใช้งานที่พิสูจน์แล้วได้ไวกว่า และนำระบบการตัดสินใจแบบอัตโนมัติมาใช้ในระดับองค์กรได้อย่างปลอดภัยในวงกว้างมากกว่า

ด้านนาย พิสิฐ ทางธนกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า

“องค์กรในภูมิภาคเอเชียกำลังเลิกทดลอง และเดินหน้าใช้ AI ในระดับองค์กรเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้จริง ทั้งรายได้และประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสำหรับประเทศไทย เราเห็นองค์กรไทยหลายแห่งกำลังเร่งลงทุนข้อมูล เทคโนโลยี และแพลตฟอร์ม AI พร้อมยกระดับธรรมาภิบาลและตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อให้การลงทุนขยายผลได้จริง และสร้างคุณค่าธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ยิ่งไปกว่านั้น ผลสำรวจตอกย้ำว่า AI ต้องเป็นกลยุทธ์เพื่อการเติบโต ไม่ใช่แค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ เริ่มจากเลือก use case ที่ตอบโจทย์ธุรกิจชัด เช่นสร้างรายได้ พัฒนาประสบการณ์ของลูกค้า หรือ พัฒนาโมเดลธุรกิจ พร้อมทั้งกำหนด KPI ที่วัดผลได้จริง ลงทุนด้านฐานข้อมูล พัฒนาบุคลากร และความเชื่อมั่นให้พร้อม เพื่อขยายผลของ AI ได้อย่างมั่นคง และเปลี่ยนเป็นแรงขับการเติบโตระยะยาว”


บทความที่เกี่ยวข้อง
เอไอเอ ประกาศรางวัลโรงเรียนผู้ชนะในการแข่งขันโครงการ ‘สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี AIA Healthiest Schools’ ระดับภูมิภาค
กลุ่มบริษัทเอไอเอ (AIA Group Limited) ประกาศรายชื่อโรงเรียนผู้ชนะการแข่งขันสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี AIA Healthiest Schools ครั้งที่ 4
10 ก.ค. 2026
FPT คว้า CGR ระดับดีเลิศ 6 ปีซ้อน พร้อมรับการจัดอันดับสูงสุดจาก GRESB  การันตีมาตรฐานด้านความยั่งยืนของไทย-สากล
บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT พิสูจน์ศักยภาพการเป็นผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีความยั่งยืน ได้รับการรับรอง 2 มาตรฐานด้านความยั่งยืนของไทยและระดับสากล สะท้อนความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมของบริษัทฯ
19 พ.ย. 2025
บัญชีม้าไม่ใช่ทางลัด เสี่ยงถูกดำเนินคดีอาญา ติดคุกนาน และปรับเงินหลักแสน  ชีวิตอาจพังเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ในโลกยุคดิจิทัลที่อาชญากรรมไซเบอร์ระบาดหนัก “บัญชีม้า” คือ บัตรผ่านประตูสู่เรือนจำที่มิจฉาชีพยื่นให้โดยที่คุณไม่รู้ตัว การ “รู้ทัน กันโกง” จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ไม่ตกเป็นเหยื่อ  แม้หลายคนมองว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่ความจริงแล้ว
28 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy