แชร์

TEGH ประเมินผลงาน Q2/69 แนวโน้มสดใส รับผลบวกจากปริมาณและราคาขายที่ดีขึ้น - ลุยขยายกำลังผลิตยางแท่ง ดันรายได้ปี 69 โต 10% ทำออลไทม์ไฮ 3 ปีต่อเนื่อง

อัพเดทล่าสุด: 27 พ.ค. 2026
192 ผู้เข้าชม

บมจ.ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TEGH) ประเมินผลงาน Q2/69 แนวโน้มสดใส รับปริมาณขายเพิ่มขึ้น บวกกับราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมเดินหน้าขยายกำลังการผลิตยางแท่งตามแผน ฟากแม่ทัพหญิง “สินีนุช โกกนุทาภรณ์” ระบุ ยอดขายยางปีนี้มีลุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ ดันรายได้ปี 69 เติบโต 10% แตะระดับ 22,000 ล้านบาท All Time High ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เตรียมส่งบริษัทย่อย “ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ (TEBP)” เข้าตลาด mai ในปีนี้

นางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH ผู้ผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ และน้ำมันปาล์มดิบรายใหญ่ในภาคตะวันออก และผู้นำด้านการรับบริหารจัดการกากอินทรีย์และผลิตพลังงานทดแทน ประเภทพลังงานชีวภาพแบบครบวงจรในพื้นที่ EEC เปิดเผยว่าแนวโน้มภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาส 2/2569 มีทิศทางสดใสต่อเนื่อง จากปัจจัยด้านปริมาณขายยางแท่งที่เพิ่มขึ้น และราคาขายที่ขยับตัวสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายกำลังการผลิตและขยายตลาด บวกกับการบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ปี 2569 มีรายได้รวมเติบโต 10% แตะระดับ 22,000 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีการเติบโตจากทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งยางธรรมชาติ น้ำมันปาล์ม และพลังงานทดแทนและรับบริหารจัดการกากอินทรีย์

โดยเฉพาะธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ คาดว่าปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น เป็น 280,000-290,000 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 10-15% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) เช่นเดียวกัน แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมยางยังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันด้านราคาจากผู้ผลิตในภูมิภาค

อีกทั้งมั่นใจว่าจะสามารถรักษาสัดส่วนยอดขายยางแท่งมาตรฐาน EUDR ได้ในระดับ 30-40% ในช่วงครึ่งปีแรกนี้ จากการที่ลูกค้าในยุโรป และประเทศอื่นๆ ที่ยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังทิศทางการบังคับใช้กฎหมาย EUDR ของสหภาพยุโรปมีความชัดเจนมากขึ้น และคาดว่าจะไม่มีการเลื่อนการบังคับใช้ออกไปเพิ่มเติม ก่อนเริ่มมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนยอดขายยางแท่งมาตรฐาน EUDR ของบริษัทฯ ให้เพิ่มขึ้นในระยะครึ่งปีหลัง ขณะที่โครงการขยายกำลังการผลิตยางแท่งที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/2569 จะทำให้กำลังการผลิตยางแท่งรวมของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นเป็น 432,000 ตันภายในปีนี้ ซึ่งจะสอดรับกับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 4,409 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 81 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ 3,922 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน คิดเป็นสัดส่วน 89% ของรายได้ทั้งหมด และมีปริมาณการขายยางแท่งมาตรฐาน EUDR อยู่ที่ 20,467 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 35% ของยอดขายยางแท่งทั้งหมด ขณะที่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ มีรายได้ 418 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 9% ของรายได้ทั้งหมด ส่วนธุรกิจพลังงานทดแทนและรับบริหารจัดการกากอินทรีย์ มีรายได้ 66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากไตรมาสก่อน

ด้วยวิสัยทัศน์ Empowering the Low Carbon Value Chain บริษัทฯ ได้เปิดตัวสินค้ายางแท่งที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Block Rubber Carbon Neutral) ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าผู้ผลิตยางล้อที่ต้องการใช้วัตถุดิบที่สามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรองรับกับมาตรการ CBAM ที่จะเริ่มบังคับใช้แล้วในปีนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะสามารถรับรู้รายได้ในอนาคตอันใกล้ โดยล่าสุด ได้ประกาศความสำเร็จในการเป็นผู้บุกเบิก Carbon Neutral Natural Rubber รายแรกของโลก ในงาน “TEGH Low Carbon Partnership Forum 2026”

ขณะที่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ มีแนวโน้มกลับมาทำผลงานได้ดีหลังจากบริษัทฯ เดินหน้าปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการซ่อมบำรุงเครื่องจักร การติดตั้งหม้อต้มไอน้ำ (Boiler) ลูกใหม่ และการติดตั้งหม้อนึ่งปาล์ม (Sterilizer) เพิ่มเติมคาดว่าจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบได้อีก 50% ภายในปีนี้ นอกจากนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าได้รับการรับรอง ISCC corsia สำหรับน้ำมันที่สกัดได้จากทะลายปาล์มเปล่าและน้ำมันน้ำเสีย ในปี 2569 หลังจากที่ได้รับการรับรอง ISCC plus และ ISCC EU มาแล้วในปีที่ผ่านมา

บริษัทฯ มองว่าภาพรวมตลาดน้ำมันปาล์ม ยังได้รับแรงสนับสนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง รวมถึงนโยบายภาครัฐที่เพิ่มสัดส่วนการใช้ Biodiesel เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานในหลายประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่ม demand ด้าน Biodiesel หนุนดูดซับปริมาณน้ำมันปาล์มออกจากตลาด รวมถึงราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดที่ปรับตัวขึ้น ส่งผลให้ราคารับซื้อน้ำมันปาล์มดิบปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารต้นทุน และการต่อยอดผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง จะช่วยให้ธุรกิจปาล์มน้ำมันพลิกวิกฤต และเติบโตได้ในปีนี้

ด้านธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์ มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องหลังจากประสบความสำเร็จจากโครงการขยายกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพเฟสที่ 1 และขณะที่โครงการบ่อกากปิโตรเคมี จะเริ่มดำเนินการเชิงพานิชย์ได้ในไตรมาส 2/2569 ส่วนโครงการขยายกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพเฟสที่ 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มรับรู้ภายในไตรมาส 2/2570 ตามแผนเพิ่มศักยภาพในการรับบริหารจัดการกากอินทรีย์รวมเป็นปีละ 1,100,000 ตัน และผลิตก๊าซชีวภาพรวมเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 58,000,000 ลูกบาศก์เมตร ในปี 2570 ถือเป็นโอกาสอันดีของธุรกิจภายใต้ภาวะความไม่แน่นอนด้านพลังงานโลกและต้นทุนพลังงานฟอสซิลที่ยังอยู่ในระดับสูง ช่วยเร่งความต้องการพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือกมากขึ้น ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคขนส่ง

นอกจากนี้ บริษัทฯ คาดว่า จะมีการรับรู้รายได้จากการขาย Carbon Credit ที่จะได้รับการรับรองเพิ่มขึ้นตามปริมาณกากอินทรีย์ที่เพิ่มขึ้นด้วย พร้อมเดินหน้าหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั้งในและต่างประเทศเพื่อร่วมพัฒนาโครงการ CBG/LBM และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของ Low Carbon Value Chain ในอนาคตต่อไป

สำหรับแผนการนำการบริษัทย่อย “บริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (TEBP)”เสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่ต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ปัจจุบันมีความคืบหน้าตามลำดับ คาดว่าจะสามารถนำหุ้นสามัญเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในปีนี้ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและสร้างการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต


บทความที่เกี่ยวข้อง
ธนาคารไทยเครดิต เปิดตัว “สินเชื่อ QR ร้านค้า”  สร้างโอกาสมีเงินทุนหมุนเวียนให้กับพ่อค้าแม่ค้า ผ่านรูปแบบดิจิทัล
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำจุดยืน “ธนาคารเพื่อความยั่งยืน” เดินหน้ามอบโอกาสทางการเงินยุคดิจิทัล ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “สินเชื่อ QR ร้านค้า” ภายใต้แนวคิด “สร้างโอกาส มีเงินทุนเพิ่ม แค่รับเงินผ่านสแกน QR ร้านค้า”
10 มี.ค. 2026
MK บุฟเฟต์ โตไม่หยุด ครองทุกตลาดบุฟเฟต์ สร้างปรากฏการณ์ดันยอดลูกค้าโตต่อเนื่องทั่วประเทศ
MK Restaurants เผยความสำเร็จของโมเดลบุฟเฟต์ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคทั่วประเทศ หลังเปิดให้บริการในหลายสาขา ทั้ง MK คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท และ MK Premium Buffet 499, 699, 899 บาท
24 ต.ค. 2025
ออร์บิกซ์ คว้าใบอนุญาตนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker) เสริมศักยภาพสู่การเป็นแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก
ออร์บิกซ์ เทรด (orbix) เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยด้วยการได้รับใบอนุญาตนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker) จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้
27 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy