PREB สุดต้าน! Q1/69 กำไรพุ่งทะลัก 125% รับเหมาก่อสร้างโดดเด่น-บริหารต้นทุนยอดเยี่ยม ตุน Backlog 8 พันลบ. หนุนรายได้ปี 69 โตแรง!

บมจ.พรีบิลท์ (PREB) เปิดผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 มีรายได้ 1,368.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 277.30 ล้านบาท หรือ 25.42% กำไรสุทธิ 45.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.16 ล้านบาท หรือ 125.17% รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเติบโตโดดเด่น ฟากบิ๊กบอส “วิโรจน์ เจริญตรา” ระบุ เน้นกลยุทธ์บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รับงานต่อเนื่อง และปรับเงื่อนไขราคางานใหม่ พร้อมตุน Backlog กว่า 8,000 ล้านบาท ผลักดันผลงานปี 69 เติบโตได้ดี
นายวิโรจน์ เจริญตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ PREB เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 (สิ้นสุด 31 มีนาคม 2569) บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,368.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 277.30 ล้านบาท หรือ 25.42% และมีกำไรสุทธิ 45.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.16 ล้านบาท หรือ 125.17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีกำไรขั้นต้น 129.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.92 ล้านบาท หรือ 66.51% โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง จากการบริหารโครงการที่มีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีรายได้ส่วนงานรับเหมาก่อสร้าง 1,239.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 252.82 ล้านบาท ส่วนงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีรายได้ 80.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.09 ล้านบาท และส่วนธุรกิจขายและผลิตวัสดุก่อสร้างมีรายได้ 48.27 ล้านบาท ลดลง 14.61 ล้านบาท
“บริษัทฯ มีการบริหารจัดการด้านงานรับเหมาก่อสร้างให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ โดยอัตรากำไรขั้นต้นของส่วนงานรับเหมาก่อสร้างปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8.95% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 6.26% เป็นผลจากการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ การบริหารต้นทุนอย่างรัดกุม รวมถึงการปรับราคางานใหม่ภายหลังภาวะเศรษฐกิจซบเซาในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ผ่านมา อีกทั้งบางโครงการสามารถสะท้อนการปรับขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบจากปัจจัยภาวะสงครามในตะวันออกกลางได้บางส่วนแล้ว” นายวิโรจน์ กล่าว
ปัจจุบัน บริษัทฯ มียอดงานคงเหลือในมือ (Backlog) สำหรับส่วนงานก่อสร้าง ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของผลการดำเนินงานในปี 2569
“บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าด้วยฐานงานในมือที่แข็งแกร่ง การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการคัดเลือกงานที่เหมาะสม จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของผลการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง แม้ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป” นายวิโรจน์ กล่าวในที่สุด


