แชร์

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.20-32.80 ติดตามเจรจาสันติภาพ

อัพเดทล่าสุด: 25 พ.ค. 2026
243 ผู้เข้าชม

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-32.80 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.69 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.52-32.78 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ขณะที่ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรโลกเคลื่อนไหวผันผวนหลังปธน.ทรัมป์ของสหรัฐฯระบุว่าการเจรจากับอิหร่านกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย สร้างความหวังว่าทั้งสองประเทศใกล้จะบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม อิหร่านมีท่าทีชัดเจนว่าต้องการเก็บรักษายูเรเนียมไว้ในประเทศ อีกทั้งได้เสนอแนวคิดเก็บค่าผ่านทางสำหรับการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้ความคาดหวังเชิงบวกอย่างระมัดระวังต่อโอกาสในการบรรลุข้อตกลงได้ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าการเจรจาสันติภาพจะสำเร็จได้ในเร็ววัน อีกทั้งตลาดยังได้ปรับเพิ่มความคาดหวังต่อโอกาสที่เฟดจะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นภายในปีนี้ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 3,038 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 1,619 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า นักลงทุนจะติดตามสัญญาณความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านซึ่งจะส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรโลก โดยในช่วงสุดสัปดาห์รายงานระบุว่าสหรัฐฯและอิหร่านอาจกำลังเข้าใกล้การขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน พร้อมกับพิจารณาแนวทางเปิดช่องแคบฮอร์มุซแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตาม ประเด็นต่างๆยังไม่ได้ข้อสรุป นอกจากนี้ หากตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคและเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯออกมาแข็งแกร่ง แรงขายเงินดอลลาร์อาจถูกจำกัด

สำหรับปัจจัยในประเทศ ตลาดจะให้ความสนใจกับข้อมูลดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนเม.ย.ของไทย ทางด้านสภาพัฒน์รายงานจีดีพีไตรมาส 1/69 เติบโต 2.8% y-o-y และ 0.7% q-o-q สดใสกว่าที่ตลาดคาด จากการเร่งส่งออกก่อนความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีสหรัฐฯ 10% ภายใต้มาตรา 122 ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนได้รับแรงหนุนบางส่วนจากการเร่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นสะท้อนเสถียรภาพทางการเมือง อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวตั้งแต่ไตรมาสปัจจุบัน แม้จะมีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงฉุดรั้งการเติบโต ในภาวะเช่นนี้ เราคาดว่าดอกเบี้ยนโยบายจะถูกตรึงไว้ที่ 1.00% ตลอดปีนี้ ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นและการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง


บทความที่เกี่ยวข้อง
finbiz by ttb : เจาะการค้าโลก 2026 แนะ SME บริหารความเสี่ยง รับมือความผันผวน
ในปี 2026 ที่โลกการค้าเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน กลายเป็นเรื่องปกติใหม่ที่ทุกคนต้องปรับตัว เศรษฐกิจโลกคาดว่าจะโตเพียง 3.1% สะท้อนแรงกดดันจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ
8 พ.ค. 2026
เรเว่ ขอแนะนำ BYD T25 e-Mixer รถโม่ผสมคอนกรีตพลังงานไฟฟ้า  ทางเลือกใหม่ เพื่อการก่อสร้างที่ยั่งยืน
บริษัท เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่เพื่อการพาณิชย์ บีวายดี อย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ยกระดับมาตรฐานวงการรถขนปูนในประเทศไทย
13 พ.ย. 2025
ธ.ก.ส. เปิดฟีเจอร์  “BAAC Buddy” ให้การจัดการหนี้เป็นเรื่องง่าย  ได้ประโยชน์สูงสุดผ่าน BAAC Mobile
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส. ได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมฟีเจอร์ใหม่ผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ภายใต้ชื่อ “BAAC Buddy”
25 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy