แชร์

การเคหะแห่งชาติ ขานรับนโยบาย “นิกร โสมกลาง” รมว.พม. เร่งโครงการบ้านเคหะเพื่อคนไทย หวังให้คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัย และพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

อัพเดทล่าสุด: 12 พ.ค. 2026
125 ผู้เข้าชม

การเคหะแห่งชาติขานรับนโยบายของ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เดินหน้าขับเคลื่อน “โครงการบ้านเคหะเพื่อคนไทย” ภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างบ้าน สร้างสุข เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี” มุ่งขยายโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ควบคู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมเร่งฟื้นฟูเมือง ยกระดับชุมชนและพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับสังคมผู้สูงอายุทั่วประเทศ ซึ่ง รมว.พม. ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานให้กับผู้บริหารการเคหะแห่งชาติ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ณ สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ เปิดเผยว่า จากนโยบายของ รมว.พม. ที่มุ่งเร่งรัดมาตรการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการช่วยลดภาระค่าครองชีพ ดูแลผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงรับมือผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ได้มอบหมายให้การเคหะแห่งชาติเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายที่อยู่อาศัยเชิงรุก ปรับบทบาทสู่กลไกสำคัญในการขยายโอกาสการเข้าถึงที่อยู่อาศัยอย่างครบวงจร โดยมุ่งลดข้อจำกัดด้านราคา การเงิน และสินเชื่อ โดยในปี 2569 การเคหะแห่งชาติมีแผนที่จะขับเคลื่อนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับทุกกลุ่มเป้าหมาย โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ การบริหารหน่วยส่งมอบ การบริหารอาคารเช่า การบริหารงานก่อสร้าง การจัดประโยชน์ในทรัพย์สิน โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง และยกระดับชุมชนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้การพัฒนาที่อยู่อาศัยสร้างบ้านที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Housing for All) ตามแนวคิด UD และพัฒนาหลักเกณฑ์การออกแบบบ้านและชุมชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco Friendly) ตามเกณฑ์ Eco-Village ภายในชุมชนที่มีสิ่งแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ได้มาตรฐาน พร้อมสาธารณูปโภคและสาธารณูปการครบครัน

สำหรับการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายด้านที่อยู่อาศัยของรัฐบาล การเคหะแห่งชาติได้ดำเนิน “โครงการบ้านเคหะเพื่อคนไทย” ภายใต้แนวคิด Sustainable Affordable Housing จะเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการทำให้ประชาชนทุกกลุ่มมีโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานในระดับราคาที่รับภาระได้ ซึ่งจะพัฒนาโครงการประเภทขาย เชิงสังคม เชิงพาณิชย์ และเช่าระยะยาว มีเป้าหมายพัฒนา 20,000 หน่วยทั้งนี้ โครงการที่จะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในปี 2569 แบ่งเป็น 4 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 จำนวน 5 โครงการ 4,053 หน่วย ระยะที่ 2 จำนวน 4 โครงการ 2,073 หน่วย ระยะที่ 3 จำนวน 40 พื้นที่ 9,126 หน่วย และระยะที่ 4 อยู่ระหว่างการคัดเลือกแปลงที่ดินเพื่อนำมาพัฒนาโครงการ

นอกจากนี้ การเคหะแห่งชาติยังพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยรองรับประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงที่อยู่อาศัยอย่างทั่วถึง ทั้งในรูปแบบเช่าและซื้อ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกด้านที่อยู่อาศัยในรูปแบบเช่า จะได้รับส่วนลดค่าเช่า 300-500 บาทต่อหน่วยต่อเดือน เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 และผู้ที่ต้องการต่อยอดสู่การมีบ้านเป็นของตนเอง การเคหะแห่งชาติได้ออกแคมเปญ “สงกรานต์อุ่นใจ มีบ้านใหม่กับ กคช. 2026” โดยนำโครงการพร้อมอยู่กว่า 60 โครงการทั่วประเทศมาลดราคาสูงสุด 20% วางมัดจำเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท และขยายระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดถึง 40 ปี ตั้งแต่เดือนเมษายนถึง 30 มิถุนายน 2569 นี้      

ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวต่อไปว่า เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ (Aged Society) การเคหะแห่งชาติยังเดินหน้าพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุใน 2 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่บางละมุง จังหวัดชลบุรี จำนวน 1,696 หน่วย รองรับทั้งผู้สูงอายุทั่วไปและกลุ่มที่ต้องการการดูแลเพิ่มเติม โดยออกแบบตามหลัก Universal Design พร้อมพื้นที่สุขภาพ กิจกรรม และบริการดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร และพื้นที่ร่มเกล้า กรุงเทพมหานคร จำนวน 1,000 หน่วย เป็นโครงการต้นแบบในพื้นที่เมือง เน้นให้ผู้สูงอายุเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพในราคาที่เหมาะสม เชื่อมโยงระบบขนส่ง โรงพยาบาล และบริการสาธารณะ รองรับการใช้ชีวิตของผู้สูงวัยในเมืองอย่างปลอดภัยและสะดวก 

ส่วนการแก้ไขปัญหาทรัพย์สินรอการพัฒนาโครงการบ้านเอื้ออาทร การเคหะแห่งชาติ ได้นำข้อมูลทรัพย์สินรอการพัฒนา รวมทั้งที่ดินเพื่อจัดทำโครงการ (Land Bank) มาจัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยและการจัดประโยชน์ภายใต้แผนวิสาหกิจการเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2569-2575 ดังนี้ 1. การนำพื้นที่มาพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัย (เร่งด่วน) 4 โครงการ 2. การนำมาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเชิงสังคม/เชิงพาณิชย์ ภายใต้แผนวิสาหกิจ กคช. พ.ศ.2570-2575 (อยู่ระหว่างปรับปรุง) 3. การขายที่ดิน 4. การเช่าจัดประโยชน์ ระยะสั้น 1-3 ปี รอการพัฒนาโครงการ/ระยะยาว 30 ปี และ 5. การนำมาพัฒนาโครงการโดยวิธีรูปแบบอื่น ๆ เช่น ให้เอกชนเช่าเพื่อพัฒนาเป็นอาคารเช่า หรือแลกเปลี่ยนทรัพย์สินตามมูลค่าประเมินทรัพย์สิน

สำหรับโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง การเคหะแห่งชาติได้ดำเนินงานตามแผนแม่บทอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้อยู่อาศัยเดิม จำนวน 6,546 หน่วย โดยโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 (อาคาร G) และระยะที่ 2 (อาคาร D1) ก่อสร้างแล้วเสร็จและมีผู้อยู่อาศัยเข้าพักแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างอาคาร A1 จำนวน 635 หน่วย คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จเดือนธันวาคม 2569 และ อาคาร D2 จำนวน 612 หน่วย คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จเดือนกันยายน 2570 พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการฯ ระยะที่ 3 และ 4 รองรับสำหรับผู้อยู่อาศัยเดิมและผู้อยู่อาศัยใหม่ รวมทั้งสิ้น 20,292 หน่วย นอกจากนี้การเคหะแห่งชาติยังได้ขับเคลื่อนโครงการฟื้นฟูเมืองในพื้นที่ชุมชนห้วยขวาง รามอินทรา ทุ่งสองห้อง และบ่อนไก่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับบริบทเมืองในอนาคต ซึ่งแต่ละโครงการมีเป้าหมายสำคัญในการจัดทำแผนแม่บท ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ รวมถึงสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่

นายทวีพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รมว.พม. ยังได้ผลักดันนโยบายประหยัดพลังงาน โดยมอบหมายให้การเคหะแห่งชาติเร่งปรับปรุงสภาพแวดล้อมของชุมชน ด้วยการติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียและไฟฟ้าส่องสว่างภายในโครงการเคหะชุมชนและโครงการบ้านเอื้ออาทร จำนวน 34 แห่ง และจะดำเนินการติดตั้งเพิ่มเติมอีก จำนวน 15 โครงการ นอกจากนี้การเคหะแห่งชาติเตรียมจัดทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ในสำนักงานใหญ่ และ EV Charging 2 จุด เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค และเป็นหลักประกันความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว 

พร้อมกันนี้ การเคหะแห่งชาติเตรียมจัดทำ “ห้องปลอดฝุ่น PM 2.5” ในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ โดยสำรวจความพร้อมของชุมชน เพื่อให้ชุมชนของการเคหะแห่งชาติสามารถรับมือกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 รวมถึงดูแลผู้อยู่อาศัยโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางในชุมชน ให้มีความปลอดภัย มีสุขภาพที่ดี ในเบื้องต้นการเคหะแห่งชาติมีพื้นที่ที่มีความพร้อมจัดทำเป็นห้องปลอดฝุ่น จำนวน 7 แห่ง 

นอกเหนือจากการพัฒนาที่อยู่อาศัยแล้ว การเคหะแห่งชาติยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้อยู่อาศัยรวมถึงคนพิการและผู้สูงอายุในชุมชน ด้วยการส่งเสริมอาชีพให้มีงานทำ มีรายได้ และพึ่งพาตนเองได้ ภายใต้แนวคิด “Silver & Care Economy” ผ่านโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ IT มาใช้ในการฝึกอบรมและต่อยอดทักษะอาชีพยุคใหม่ อาทิ การค้าขายออนไลน์ การสร้างอาชีพด้านบริการดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงการพัฒนาทักษะอาชีพอื่น ๆ อีกทั้งการเคหะแห่งชาติยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภายในองค์กร โดยเตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการยกระดับการให้บริการ เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานเพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“การขับเคลื่อนนโยบายครั้งนี้สะท้อนบทบาทของการเคหะแห่งชาติในการนำแนวคิดของ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ไม่เพียงมุ่งสร้างที่อยู่อาศัย แต่คือการสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเท่าเทียม ภายใต้เป้าหมาย Housing for All เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคง ยั่งยืน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นายทวีพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย


บทความที่เกี่ยวข้อง
พร้อมสปีด 25,000 สาขา ผนึก TQM และ Gettgo  รุกบริการประกันภัย มุ่งสู่ Community Service Hub
พร้อมสปีดดันแฟรนไชส์ 25,000 สาขา จับมือโบรกเกอร์ยักษ์ใหญ่ TQM และ Gettgo เปิดให้บริการประกันภัย เดินหน้าขยายศักยภาพเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ. 69 ยกระดับจากจุดรับ–ส่งพัสดุ สู่การเป็น Community Service Hub
20 ก.พ. 2026
ธ.ก.ส. ผ่านการรับรอง สำนักงานสีเขียว ระดับ Green Office Plus
ว่าที่ ร.ต.ณรงค์วิทย์ พิลังกาสา ผู้อำนวยการฝ่ายอำนวยการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้แทนธนาคาร รับโล่รางวัลตราสัญลักษณ์ G-Green และใบประกาศเกียรติคุณรับรอง สำนักงาน สีเขียว (Green Office) ประจำปี 2568
23 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy