แชร์

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ “5 ปัจจัยสร้างมูลค่าอสังหาฯ” ท่ามกลางตลาดที่เปลี่ยนแปลง

อัพเดทล่าสุด: 29 เม.ย. 2026
112 ผู้เข้าชม

ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ ส่งผลให้การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคชะลอลง อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาให้ลึกลงไปจะพบว่า ความต้องการที่อยู่อาศัยไม่ได้หายไป เพียงแต่กำลังปรับรูปแบบไปตามบริบทของตลาดที่เปลี่ยนแปลง

ภาพที่เห็นชัดคือ ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งหันไปเลือกบ้านมือสองในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากระดับราคาที่เข้าถึงได้ ขณะเดียวกัน ตลาดเช่ายังคงเติบโต จากทั้งข้อจำกัดด้านสินเชื่อและความต้องการความยืดหยุ่นในการอยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น

การเปลี่ยนแปลงนี้ กำลังสะท้อน “วิธีคิดใหม่” ของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ภาระทางการเงิน และความเสี่ยงในระยะยาวมากขึ้น การตัดสินใจขึ้นอยู่กับว่า “สินทรัพย์ที่เลือก จะสร้างคุณค่าให้กับชีวิต และสร้างมูลค่าได้ในอนาคตต่อไปหรือไม่”

ภายใต้บริบทนี้ โอกาสในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในสินทรัพย์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเช่า นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากชาวต่างชาติที่มองหาบ้านหลังที่สองในไทย รวมถึงการลงทุน โดยเฉพาะในโซนภูเก็ตที่เรียกได้ว่ายังบูมต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองก็ให้ความสำคัญกับศักยภาพของสินทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการลักซัวรีที่ตลาดยังขยายตัว และผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัย

กล่าวได้ว่า การเลือกซื้อหรือลงทุนในแบรนด์ที่มีการออกแบบสินค้าและบริการที่ครอบคลุม ตอบโจทย์ทั้งความสวยงามของโครงการ ฟังก์ชันการใช้งาน รวมถึง ประสบการณ์ในการเข้าอยู่อาศัยจริง เป็นแต้มต่อสำคัญสำหรับการทำให้โครงการมีมูลค่าเพิ่มในระยะยาว

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัย ประสบการณ์กว่า 30 ปี ขอสรุป 5 ปัจจัยสำคัญที่มีบทบาทต่อการสร้างและรักษามูลค่าเพิ่มของอสังหาริมทรัพย์ เพื่อช่วยในการพิจารณาเลือกซื้อหรือลงทุนกับโครงการอสังหาฯ อย่างมีศักยภาพ ดังนี้

Functionality — ฟังก์ชันที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์การใช้งานจริง

การออกแบบพื้นที่ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัย การออกแบบผังห้องที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น การจัดสัดส่วนพื้นที่ที่เหมาะสม ความยืดหยุ่นของฟังก์ชันในการปรับเปลี่ยนการใช้งานในอนาคต รวมถึงการวางผังอาคารที่คำนึงถึงทิศทางแสง ลม และการเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลาง ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ส่งผลต่อทั้งคุณภาพการอยู่อาศัยและมูลค่าของสินทรัพย์

Future-Ready Technology — เทคโนโลยีที่รองรับอนาคต

มีการนำแนวคิด Smart Building และ Internet of Things (IoT) มาประยุกต์ใช้ในอาคาร เช่น ระบบของ LIV-24 ทั้งในการดูแลความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการติดตามสถานะของอุปกรณ์และระบบภายในอาคารแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถวางแผนการบำรุงรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงจากการชำรุดที่อาจกระทบต่อการใช้งาน ซึ่งมีผลต่อทั้งต้นทุนและมูลค่าของสินทรัพย์

Sustainability — ความยั่งยืนที่สะท้อนคุณค่า

การออกแบบที่คำนึงถึงพลังงานและสิ่งแวดล้อม ช่วยลดต้นทุนในการอยู่อาศัย และเป็นปัจจัยที่ผู้ซื้อและผู้เช่าให้ความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะผู้บริโภคเจนใหม่ที่ตัดสินใจเลือกสินค้าจากแบรนด์ที่มีจุดยืนด้านความยั่งยืน โดยสามารถดูได้จากการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การวางอาคารให้รับแสงและลมธรรมชาติ การใช้วัสดุช่วยลดความร้อน รวมถึงระบบที่ช่วยลดการใช้พลังงานในบ้าน

Safety & Privacy — ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว

ระบบรักษาความปลอดภัยที่มีมาตรฐาน และการออกแบบที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัว เป็นพื้นฐานของคุณภาพชีวิตที่ดี ควรให้ความสำคัญกับระบบควบคุมการเข้า-ออก การจัดโซนพื้นที่ใช้งานที่ชัดเจน รวมถึงการออกแบบที่ลดการรบกวนระหว่างยูนิต เช่น ระยะห่างของห้อง การจัดวางทิศทางระเบียงหรือหน้าต่าง ซึ่งล้วนส่งผลต่อความรู้สึกปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย

Experience — ประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สัมผัสได้

คุณภาพของการบริหารจัดการและการให้บริการ คือสิ่งที่กำหนด “ความรู้สึก” ของการอยู่อาศัย ซึ่งส่งผลต่อทั้งอัตราการอยู่อาศัย การปล่อยเช่า และภาพลักษณ์ของโครงการ ซึ่งสามารถประเมินได้จากคุณภาพของการดูแลโครงการ เช่น ความสะอาดและการบำรุงรักษาพื้นที่ส่วนกลาง ความรวดเร็วในการให้บริการหรือแก้ไขปัญหา รวมถึงมาตรฐานการบริหารจัดการโดยทีมงานมืออาชีพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สะท้อนถึงคุณภาพของสินทรัพย์ในระยะยาวได้อย่างแท้จริง

ตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าวได้อย่างชัดเจนคือ “98 Wireless” โครงการลักชัวรีบนถนนวิทยุ ของแบรนด์แสนสิริ ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของพลัสฯ โดยในช่วงระยะเวลา 9 ปี โครงการมีการปรับตัวของราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่า 70% จนแตะระดับประมาณ 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร สะท้อนให้เห็นว่าการออกแบบที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการบริหารจัดการและการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างและรักษามูลค่าเพิ่มของสินทรัพย์ในระยะยาว

ในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงมากขึ้น การเลือกสินทรัพย์ที่มีพื้นฐานแข็งแรงและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ทั้งผู้ลงทุนและผู้อยู่อาศัย สามารถมั่นใจได้ว่าการตัดสินใจในวันนี้ จะยังคงสร้างคุณค่าต่อไปได้ในอนาคต


บทความที่เกี่ยวข้อง
บมจ.ทุนธนชาต ร่วมสนับสนุน "กองทุนบูรณะฟื้นฟูอุบัติภัย มูลนิธิชัยพัฒนา" จำนวนเงิน  1  ล้านบาท เพื่อร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัย 
บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) นำโดยนายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการใหญ่ เดินหน้าสานต่อพันธกิจเพื่อสังคม มอบเงินสนับสนุนจำนวน 1,000,000 บาท
15 ธ.ค. 2025
กรุงไทยจัดแคมเปญ Krungthai Tax Festival 2025 วางแผนลดหย่อนภาษีปลายปี ด้วยผลิตภัณฑ์การลงทุนครบวงจร
ธนาคารกรุงไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการลงทุน จัดแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี "Krungthai Tax Festival 2025 วางแผนดี ภาษีไม่แรง ใช้สิทธิ์ให้เต็ม ลดหย่อนให้คุ้ม" โดยคัดสรรผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และการลงทุนแบบครบวงจร ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเงิน
13 พ.ย. 2025
เมืองไทยประกันชีวิต และ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม  ส่งมอบผ้าห่มกันหนาว และกล่อง Pink Box เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง  ให้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ร่วมเดินหน้าสานต่อภารกิจ ส่งต่อความอบอุ่น สู่หัวใจคนไทย มอบผ้าห่มกันหนาวและกล่อง Pink Box เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางให้แก่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้โครงการ พม.ใกล้คุณ
28 ต.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy