แชร์

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้อาคารสำนักงานแข่งขันสูง แนะแนวทางเจ้าของอาคารเร่งปรับตัวรับดีมานด์ผู้เช่ายุคใหม่

อัพเดทล่าสุด: 20 พ.ค. 2026
323 ผู้เข้าชม
  • ตลาดอาคารสำนักงานยังอยู่ในภาวะซัพพลายล้น พลัส พร็อพเพอร์ตี้แนะผู้ประกอบการเร่งปรับรูปแบบอาคารให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เช่าในปัจจุบัน
  • อำนาจการต่อรองอยู่ที่ฝั่งผู้เช่า ทำให้การแข่งขันในตลาดเข้มข้นขึ้น เจ้าของอาคารจึงต้องปรับตัวให้สอดรับกับความต้องการของตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสในการเป็นตัวเลือกของผู้เช่า
  • เผยกลยุทธ์ปรับตัว ผ่านการแบ่งพื้นที่สำนักงานรองรับผู้เช่าหลากหลายรูปแบบ, ยืดหยุ่นการให้บริการของอาคารให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงานยุคใหม่ และยกระดับมาตรฐานอาคารสู่ Smart Building, Green Building
  • ชี้ “กายภาพของอาคาร” ยังเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการตัดสินใจของผู้เช่า แต่ไม่จำเป็นต้องลงทุนปรับปรุงใหญ่ทั้งหมด สามารถโฟกัสการปรับตามลำดับความสำคัญและสอดคล้องกับงบประมาณ

นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดอาคารสำนักงานในไทยยังมีการแข่งขันในระดับสูง และอำนาจการต่อรองส่วนใหญ่เป็นของผู้เช่า ภายใต้ภาวะซัพพลายอาคารสำนักงานที่ยังอยู่ในตลาดจำนวนมาก โดยตอนนี้ผู้เช่าไม่ได้พิจารณาเพียงทำเล แต่ให้ความสำคัญกับราคาและคุณภาพการใช้งานของอาคารมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่องค์กรต้องบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ

ด้วยเหตุนี้ เจ้าของอาคารจึงจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดรับกับความต้องการของตลาด เพราะในภาวะที่ผู้เช่ามีอำนาจเลือกสูง อาคารที่ปรับตัวได้เร็วจะมีความได้เปรียบมากกว่า อีกทั้งยังถือเป็นโอกาสของอาคารเกรด B - C ในการยกระดับศักยภาพและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ

แนวทางสำคัญคือการยกระดับคุณภาพอาคาร เช่น หากเป็นอาคารเกรด C สามารถปรับให้มีมาตรฐานใกล้เคียงเกรด B หรืออาคารเกรด B ปรับให้ใกล้เคียงเกรด A เพื่อเพิ่มโอกาสในการดึงดูดผู้เช่า อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบางประการที่ปรับเปลี่ยนได้ยาก เช่น ทำเลที่ตั้งนอกเมือง แต่ยังสามารถชดเชยได้ด้วยการพัฒนาปัจจัยด้านอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

ในขณะเดียวกัน รูปแบบการทำงานในปัจจุบันมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งการทำงานในออฟฟิศ Work from home และการกระจายสำนักงานไปยังหลายพื้นที่ ทำให้รูปแบบการใช้พื้นที่เปลี่ยนไปตามพฤติกรรมผู้เช่า

นายภคินระบุว่า แนวทางแรกคือการแบ่งพื้นที่สำนักงานให้มีห้องขนาดเล็กลง เพื่อรองรับองค์กรที่ไม่ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการปล่อยเช่าและการใช้พื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถดำเนินการผ่านการปรับเชิงกายภาพ เช่น การแบ่งปล่อยเช่าพื้นที่ที่มีขนาดเล็กลง ให้สอดรับกับกลุ่มลูกค้าที่ปรับขนาดองค์กรให้เล็กลง หรือลูกค้ากลุ่ม Startup ที่ไม่ได้ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่เกินไป ทั้งนี้ยกตัวอย่างอาคารสิริภิญโญ ที่พลัสฯ บริหาร มีการปรับแยกพื้นที่และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการปล่อยเช่าได้ดีขึ้น

ถัดมาคือการจัดการอาคารให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยไม่ใช่การผ่อนปรนจนกระทบมาตรฐานหรือความปลอดภัย แต่เป็นการออกแบบให้สอดรับกับรูปแบบการใช้งานของผู้เช่ายุคใหม่ เช่น การเข้าใช้อาคารแบบไม่เต็มเวลา การใช้งานออฟฟิศบางช่วงเวลา รวมถึงการรองรับการใช้งานล่วงเวลา (Over Time) และการใช้ระบบไฟฟ้านอกเวลาทำการ ทั้งนี้ จำเป็นต้องอาศัยระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพควบคู่กัน เพื่อออกแบบกฎระเบียบให้เหมาะสมกับการใช้งานโดยรวมมากที่สุด

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการยกระดับอาคารให้ได้มาตรฐานทั้งระดับประเทศและสากล โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีบทบาทมากขึ้นในการตัดสินใจของผู้เช่า ไม่ว่าจะเป็นตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS, G-Green ตลอดจนมาตรฐานสากลอย่าง LEED และ WELL ซึ่งช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์อาคารและดึงดูดผู้เช่า โดยเฉพาะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับมาตรการด้านความยั่งยืน ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้บริหารจัดการอาคาร เพื่อมุ่งสู่การเป็น Smart Building

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยแรกที่ผู้เช่ามองเห็นยังคงเป็น “กายภาพของอาคาร” ดังนั้นการปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยขึ้นจึงยังมีความสำคัญ โดยไม่จำเป็นต้องรีโนเวททั้งอาคารซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่สามารถเลือกปรับเฉพาะจุด เช่น ทางเข้าอาคาร ล็อบบี้ ฟาซาด พื้นที่ส่วนกลาง และโซนพื้นที่ปล่อยเช่า โดยสามารถวางแผนเป็นเฟส (phase) ตามงบประมาณได้

ผู้ประกอบการอาคารยุคนี้จำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับความต้องการของลูกค้า และมองภาพตลาดให้ชัดเจน โดยเฉพาะในยุคที่การแข่งขันสูงและลูกค้ามีอำนาจต่อรอง การสร้างความโดดเด่นให้กับอาคาร หรือการปรับกลยุทธ์รูปแบบการปล่อยเช่า การสร้างพื้นที่หลากหลายรูปแบบเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม เช่น การเปิดร้านอาหาร คาเฟ่ หรือการเพิ่มพื้นที่จอดรถ ล้วนเป็นแนวทางในการเพิ่มรายได้ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้อาคาร

นายภคินมองว่า หากผู้ประกอบการสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าได้ตามแนวทางดังกล่าว ไม่ว่าอาคารจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ เก่าหรือใหม่ ก็ยังสามารถเพิ่มโอกาสในการแข่งขันได้


บทความที่เกี่ยวข้อง
หยุดทำร้ายผมโดยไม่รู้ตัว! กู้ผมเสียสู่ผมสวย  “กิฟฟารีน” แจกทริคฟื้นฟูผมเสียให้กลับมานุ่มสวยอีกครั้ง
‘ผมเสีย’ คำที่ฟังกี่ครั้งก็กระทบกับใจ เพราะไม่ใช่เรื่องเล็กที่จะถูกปล่อยปละละเลยได้ การทำร้ายเส้นผมในทุกวันส่งผลให้ผมอ่อนแอ และนำไปสู่การเสียบุคลิกภาพ
5 มี.ค. 2026
DataX คว้า 2 รางวัลจากเวที World Business Outlook Awards 2025  ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน AI และนวัตกรรมดิจิทัล
บริษัท เอสซีบี เดต้า เอกซ์ จำกัด (DataX) ผู้ให้บริการโซลูชันด้านการวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ ภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX Group) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการคว้า 2 รางวัลจากเวทีระดับโลก World Business Outlook Awards 2025
26 พ.ย. 2025
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ชู “Life Flexibility”  กลยุทธ์รับตลาดที่อยู่อาศัยเริ่มฟื้นตัว ยกระดับการแข่งขัน  จับมือพันธมิตรช่วยลูกค้าไม่ได้แค่ซื้อบ้าน แต่ใช้ชีวิตต่อได้อย่างมั่นคง
“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” เดินหน้าแนวคิด Life Flexibility หรือ “ซื้อบ้านแล้วชีวิตต้องไปต่อได้” ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรหลายด้าน เพื่อช่วยให้ลูกค้าวางแผนเรื่องบ้านได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมด้านสินเชื่อ การลดค่าใช้จ่ายก่อนเข้าอยู่ ไปจนถึงการใช้พลังงาน เทคโนโลยี ความปลอดภัย
22 ก.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy