แชร์

PROUD เผย Q1/69 รายได้ 1,265 ลบ. กำไร 54 ลบ. ชู Backlog 5,320 ลบ. บริหารจัดการเชิงรุก-คุมเข้มต้นทุนการเงิน

อัพเดทล่าสุด: 14 พ.ค. 2026
107 ผู้เข้าชม

PROUD เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 1,265 ล้านบาท กำไรสุทธิ 54 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพการพัฒนาโครงการระดับลักชัวรีตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทย-ต่างชาติ โชว์ Backlog คุณภาพสูงกว่า 5,320 ล้านบาท มุ่งกลยุทธ์บริหารจัดการเชิงรุกติดตาม Feedback ลูกค้าใกล้ชิด บริหารแผนโอนกรรมสิทธิ์ จัดโปรโมชั่นมัดใจกลุ่มกำลังซื้อสูง ควบคุมต้นทุนการเงิน บริหารอัตราส่วนหนี้สินเหมาะสม รักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน รองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ

นายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569  มีรายได้รวม 1,265 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 54 ล้านบาท โดยผลประกอบการยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง แม้รอบการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการแตกต่างจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  

สำหรับรายได้หลักในไตรมาส 1/2569 มาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ นิว ดิสทริค อาร์ 9 (Nue District R9) มูลค่า 1,124 ล้านบาท คิดเป็น 89% ของรายได้รวม รองลงมาคือโครงการ เวหา หัวหิน (VEHHA Hua Hin) มูลค่า 119 ล้านบาท คิดเป็น 9% และโครงการวารัณย์ แจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์ (VARUNN) มูลค่า 22 ล้านบาท คิดเป็น 2% โดยโครงการเริ่มเปิดตัวในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาและสามารถทยอยรับรู้รายได้ได้ทันที สะท้อนถึงศักยภาพของโครงการระดับพรีเมียมที่ให้ความสำคัญกับแนวคิด Wellness และ Privacy ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง ทั้งชาวไทยและต่างชาติ และกลุ่มนักลงทุนที่กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ

ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงมียอดขายรอโอน (Backlog) คุณภาพสูงจากกลุ่มลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยจริง และเพื่อการลงทุน มูลค่ารวมถึง 5,320 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในอนาคต

นายพสุ  กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในไตรมาสแรกยังคงอยู่ในช่วงปรับสมดุล ท่ามกลางภาวะสินเชื่อที่ยังคงเข้มงวดและกำลังซื้อที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ส่งผลให้ผู้บริโภคใช้เวลาตัดสินใจซื้อนานขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มแมส อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน และลักชัวรียังคงมีเสถียรภาพ และให้ความสำคัญกับโครงการที่มีคุณภาพ ทั้งด้านทำเล การออกแบบ และแนวคิดการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และสุขภาพ

ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Demand” โดยมุ่งเน้นการทำ Targeted Marketing ไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อจริง และให้ความสำคัญกับการติดตามลูกค้าอย่างใกล้ชิดในทุกกระบวนการ เพื่อรับฟัง Feedback และนำมาปรับกลยุทธ์ด้านการขาย การตลาด และการบริการให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงจัดแคมเปญการตลาดและโปรโมชันอย่างต่อเนื่อง ผ่านข้อเสนอที่ช่วยลดภาระการตัดสินใจของลูกค้าเพื่อให้การโอนกรรมสิทธิ์เป็นไปตามแผนที่วางไว้

นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569  สามารถปรับลดอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt/Equity)  ลงมาอยู่ที่ 1.6 เท่า จาก 1.9 เท่า ณ สิ้นปีก่อน สะท้อนถึงวินัยทางการเงินและประสิทธิภาพในการบริหารโครงสร้างเงินทุน ขณะเดียวกันยังมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในระดับที่เพียงพอ รองรับการพัฒนาโครงการและบริหารภาระทางการเงินได้อย่างเหมาะสม รวมถึงได้รับความเชื่อมั่นจากสถาบันการเงินชั้นนำ ซึ่งช่วยสนับสนุนการบริหารต้นทุนทางการเงิน และเสริมศักยภาพการทำกำไรในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม  แม้ว่าโครงการส่วนใหญ่ของบริษัทจะดำเนินการก่อสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์ และพร้อมทยอยโอนกรรมสิทธิ์  บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานและต้นทุนวัสดุก่อสร้างอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบผ่านกลยุทธ์ Proactive Management ทั้งการทำ Early Procurement การจองราคาวัสดุล่วงหน้า และการกระจายฐาน Supplier เพื่อจำกัดความเสี่ยงด้านต้นทุนวัสดุก่อสร้าง รองรับแผนพัฒนาโครงการในอนาคต และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ


บทความที่เกี่ยวข้อง
มันส์ระดับโลก! “แสตมป์” แซงโค้งสุดท้ายเฉือน “มิกซ์” สุดเดือด “โอม-ภวัต” พระเอกดังคว้าโพเดียมแรกในชีวิต
ศึกสองล้อเบอร์หนึ่งของไทย “เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2025 สนามสุดท้าย” ดวลเรซแรกประเดิมสุดสัปดาห์ด้วยความมันส์ระดับโลก
23 พ.ย. 2025
OCEAN LIFE ไทยสมุทร ผนึกกำลัง AIS ยกระดับ Digital Experience เปิดตัวแคมเปญ โอนคะแนนสะสม เชื่อมมิติประกันและการเงินสู่ไลฟ์สไตล์ดิจิทัล
บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณระวิน มุคขจี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ตอกย้ำกลยุทธ์ Customer Centric เดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้เอาประกันในยุคดิจิทัล มุ่งสร้าง Digital Experience
8 ธ.ค. 2025
ซีพี-เมจิ จับมือ Café Amazon และไปรษณีย์ไทย สานต่อภารกิจ “รีไซขุ่น ปี 3”  เก็บฝาใช้แล้ว อัปไซเคิลเป็นโต๊ะให้โรงเรียนที่ประสบภัยน้ำท่วมในหาดใหญ่
บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด ผู้นำในอุตสาหกรรมนมพาสเจอไรส์ของประเทศไทย เดินหน้าแคมเปญ “ซีพี-เมจิ รีไซขุ่น ปี 3” พร้อมภารกิจใหม่ “เปลี่ยนฝาเป็นโต๊ะ (From Caps to Classrooms)” ชวน Café Amazon และไปรษณีย์ไท
25 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy