แชร์

PRM โชว์กำไรไตรมาส 1 ปี 69 แตะ 628.9 ลบ. ดันธุรกิจ OSV-FSU เติบโตต่อเนื่อง

อัพเดทล่าสุด: 18 พ.ค. 2026
260 ผู้เข้าชม

บมจ.พริมา มารีน (PRM) ผู้นำธุรกิจให้บริการเรือขนส่ง จัดเก็บ ผลิตภัณฑ์น้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป และเคมีเหลว รวมถึงให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรชั้นนำของไทย รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เติบโตแข็งแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยมีรายได้จากการให้บริการรวม 2,111.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 628.9 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้น 3.8% หรือ 23.2 ล้านบาท หากพิจารณาเฉพาะกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ

นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกยังคงเติบโตได้ดี แม้จะเผชิญปัจจัยท้าทายจากภายนอก โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจเรือสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล  (Offshore Support Vessel “OSV”) ที่มีรายได้เติบโตถึง 36.0% และมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 72.2% จากการเดินหน้าขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จากเรือ Crew Boat จำนวน 6 ลำที่ลงทุนใหม่ในระหว่างปี 2568 และเรือ FSO จำนวน 1 ลำที่เริ่มเข้างานตั้งแต่ปลายไตรมาส 1 ของปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับปัจจัยบวกจากทิศทางค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้รับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิเพิ่มอีก 112 ล้านบาทในช่วงปลายไตรมาส

ขณะเดียวกัน ธุรกิจตัวแทนสายเดินเรือและออกของ (Ship Agent and Shipping “SAS”) ยังเติบโตโดดเด่น โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 45.2% จากปริมาณงานขนถ่ายสินค้าระหว่างเรือเพิ่มขึ้น

ส่วนธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปและเคมี (Petroleum and Chemical Tanker : PCT) แม้รายได้ลดลงเล็กน้อย 3.3% จากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน แต่บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์นำเรือไปให้บริการในต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงมีจำนวนเรือเข้าอู่ซ่อมบำรุงลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจดังกล่าวยังเติบโต 5.9%

สำหรับสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ บริษัทฯ ระบุว่าสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันดิบ (Crude Oil Carrier “COC”) ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากหลีกเลี่ยงการนำเรือเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง (High Risk Area) อย่างเคร่งครัด อีกทั้งตามเงื่อนไขสัญญา ลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบต้นทุนค่าเชื้อเพลิงทั้งหมด

ในอีกด้านหนึ่ง สถานการณ์ดังกล่าวกลับส่งผลบวกต่อธุรกิจเรือกักเก็บและผสมน้ำมันกลางทะเล (Floating Storage Unit “FSU”)  จากความต้องการกักเก็บน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ที่เพิ่มขึ้น เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน ส่งผลให้อัตราการใช้บริการเรือ FSU ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา อีกทั้งราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูง ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนกิจกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั่วโลก ซึ่งจะช่วยผลักดันความต้องการใช้เรือในกลุ่ม OSV เพิ่มขึ้นในระยะยาว

“ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 23,669.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 965 ล้านบาทจากสิ้นปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางการเงิน และความพร้อมในการลงทุนขยายกองเรือเพื่อรองรับโอกาสการเติบโตของตลาดพลังงานทั้งในและต่างประเทศ” นายวิริทธิ์พล กล่าวทิ้งท้าย


บทความที่เกี่ยวข้อง
สมาคมประกันวินาศภัยไทย มอบผ้าห่ม 700 ผืน ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้
ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสมาคมฯ มอบผ้าห่มเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 700 ผืน มูลค่า 100,000 บาท ภายใต้โครงการ
4 ธ.ค. 2025
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า จับมือ ททท. เปิดตัวแคมเปญ Thai Honda Creator Connect Club 2 : สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย ชวนครีเอเตอร์ขับขี่เที่ยวไทย ถ่ายคอนเทนต์ ส่งคลิป รับทันที E-Voucher
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวแคมเปญ Thai Honda Creator Connect Club 2 : สุขทันทีที่ขี่ฮอนด้าเที่ยวไทย
15 ต.ค. 2025
เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต ปักธงปี 2026 “Year of GROWTH”  ลุยยุทธศาสตร์ปั้นตัวแทนคุณภาพ
เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต เปิดศักราชใหม่จัดงานใหญ่แห่งปี AGENCY KICK OFF & YEAR PLAN 2026 รวมพลังผู้บริหารตัวแทนช่องทางจำหน่ายทั่วประเทศ ประกาศทิศทางธุรกิจภายใต้แนวคิด “Year of GROWTH - ปีแห่งการเติบโต
13 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy