แชร์

จีดีพีไตรมาส 1 ขยายตัว 2.8% สภาพัฒน์คาดเศรษฐกิจไทย ปี 69 โต 1.5%-2.5%

อัพเดทล่าสุด: 20 พ.ค. 2026
357 ผู้เข้าชม

Key Highlights :

  • เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 2.8%YoY สูงสุดในรอบ 3 ไตรมาส โดยมีแรงหนุนหลักจากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชน ตามกระแสการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ของโลก ทั้งนี้ สภาพัฒน์คงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่ 1.5%-2.5% (ค่ากลาง 2.0%) ซึ่งรวมผลของมาตรการภาครัฐในการรับมือวิกฤตพลังงานแล้ว
  • Krungthai COMPASS ประเมินว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังมีความท้าทายในระยะข้างหน้า เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 และยังไม่เห็นฉากจบ อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสำคัญในตะวันออกกลางเสียหายและใช้เวลาฟื้นฟู กดดันให้ราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง แต่มาตรการภาครัฐที่จะทยอยออกมาจะเป็นปัจจัยช่วยบรรเทาผลกระทบ อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังเติบโตไม่ทั่วถึงทุกภาคส่วนหรือ  “K-Shaped Economy” โดยภาคการผลิตและครัวเรือนบางกลุ่มยังมีความเปราะบาง ท่ามกลางสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง และผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบและต้นทุนที่อาจจะรุนแรงและชัดเจนมากขึ้นในระยะข้างหน้า

จีดีพีไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 2.8%YoY ขยายตัวเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อน จากการส่งออกสินค้า และการลงทุนภาคเอกชนที่เติบโตดี

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1/69 ขยายตัว 2.8%YoY และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าขยายตัว 0.7%QoQSA โดยมีแรง ขับเคลื่อนที่สำคัญจาก

  • การส่งออกสินค้าขยายตัวต่อเนื่องที่ 15.5%YoY เร่งตัวจาก 8.7% ในไตรมาสก่อนหน้า และขยายตัวต่อเนื่อง 8 ไตรมาสติดต่อกัน อานิสงส์จากแรงขับเคลื่อนของการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ตามกระแสโลก ส่งผลให้สินค้ากลุ่ม Tech (สัดส่วน 26.5% ต่อมูลค่าการส่งออกไทยในปี 68) ขยายตัวกว่า 45%YoY ในเดือน มี.ค. 69 และขยายตัวติดต่อกัน 12 ไตรมาส ขณะที่ สินค้ากลุ่ม Non–Tech (ซึ่งมีสัดส่วน 69.7%) เติบโตเพียง 6.3%YoY
  • การลงทุนรวมเพิ่มขึ้น โดยการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวสูงถึง 10.1%YoY โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและเครื่องมือที่ขยายตัว 11.5%YoY สอดคล้องกับทิศทางการการนำเข้าสินค้าทุนประเภทเครื่องจักรและอุปกรณ์ ขณะที่การลงทุนภาครัฐขยายตัวที่ 9.4%YoY แต่ชะลอลงจากไตรมาสก่อน ตามการชะลอตัวของการก่อสร้างของรัฐบาล และสอดคล้องกับอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนในไตรมาสนี้ที่อยู่ที่ 15.1%YoY ซึ่งต่ำกว่าไตรมาสก่อน
  • การบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 3.2%YoY ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 3.3%YoY ตามการใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทนที่เพิ่มขึ้น 3.5%YoY จากการใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซ และไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้นจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนที่ขยายตัว 6.8%YoY จากปัจจัยชั่วคราวที่มีการเร่งจดทะเบียนรถตามมาตรการ EV 3.0 ที่ภาครัฐขยายเวลาสิ้นสุดโครงการจาก ธ.ค. 68 เป็น ม.ค. 69

เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/69 ขยายตัวที่ 0.7% QoQSA ชะลอลงจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 1.9% QoQSA โดยมีประเด็นที่สำคัญ ดังนี้

  • การลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะหมวดเครื่องจักรและเครื่องมือขยายตัว 4.8%QoQSA เร่งตัวจากไตรมาสก่อนและขยายตัวต่อเนื่อง 3 ไตรมาสติดกัน ตามการขยายตัวเร่งขึ้นของการลงทุนในหมวดเครื่องจักรอุตสาหกรรม สอดคล้องกับเงินลงทุนเปิดหรือขยายกิจการในไตรมาสนี้ที่สูงถึง 1.5 แสนล้านบาท ขยายตัวถึง 18 เท่า จากช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว
  • การบริโภคภาคเอกชน ขยายตัว 0.4%QoQSA ชะลอลงจาก 1.4% QoQSA ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการชะลอลงของการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทน
  • การส่งออกบริการ ขยายตัว 3.7%QoQSA ชะลอลงจาก 5.3% QoQSA ในไตรมาสก่อนหน้า จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้นักท่องเที่ยวมีข้อจำกัดในการเดินทางมาไทยมากขึ้น ทั้งราคาตั๋วเครื่องบินที่ปรับสูงขึ้นและการยกเลิกเที่ยวบิน
  • แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 สศช. คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 1.5-2.5% (ค่ากลาง 2.0%) โดยมีปัจจัยเสี่ยงระยะข้างหน้า 1) ความยืดเยื้อของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง 2) ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลก 3) ภาระหนี้สินภาคครัวเรือนอยู่ในระดับสูงและคุณภาพสินเชื่อ SME ด้อยลง และ 4) ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มรุนแรง  อย่างไรก็ดี สศช. มองว่าเศรษฐกิจมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของอุปสงค์ภาคเอกชน 2) แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐ รวมทั้ง พ.ร.ก. เงินกู้ฯ เพื่อบรรเทาผลกระทบของภาครัฐและ 3) การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการส่งออก

Implication:

  • Krungthai COMPASS ประเมินว่าแม้เศรษฐกิจไทยใน 1Q69 จะขยายตัวสูงกว่าที่คาดที่ 2.8%YoY สูงสุดในรอบ 3 ไตรมาส แต่แนวโน้มระยะข้างหน้ายังมีความท้าทาย เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 และยังไม่เห็นฉากจบ อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลางที่สำคัญ ได้รับความเสียหายและต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู ความกังวลต่อ physical damage กดดันให้ราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง ปัจจัยดังกล่าวทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจระยะข้างหน้าอาจเผชิญความเสี่ยงกว่าที่เห็นในปัจจุบัน
  • ทั้งนี้ มาตรการภาครัฐจะเป็นปัจจัยเพิ่มเติมที่เข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบ ในระยะข้างหน้า ทั้งมาตรการช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างตรงจุด (Targeted Policy) และมาตรการการลงทุนด้าน Energy transition นอกจากนี้ ต้องติดตามการลงทุนที่จะเกิดขึ้นจริงของภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นอีกแรงผลักดันสำคัญ หลังล่าสุดมียอดขอรับการลงทุนจาก BOI ใน 1Q69 สูงถึง 1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4 เท่าจากปีก่อน หนุนโดยแรงขับเคลื่อนทางเทคโนโลยีดิจิทัล AI
  • อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังเติบโตไม่ทั่วถึงทุกภาคส่วน หรือ  “K-Shaped Economy” ส่วนหนึ่งสะท้อนจากการส่งออกที่แม้จะขยายตัวสูง 17.6%YoY ใน 1Q69 จากสินค้ากลุ่ม Tech  เป็นสำคัญ แต่จีดีพีภาคการผลิตกลับขยายตัวเพียง 0.9%YoY และดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมยังทรงตัวในระดับต่ำ บ่งชี้ว่าการส่งออกไม่ได้กระจายการเติบโตไปยังภาคการผลิตในประเทศอย่างเต็มที่ ซึ่งจะกลายเป็นอีกความเสี่ยงสำคัญในระยะข้างหน้า หากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบและสินค้า (Supply Chain Disruption) โน้มรุนแรงขึ้น อีกทั้งสินค้ากลุ่ม Tech เสี่ยงถูกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ สอดคล้องกับผลสำรวจล่าสุดจาก ธปท. ที่ชี้ว่าภาคธุรกิจกังวลด้านต้นทุนสูงกว่าช่วงรัสเซีย-ยูเครน ขณะที่มีความกังวลต่อคำสั่งซื้อล่วงหน้ามากที่สุดนับตั้งแต่ Covid ทั้งนี้ ประเทศไทยควรเร่งการลงทุนปรับโครงสร้างด้านพลังงานสู่พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น รวมถึงลงทุนเพื่อยกระดับ Productivity และในอุตสาหกรรมศักยภาพแห่งอนาคตที่มีส่วนสำคัญในการสร้างงานและสร้างรายได้ในประเทศอย่างแท้จริง


บทความที่เกี่ยวข้อง
OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต จัดงาน ‘Songkran Festival 2026’  สืบสานประเพณีไทย พร้อมส่งต่อรายได้สร้างรอยยิ้มสู่สังคม
บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยที่ปรึกษาอาวุโส คณะผู้บริหาร และพนักงาน ร่วมกิจกรรม
16 เม.ย. 2026
ทีทีบี หนุนโรงแรมสีเขียว เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ  ผ่านโครงการ G-Green ด้วยโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ได้อย่างยั่งยืน
ทีทีบี ตอกย้ำบทบาท “การธนาคารเพื่อความยั่งยืน” (Sustainable Banking) ภายใต้กรอบ B+ESG ผสานธุรกิจและความยั่งยืนเป็นหนึ่งเดียว มุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยเข้าร่วมโครงการ G-Green ของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
2 ก.พ. 2026
A5 คว้า 100 คะแนนเต็ม AGM Checklist 2026  สะท้อนมาตรฐานการจัดประชุมผู้ถือหุ้น และการกำกับดูแลกิจการที่มีคุณภาพ จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย
นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 เปิดเผยว่า บริษัทได้รับการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2569 (AGM Checklist) ด้วยคะแนน 100 คะแนนเต็ม หรือ 5 เหรียญ
18 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy