แชร์

PROUD เผย Q1/69 รายได้ 1,265 ลบ. กำไร 54 ลบ. ชู Backlog 5,320 ลบ. บริหารจัดการเชิงรุก-คุมเข้มต้นทุนการเงิน

อัพเดทล่าสุด: 14 พ.ค. 2026
365 ผู้เข้าชม

PROUD เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 1,265 ล้านบาท กำไรสุทธิ 54 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพการพัฒนาโครงการระดับลักชัวรีตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทย-ต่างชาติ โชว์ Backlog คุณภาพสูงกว่า 5,320 ล้านบาท มุ่งกลยุทธ์บริหารจัดการเชิงรุกติดตาม Feedback ลูกค้าใกล้ชิด บริหารแผนโอนกรรมสิทธิ์ จัดโปรโมชั่นมัดใจกลุ่มกำลังซื้อสูง ควบคุมต้นทุนการเงิน บริหารอัตราส่วนหนี้สินเหมาะสม รักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน รองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ

นายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569  มีรายได้รวม 1,265 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 54 ล้านบาท โดยผลประกอบการยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง แม้รอบการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการแตกต่างจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  

สำหรับรายได้หลักในไตรมาส 1/2569 มาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ นิว ดิสทริค อาร์ 9 (Nue District R9) มูลค่า 1,124 ล้านบาท คิดเป็น 89% ของรายได้รวม รองลงมาคือโครงการ เวหา หัวหิน (VEHHA Hua Hin) มูลค่า 119 ล้านบาท คิดเป็น 9% และโครงการวารัณย์ แจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์ (VARUNN) มูลค่า 22 ล้านบาท คิดเป็น 2% โดยโครงการเริ่มเปิดตัวในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาและสามารถทยอยรับรู้รายได้ได้ทันที สะท้อนถึงศักยภาพของโครงการระดับพรีเมียมที่ให้ความสำคัญกับแนวคิด Wellness และ Privacy ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง ทั้งชาวไทยและต่างชาติ และกลุ่มนักลงทุนที่กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ

ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงมียอดขายรอโอน (Backlog) คุณภาพสูงจากกลุ่มลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยจริง และเพื่อการลงทุน มูลค่ารวมถึง 5,320 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในอนาคต

นายพสุ  กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในไตรมาสแรกยังคงอยู่ในช่วงปรับสมดุล ท่ามกลางภาวะสินเชื่อที่ยังคงเข้มงวดและกำลังซื้อที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ส่งผลให้ผู้บริโภคใช้เวลาตัดสินใจซื้อนานขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มแมส อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน และลักชัวรียังคงมีเสถียรภาพ และให้ความสำคัญกับโครงการที่มีคุณภาพ ทั้งด้านทำเล การออกแบบ และแนวคิดการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และสุขภาพ

ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Demand” โดยมุ่งเน้นการทำ Targeted Marketing ไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อจริง และให้ความสำคัญกับการติดตามลูกค้าอย่างใกล้ชิดในทุกกระบวนการ เพื่อรับฟัง Feedback และนำมาปรับกลยุทธ์ด้านการขาย การตลาด และการบริการให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงจัดแคมเปญการตลาดและโปรโมชันอย่างต่อเนื่อง ผ่านข้อเสนอที่ช่วยลดภาระการตัดสินใจของลูกค้าเพื่อให้การโอนกรรมสิทธิ์เป็นไปตามแผนที่วางไว้

นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569  สามารถปรับลดอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt/Equity)  ลงมาอยู่ที่ 1.6 เท่า จาก 1.9 เท่า ณ สิ้นปีก่อน สะท้อนถึงวินัยทางการเงินและประสิทธิภาพในการบริหารโครงสร้างเงินทุน ขณะเดียวกันยังมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในระดับที่เพียงพอ รองรับการพัฒนาโครงการและบริหารภาระทางการเงินได้อย่างเหมาะสม รวมถึงได้รับความเชื่อมั่นจากสถาบันการเงินชั้นนำ ซึ่งช่วยสนับสนุนการบริหารต้นทุนทางการเงิน และเสริมศักยภาพการทำกำไรในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม  แม้ว่าโครงการส่วนใหญ่ของบริษัทจะดำเนินการก่อสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์ และพร้อมทยอยโอนกรรมสิทธิ์  บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานและต้นทุนวัสดุก่อสร้างอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบผ่านกลยุทธ์ Proactive Management ทั้งการทำ Early Procurement การจองราคาวัสดุล่วงหน้า และการกระจายฐาน Supplier เพื่อจำกัดความเสี่ยงด้านต้นทุนวัสดุก่อสร้าง รองรับแผนพัฒนาโครงการในอนาคต และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทีเอ็มบีธนชาต เดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนระยะ 3 ปี วงเงินรวม 21,000 ล้านบาท โดยกำหนดวงเงินครั้งที่ 2 เพิ่มขึ้นเป็น 8,900 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ในเดือนมกราคม 2568 ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ได้ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงิน 21,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี (ปี 2568 - ปี 2570) ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนงานด้านการบริหารส่วนทุน (Capital Management)
16 ธ.ค. 2025
LINE MAN ขึ้นอันดับ 1 ลงทะเบียนร้านค้าไทยช่วยไทย พลัส (60/40) กวาดทะลุกว่า 46,000 ร้านทั่วไทย
LINE MAN แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีอันดับ 1 ของไทย ขึ้นแท่นอันดับ 1 ฟู้ดเดลิเวอรีในโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมผ่าน LINE MAN แล้วกว่า 46,533 ร้านค้า จำนวน 46,566 สาขา (ข้อมูลตั้งแต่เริ่มเปิดลงทะเบียน วันที่ 10 มิ.ย. ถึงข้อมูลล่าสุด 11 มิ.ย. เวลา 13.00 น.)
11 มิ.ย. 2026
เซ็นทรัล รีเทล ระดมพลังอีโคซิสเต็มลุยช่วยภาคใต้ มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท  พร้อมร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ตอกย้ำความมุ่งมั่น อยู่เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ ผ่านภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ที่ดำเนินงานอย่างทันที ตั้งแต่วันแรกของวิกฤติจนถึงวันที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย
8 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy